“พาช้างกลับบ้าน” (Bring the Elephant Home) เป็นมูลนิธิที่รณรงค์เพื่อช่วยพาช้างไทยกลับบ้านและคุ้มครองช้างจากการสูญพันธุ์ ที่มูลนิธิพาช้างกลับบ้านนี้ เรารณรงค์เพื่อช่วยช้างไทยด้วยการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อย่างเป็นมิตรกับช้าง, คุ้มครองและสร้างสรรค์ที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติสำหรับช้าง การรณรงค์สำหรับช้างของเราไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่นี้ เรายังปลูกแหล่งอาหารของเราเองสำหรับช้าง เราให้ความสนับสนุนการพัฒนาชุมชนในหมู่บ้านช้างดั้งเดิม และเข้าไปมีส่วนร่วมกับโรงเรียนในท้องที่ เพื่อที่เด็กๆ และช้างจะได้อยู่ร่วมกันอย่างสันติ เรายังพยายามหาทางออกเพื่อแก้ไขปัญหาการกระทบกระทั่งกันระหว่างมนุษย์กับช้าง และให้ความรู้เกี่ยวกับโทษของการตัดไม้ทำลายป่า ในทุกๆ โครงการเราร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับองค์กรของไทยตลอดเวลา >>>
เดอะมอลล์ ร่วมสนับสนุนโครงการปลูกป่าให้ช้าง จ.บุรีรัมย์ ใน campaign ” ปลูกป่าได้ง่ายๆ ด้วยการไม่รับถุงพลาสติก “
Dutsadee - 1 June 2009 07:24
ในระหว่างสัปดาห์วันสิ่งแวดล้อมโลก(World Environment Day) ตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายน - 7 มิถุนายน 2552 ทางห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ ร่วมกับเอ็มโพเรียม และสยามพารากอน ได้ร่วมกันจัดโครงการ Think Green เพื่อเชิญชวนทุกๆ ท่านได้มีส่วนร่วมในโครงการปลูกป่าให้ช้างของมูลนิธิพาช้างกลับบ้าน ที่ จ.บุรีรัมย์ ภายใต้โครงการรณรงค์ ” ปลูกป่าได้ง่ายๆ ด้วยการไม่รับถุงพลาสติก ” ซึ่งทุกๆท่านสามารถมีส่วนร่วมในโครงการปลูกป่าให้ช้างกับเราได้ ด้วยวิธีง่ายๆ เพียงแค่ไม่รับถุงพลาสติกสำหรับใส่ของจากทางห้างฯ 1 ใบ จากการไปจับจ่ายซื้อของที่ห้างเดอะมอลล์(ทุกสาขา) รวมทั้งที่สยามพารากอน และเอ็มโพเรียม ในระหว่างวันที่ 5 - 7 มิ.ย 52 เท่ากับว่าท่านได้มีส่วนช่วยในการปลูกป่า 1 ต้น ในโครงการปลูกป่าให้ช้าง ที่อุทยานลำน้ำมาศ จ.บุรีรัมย์
ทางมูลนิธิฯใคร่ขอขอบพระคุณทางเดอะมอลล์ เป็นอย่างสูงมา ณ ที่นี้ สำหรับการจัดทำโครงการดีๆ เช่นนี้ เพื่อช่วยเหลือช้างไทย ให้ได้มีแหล่งที่อยู่อาศัย และแหล่งหากินในป่าธรรมชาติต่อไป (more…)
ด่วน! รับอาสาสมัครโครงการปลูกป่าให้ช้างในเดือนมิถุนายน 2552
Dutsadee - 31 May 2009 10:33
ขณะนี้ฤดูฝนก็ใกล้เข้ามาแล้ว ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าในช่วงต้นฤดูฝนของทุกปี ทางมูลนิธิพาช้างกลับบ้าน ได้จัดโครงการปลูกป่าให้ช้างในพื้นที่หลักของโครงการ ได้แก่ จ.กาญจนบุรี จ.นครราชสีมา และ จ.บุรีรัมย์ ดังนั้นทางมูลนิธิฯ จึงขอเชิญชวนทุกท่านๆที่สนใจสมัครเข้าร่วมเป็นอาสาสมัครในโครงการปลูกป่าให้ช้าง ในพื้นที่ที่ท่านสนใจ ซึ่งโครงการนี้จะเป็นการปลูกป่าเพื่อการอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งหากินสำหรับช้างป่า และช้างบ้าน ในวันระหว่างวันที่ 17 - 18 , 23 และ 28 มิถุนายน 2552 ที่จะถึงนี้
การมาร่วมเป็นอาสาสมัครปลูกป่าให้ช้างกับเรา ท่านจะได้มีโอกาสในการร่วมทำงานร่วมกับหน่วยงานหลายฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นองค์กรต่างๆ ของไทยที่ทำงานด้านการอนุรักษ์ช้าง เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า รวมทั้งเยาวชน และชาวบ้านในชุมชนในท้องถิ่น นอกจากนี้ท่านยังจะมีโอกาสได้ทำงานร่วมกับอาสาสมัครชาวต่างชาติที่ตั้งใจเดินทางมาจากต่างประเทศเพื่อช่วยกันปลูกป่าให้ช้างไทยด้วย ดังนั้นในโครงการนี้จึงมุ่งหวังให้ทุกๆฝ่ายได้ตระหนักถึงปัญหาการขาดแคลนป่าตามธรรมชาติอันเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งหากินของช้าง อันเนื่องมาจากปัญหาการตัดไม้ทำลายป่าจนทำให้พื้นที่ป่าที่เป็นบ้านของช้างลดลงอย่างมากในปัจจุบัน ดังนั้นโครงการปลูกป่าให้ช้าง จึงน่าจะเป็นโครงการหนึ่งที่จะเปิดโอกาสให้ทุกๆฝ่ายได้มีส่วนร่วมกันในการแก้ปัญหาการขาดแคลนที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติของช้างไทย (more…)
คืบหน้าการรักษา: เครนยกช้าง”พังกำไล”ขึ้นตรวจบาดแผล
Dutsadee - 30 May 2009 07:39
สัตวแพทย์ตัดสินใจใช้เครนยกช้างพังกำไลขึ้นเพื่อตรวจบาดแผล จากนั้นจะให้นอนอีกข้างเพื่อป้องกันแผลกดทับ ประสานสัตวแพทย์จากจุฬาลงกรณ์-มหิดล ลงพื้นที่ทำการรักษาเร่งด่วน
ที่มา : หนังสือพิมพ์คมชัดลึกออนไลน์ ฉบับวันที่ 30 พฤษภาคม 2552
(30พ.ค.) ทีมสัตวแพทย์ใช้รถเครนน้ำหนัก 10 ตัน และเครนโรงพยาบาลช้างทำการยกพังกำไลแล้ว ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ทหาร จากกองกำลังสุรนารี จังหวัดทหารบกสุรินทร์ เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จังหวัด ร่วมทั้งประชาชนที่รู้ข่าว และนักข่าวที่มาทำข่าว ต่างพร้อมใจกันเข้าช่วย จนสามารถยกพังกำไรลุกขึ้นให้ยืนได้ โดยมี นายวิรัตน์ ลิ้มสุวัจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ และนายสัตวแพทย์สำนักพระราชวัง และผู้บังคับการจังหวัดทหารบก รองผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี มาติดตามและให้กำลังใจอย่างใกล้ชิด
ควาญพา ” พังกำไล ” ช้างสุรินทร์ไปผสมพันธุ์ที่พัทยารถคว่ำช้างขาหักคนตาย 1 คน
Dutsadee - 29 May 2009 07:37
สิบล้อบรรทุกช้างเบรกแตก-เกียร์หลุด แหกโค้งตกเขาพลิกคว่ำ “พังกำไล” ช้างเมืองสุรินทร์ กระเด็นออกนอกรถกระแทกพื้นเจอกระบะรถทับซ้ำ ขาหักสองข้างลุกไม่ได้นอนน้ำตาไหลส่ายงวงขอความช่วยเหลือ จนท.ใช้เวลา 12 ชั่วโมง นำรถเครนยกไป รพ. ส่วนคนดับ 1 เจ็บ 5
ที่มา : หนังสือพิมพ์คมชัดลึกออนไลน์ ฉบับวันที่ 29 พฤษภาคม 2552
อุบัติเหตุทางรถยนต์นำมาสู่ความตายของคน ส่วนช้างอาการสาหัสครั้งนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 28 พฤษภาคม พ.ต.อ.อธิก ลาภานุพัฒน์ ผู้กำกับการ (ผกก.) สภ.ตาพระยา รับแจ้งเกิดเหตุรถบรรทุกช้างพลิกคว่ำ บนถนนสายตาพระยา-โนนดินแดง กม.77-78 บริเวณเขาช่องตะโก หมู่ 5 ต.ทัพราช อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว ทำให้มีผู้บาดเจ็บหลายคน และช้างถูกกระบะรถทับอาการสาหัส รุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.ท.ศักดิ์ชัย ภูเดช สว.สส.สภ.ตาพระยา เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ที่เกิดเหตุเป็นทางโค้งลงเขา พบรถบรรทุกสิบล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว ทะเบียน 81-8712 สุรินทร์ พลิกคว่ำอยู่บริเวณล่องน้ำไหล่ทาง มีผู้บาดเจ็บจำนวน 6 คน นอนร้องครวญครางขอความช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่ต้องเร่งนำส่งโรงพยาบาลตาพระยา (more…)
“พลายสมใจ”วัย 8 ปี ซดยาฆ่าหญ้าล้มกลางลำห้วย
Dutsadee - 07:33
“พลายสมใจ” วัย 8 ปี ซดยาฆ่าหญ้าดับกลางลำห้วย สัตวแพทย์ชี้วัยเด็กเล่นซุกซนเขี่ยกองขยะแต่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ใช้งวงจับกระป๋องยาฆ่าหญ้ามากินเล่น เจ้าของเผยซื้อมาเลี้ยงเตรียมส่งเข้าปางช้างรับนักท่องเที่ยว
ที่มา : หนังสือพิมพ์คมชัดลึกออนไลน์ ฉบับวันที่ 29 พฤษาคม 2552
เหตุสลดใจช้างพลายวัย 8 ปี กินยาฆ่าหญ้าตาย ได้รับการเปิดเผยจาก น.สพ.ปองพล หอมคง นายสัตวแพทย์ประจำโรงพยาบาลช้าง ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง ว่า ในช่วงบ่ายวันที่ 28 พ.ค. ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย ได้รับแจ้งจากชาวบ้านเจ้าของช้างในหมู่บ้านห้วยข้าวหลาม อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ว่า ช้างพลายสมใจ อายุ 8 ปี ที่เลี้ยงไว้มีอาการป่วยหนักลงไปนอนในลำห้วยในหมู่บ้าน มีอาการน้ำลายฟูมปาก จึงเดินทางพร้อมทีมสัตวแพทย์ไปตรวจสอบ (more…)
โครงการปลูกป่าให้ช้างในเขตฯสลักพระ จ.กาญจนบุรี สนใจสมัครด่วน!
Dutsadee - 14 May 2009 10:14
การสำรวจพื้นที่ปลูกป่าแห่งใหม่ในเขตพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระสำหรับปี 2552
ในส่วนของการสำรวจพื้นที่แปลงปลูกป่าแห่งใหม่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ สำหรับปี 2552 จำนวนทั้งสิ้น 20 - 25 ไร่ สำหรับการปลูกกล้าไม้ท้องถิ่นที่ผลิตขึ้นเองจากเจ้าหน้าที่เรือนเพาะชำที่หน่วยพิทักษ์ป่าห้วยสะด่องโดยการสนับสนุนจากมูลนิธิพาช้างกลับบ้าน ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2551 เป็นต้นมา นับไปจนถึงวันปลูกป่าในเดือนมิถุนายน 2552 ที่จะถึงนี้ มีกล้าไม้ที่โตมีขนาดพร้อมปลูกแล้ว คิดเป็น 23 ชนิด จำนวนทั้งสิ้น 13,000 กล้าไม้ จากกล้าไม้ที่ผลิตได้ในเรือนเพาะชำทั้งสิ้น 25,000 กล้าไม้ ดังรายชื่อต้นไม้ที่จะนำไปปลูกดังต่อไปนี้ มะค่าโมง พฤกษ์(ตะคึก) ชัยพฤกษ์(คูณ) เพกา ชงโค มะกัก ตะคร้อหนาม ซ้อ(ร่มฟ้า) หมัน มะค่าแต้ ตาเสือ สมอพิเภก มะกอก หว้า ตะไล ทิ้งถ่อน พญาสัตบรรณ ตะเคียนทอง ตะแบก แค ประดู่ป่า ขี้เหล็กป่า และมะขามป้อม
การคัดเลือกพื้นที่ปลูกป่า
เนื่องจากแปลงปลูกป่าในปีที่แล้ว(2551) จำนวน 20 ไร่ ตั้งอยู่บริเวณด้านในของป่าสลักพระที่ติดกับหน่วยพิทักษ์ป่าสลักพระ ซึ่งอยู่ห่างจากถนนใหญ่ค่อนข้างมาก(13 ก.ม โดยประมาณ) นอกจากนี้เส้นทางที่เข้าไปในป่าเป็นไปอย่างยากลำบาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูฝน การเดินทางต้องใช้รถกระบะ 4WD เท่านั้นถึงจะเข้าไปได้ ตลอดเส้นทางเต็มไปด้วยกิ่งไผ่ที่โค่นล่มเนื่องจากช้างป่ากินไผ่เป็นอาหารและหักกิ่งไผ่ระเกะระกะกีดขวางทางเดินรถ นอกจากนี้ยังต้องขับรถข้ามลำห้วยจำนวนทั้งสิ้น 5 ลำห้วย และต้องเดินเท้าจากหน่วยพิทักษ์ป่าสลักพระเข้าไปยังแปลงปลูกป่าอีกประมาณ 1 กม. ซึ่งทำให้เกิดความยากลำบากมากในการขนส่งกล้าไม้ และอุปกรณ์ต่างๆที่ต้องปลูกป่าในช่วงฤดูฝน ทำให้การเดินทางเข้าไปในป่ายากลำบากมากขึ้น เนื่องจากถนนลื่นและน้ำในลำห้วยมีปริมาณมากและไหลแรง ทำให้ข้ามลำบาก รวมทั้งความไม่สะดวกในการเข้าไปดูแลหลังการปลูกและการเจริญเติบโตของกล้าไม้ เนื่องจากความยากลำบากทั้งในการเข้าถึงพื้นที่และการบริหารจัดการในการดูแลหลังการปลูก
เผยช้างเร่ร่อนกทม.ลดลง-ให้ยช.3แสนสายตรวจช้างน้อย
Dutsadee - 11 May 2009 06:15
นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) เปิดเผยวันที่ 11 พฤษภาคมถึงผลการสำรวจจำนวนช้างเร่ร่อนในพื้นที่กทม. หลังจากที่ได้ลงพื้นที่สำรวจเป็นการนำร่องไปแล้วเมื่อต้นเดือนพฤษภาคมว่าทางเจ้าหน้าที่เทศกิจแต่ละพื้นที่ที่รับผิดชอบรายงานผลการสำรวจเบื้องต้นมาแล้วพบว่าในพื้นที่กทม. มีช้างเร่ร่อนอยู่ประมาณ 100 เชือกลดลงจากที่เคยประเมินไว้ที่ 200 เชือก สาเหตุเบื้องต้นนั้นเป็นเพราะว่ารัฐบาลส่วนกลางได้ให้ความใส่ใจในปัญหา และครั้งที่กระทรวงมหาดไทยเรียกประชุมผู้ว่าราชการจังหวัดก็ได้มีการสั่งกำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดตรวจตรา และห้ามไม่ให้มีการนำช้างข้ามจังหวัดเพื่อมาหากิน
นอกจากนั้นแล้วช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา ควาญช้าง หรือเจ้าของช้างได้นำช้างกลับบ้าน เพื่อร่วมงานบุญ และนำช้างออกงานวัดเพื่อหารายได้ จึงทำให้จำนวนช้างเร่ร่อนในพื้นที่กทม. ลดลง อย่างไรก็ตามในช่วง 1 เดือนข้างหน้าคาดว่าจะมีจำนวนช้างเร่ร่อนเพิ่มมากขึ้น ตนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคงต้องหาแนวทางเพื่อตรึงไม่ให้มีการนำช้างมาเร่ร่อนเพื่อหารายได้ในพื้นที่กทม.อีก
นายธีระชน กล่าวถึงการสร้างแนวร่วมแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการนำช้างมาเร่ร่อนขอทานในพื้นที่เมือง ว่า ในส่วนของสายตรวจช้างน้อยนั้นประมาณต้นเดือนมิถุนายนจะมีการหารืออย่างเป็นทางการในการขอความร่วมมือเยาวชนและประชาชนทั่วไปหากพบเห็นใครก็ตามนำช้างมาเร่ร่อนขอทาน หรือ นำช้างป่ามาอยู่เมืองก็ให้แจ้งรายละเอียดมายังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เจ้าหน้าที่รีบจัดการ เบื้องต้นนั้นจะดึงนักเรียนสังกัดกทม. กว่า 300,000 คนเป็นแนวร่วม และกลุ่มก้านกล้วยแฟนคลับ กว่า 10,000 คน ร่วมขบวนการสายตรวจช้างน้อยด้วย เชื่อว่าแนวทางดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่
ที่มา : มติชนออนไลน์ วันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 เวลา 16:24:45 น.
Picture by Bring the Elephant Home
ช้าง”ศรีแพร” ถึงอุทยานลำน้ำมาศแล้ว ชุมชนจัดงานต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่
Dutsadee - 10 May 2009 12:10
ภายหลังจากการเดินทางตลอดระยะเวลานานกว่า 3 ชั่วโมงจากศูนย์คชศึกษา บ้านตากลาง อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ เพื่อนำช้างเชือกใหม่ไปยังอุทยานลำน้ำมาศ อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ในที่สุดช้างเชือกใหม่ หรือ ช้างศรีแพร ก็เดินทางมาถึงยังอุทยานลำน้ำมาศ เมื่อช่วงสายของวันเสาร์ที่ 3 พ.ค 2552 ที่ผ่านมาสดๆร้อนๆนี้เอง โดยทางชุมชนทั้งบ้านไผ่ใหญ่และบ้านไผ่น้อย ที่นำโดยผู้ใหญ่บ้านของทั้ง 2 หมู่บ้านได้เตรียมการต้อนรับช้างอย่างยิ่งใหญ่
ทันทีที่มาถึง ช้างศรีแพรสามารถเดินลงมาจากรถบรรทุกได้อย่างสบายๆ และได้เดินเข้าไปหาชาวบ้านที่มาเฝ้าคอยศรีแพรตั้งแต่ช่วงเช้าด้วยความตื่นเต้น พร้อมกับได้เตรียมอาหารจำพวกกล้วยและแตงโม พร้อมกับน้ำดื่มมาให้กับช้างศรีแพรด้วย
สำหรับในช่วงวินาทีที่น่าตื่นเต้น และสุดแสนจะประทับใจนั้น เริ่มต้นจากการที่ควาญช้างจึงพาศรีแพรเดินออกจากฝูงชนเพื่อเดินเข้าไปบริเวณป่าชุมชนริมลำน้ำมาศเพื่อให้ช้างศรีแพรทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ คือ ช้างนกน้อย ซึ่งได้อาศัยอยู่ที่นี่ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ปี 2551 มาก่อนหน้านี้แล้ว และได้มีการนำผลไม้นานาชนิดจำนวนมากไปกองรวมกันเพื่อให้ช้างทั้ง 2 เชือกได้รับประทานร่วมกัน ซึ่งในทันทีที่ช้างศรีแพรได้พบกับช้างนกน้อย ศรีแพรซึ่งแสดงอาการอยากรู้อยากเห็นมากได้พยายามที่จะเอางวงทักทายไปสัมผัสเพื่อทำความรู้จักอย่างเป็นมิตร และเดินเข้าไปหาเพื่อหยอกล้อเล่นกับนกน้อย แต่ในขณะที่นกน้อยยังค่อนข้างจะยังไม่คุ้นเคยกับเพื่อนใหม่เท่าใดนัก จึงพยายามถอยห่างออกไปสังเกตุการณ์อยู่ห่างๆ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจ เนื่องจากทุกอย่างต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่งในการที่ช้างทั้งสองจะปรับตัวเข้าหากัน เนื่องจากสังคมของช้างเป็นสัตว์ที่ต้องการอยู่รวมกันเป็นกลุ่มอยู่แล้ว ซึ่งเรามั่นใจว่าในเร็ววันนี้ช้างทั้ง 2 เชือกจะสนิทสนมกันมากขึ้นในการอยู่ร่วมกัน และดูแลซึ่งกันและกันต่อไปในอนาคต
ทส.ชวนแนวร่วมป้องกันช้างสูญพันธุ์ เน้นป้องกันเร่ร่อน
Dutsadee - 25 April 2009 06:24
นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวเมื่อวันที่ 23 เม.ย.ว่า ปัญหาช้างในประเทศไทยกำลังเข้าขั้นวิกฤต เพราะในประเทศไทยทั้งช้างป่าและช้างบ้านเหลือรวมกันไม่เกิน 5 พันตัวเท่านั้น จากที่ 40 กว่าปีที่แล้วที่มีช้างถึงประมาณ 4 หมื่นกว่าตัวทั่วประเทศ นับเป็นการลดจำนวนลงอย่างน่าใจหาย ทั้งนี้ ได้ร่วมกับสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กลุ่มองค์กรอนุรักษ์ช้าง องค์กรพัฒนาเอกชน กรมปศุสัตว์ มูลนิธิเพื่อนช้างแห่งประเทศไทย คณะสัตว์แพทย์จากมหาวิทยาลัยต่างๆ สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่าและประชาชนทั่วไป มาร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาช้าง โดยจะเน้นแก้ปัญหาไปที่ช้างเร่ร่อน ด้วยการอนุรักษ์และเชิดชูช้างในฐานะเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของชาติ เพื่อให้ช้างได้รับการดูแลอย่างสมศักดิ์ศรี และไม่ต้องการเห็นช้างถูกตีราคาเหมือนสินค้าหรือเป็นเพียงแรงงานสัตว์เช่นปัจจุบัน
นายสุวิทย์ ได้เสนอแนวทางเบื้องต้นในการอนุรักษ์ช้าง ด้วยการดึงดูดให้ช้างอาศัยอยู่เพียงในป่าหรือพื้นที่ที่เหมาะสม โดยการจัดหาอาหารและพื้นที่อย่างเพียงพอ ซึ่งจะช่วยช้างให้มีอาหารกินอย่างเพียงพอและไม่ต้องออกไปหากินในไร่นาของชาวบ้าน นับเป็นการป้องกันช้างถูกทำร้ายจากการบุกรุกไร่นาและทำลายผลผลิตการเกษตรของชาวบ้านได้อีกทางด้วย นอกจากนี้ ยังจัดตั้งทีมสัตวแพทย์คอยช่วยเหลือช้างที่บาดเจ็บหรือเจ็บป่วย รวมถึงติดตามการเปลี่ยนแปลงของประชากรช้างอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรับมือและแก้ไขปัญหาช้างสูญพันธุ์
ที่มา : มติชนออนไลน์ วันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2552 เวลา 13:36:55 น.
Picture by Bring the Elephant Home
กทม.ตื่นควบคุมจำนวนช้าง”สำรวจ-ฝังไมโครชิพ-จับกุม”
Dutsadee - 24 April 2009 06:08
เมื่อวันที่ 13 มีนาคม ที่ศาลาว่าการ กทม. นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าฯ กทม.เปิดเผยภายหลังประชุมร่วมกับนางสาวโซไรดา ซาลวาลา กรรมการผู้จัดการมูลนิธิเพื่อนช้าง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาช้างเร่ร่อน หลังพบว่าเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง ว่า กทม.ได้เตรียมจัดกิจกรรมตามโครงการ “ช้างยิ้ม” โดยจะเร่งทำการสำรวจจำนวนช้างเร่ร่อนขอทานในพื้นที่ว่ามีทั้งหมดกี่เชือก พร้อมดำเนินการฝังไมโครชิพสำหรับช้างที่ไม่มีเอกสารหลักฐานบันทึกรูปพรรณช้างร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ นอกจากนั้นจะประสานกับหน่วยทหารในพื้นที่กทม.และใกล้เคียงที่พอมีสถานที่สำหรับรองรับการกักตัวช้างและควาญช้างรวมถึงประสานการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) ขอใช้พื้นที่สวนวชิรเบญจทัศ(สวนรถไฟ)บางส่วน
สำหรับการดำเนินการจับกุมช้างและควาญที่นำช้างมาเดินเร่ร่อนขอทานของกทม.จะสั่งการไปยังสำนักเทศกิจและฝ่ายเทศกิจของเขตต่างๆ เคร่งครัดจับกุมผู้กระทำผิดจับ-ปรับโทษสูงสุดตามพ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ มีระวางโทษปรับ 10,000 บาทและจำคุก 6 เดือน พร้อมจัดเตรียมงบประมาณและยุทธภัณฑ์ต่างๆ เพื่อรองรับการดำเนินการขนย้ายและกักกันช้าง
ที่มา : มติชนออนไลน์ วันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2552 เวลา 16:30:20 น.
Picture by Bring the Elephant Home




