ตามเมืองต่างๆนั้น ควรจะเป็นสถานที่สุดท้ายที่ทุกคนคาดคิดว่าจะได้เห็นช้างมาอาศัยอยู่ และจากภาพที่ได้เห็นช้างเดินเร่ร่อนหากินตามท้องถนนทำให้หัวใจของเราแทบจะสลาย ทั้งนี้เมื่อป่าซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติและแหล่งอาหารของช้างถูกทำลายจนลดจำนวนลงอย่างมากในปัจจุบัน จนทำให้ช้างขาดแคลนอาหารในป่าธรรมชาติ ซึ่งก็มีโอกาสที่จะทำให้ช้างไทยสูญพันธ์ได้ในอนาคต ดังนั้นมูลนิธิพาช้างกลับบ้าน จึงได้ก่อตั้งขึ้นเพื่อรณรงค์ในการสร้างสรรค์คุณภาพชีวิตที่ดีกว่าของช้างไทย โดยการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับช้าง การฟื้นฟูป่าที่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหารตามธรรมชาติ การปลูกพืชอาหารสำหรับช้าง การพัฒนาชุมชนในหมู่บ้านช้างดั้งเดิม รวมทั้งการหาแนวทางเพื่อแก้ไขปัญหาการกระทบกระทั่งกันระหว่างคนกับช้าง ภายใต้โครงการปลูกป่าให้ช้างของมูลนิธิฯ ตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมา ทางมูลนิธิฯ สามารถปลูกฟื้นฟูป่าได้มากกว่า 250,000 ต้น เพื่อเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติและแหล่งอาหารสำหรับทั้งช้างป่าและช้างบ้านตามพื้นที่ต่างๆในประเทศไทย นอกเหนือไปจากนั้นทางมูลนิธิฯ จะจัดงานปั่นจักรยานการกุศล “ปั่นเพื่อช้าง” ขึ้นในระหว่างวันที่ 14 – 15 มกราคม 2555 เพื่อหารายได้สนับสนุนการทำกิจกรรมต่างๆในการช่วยเหลือช้างขององค์กรเครือข่ายของเรา คือ ศูนย์บริบาลช้าง (Elephant Nature Park) อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ >>>


น้ำท่วมแปลงปลูกป่า และการย้ายช้างศรีแพรไปยังศูนย์บริบาลช้างแม่แตง จ.เชียงใหม่

Dutsadee - 7 November 2010 13:00

เป็นที่ทราบกันดีว่าเมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้เกิดน้ำท่วมและสร้างความเสียหายอย่างหนักในรอบหลายสิบปีโดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย รวมทั้งภายในอุทยานลำน้ำมาศ จ.บุรีรัมย์ที่ช้างศรีแพรอาศัยอยู่ด้วย ซึ่งโดยปกติแล้วที่นี่ต้องประสบกับภาวะน้ำท่วมเป็นประจำทุกปีอยู่แล้ว แต่ปีนี้นับว่ารุนแรงกว่าทุกปีที่ผ่านมา และได้สร้างความเสียหายให้กับหลายครอบครัวในชุมชนที่ทำงานร่วมกับเรา พื้นที่ทำการเกษตร แปลงปลูกป่าให้ช้าง และบริเวณเกาะที่ช้างอาศัยอยู่ซึ่งมีน้ำท่วมขังสูงกว่า 2 เมตร จึงทำให้ควาญช้างและชาวบ้านช่วยกันย้ายศรีแพรออกมาจากเกาะช้างไปอาศัยปากทางเข้า อบต.หนองคู ซึ่งอยู่บริเวณริมถนนสายโคราช-บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นที่สูงน้ำท่วมไม่ถึง แต่อย่างไรก็ดีศรีแพรต้องถูกล่ามโซ่ไว้เกือบตลอดทั้งวันใต้ต้นไม้ใหญ่ เนื่องจากเป็นบริเวณชุมชนที่มีผู้คนอาศัยอยู่ค่อนข้างมาก และมีคนสัญจรไปมาตลอดเวลา ทางควาญจึงกังวลในเรื่องของความปลอดภัยของคนในชุมชน อีกทั้งหากปล่อยศรีแพรเดินไปมา อาจจะพลัดตกลงในลงไปในโคลนหรือแม่น้ำได้ เนื่องจากกระแสน้ำในลำน้ำมาศเชี่ยวกรากมาก

ตั้งแต่ช้างนกน้อยได้เสียชีวิตไป ทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นทางมูลนิธิฯ รวมทั้งชาวบ้านในชุมชนต่างก็มีความกังวลในการที่ศรีแพรจะต้องใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพัง รวมถึงปัญหาในการดูแลช้างที่พบว่าทางควาญช้างยังไม่ได้ปฏิบัติตามนโยบายที่ทางมูลนิธิฯ กำหนดไว้ คือ ยังพบว่ามีการล่ามโซ่ช้างเกือบตลอดทั้งวัน และมีการใช้ตะขอบังคับช้าง  ประกอบกับปัญหาความไม่เหมาะสมของสถานที่ช้างอาศัยอยู่ คือ อุทยานลำน้ำมาศที่ประสบปัญหาน้ำท่วมหนักในช่วงฤดูฝนเป็นระยะเวลานานกว่า 1 - 2 เดือนเป็นประจำทุกปี(เดือนตุลาคม - พฤศจิกายนของทุกปี) ทำให้ต้องมีการย้ายช้างออกจากเกาะที่อยู่อาศัยอย่างอิสระตามธรรมชาติมาอยู่ในแหล่งชุมชน จึงจำเป็นที่จะต้องล่ามโซ่ไว้เกือบตลอดเวลาในช่วงระยะเวลาหนึ่งจนกว่าน้ำจะลดและนำช้างกลับไปอาศัยอยู่ในป่าบนเกาะได้  ปัญหาน้ำท่วมแปลงปลูกป่าเป็นระยะเวลานาน จนทำให้กล้าไม้ที่ปลูกไว้สำหรับสำหรับเป็นแหล่งอาหารของช้างไม่สามารถเจริญเติบโตได้ดี แต่เมื่อถึงฤดูแล้ง น้ำในแม่น้ำจะแห้งลงอย่างมาก จนทำให้ช้างขาดแคลนแหล่งน้ำดื่มและสำหรับอาบน้ำ และยังทำให้การขนส่งอาหารข้ามแม่น้ำไปยังเกาะเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากต้องขนส่งด้วยแพไม้ไผ่ชักลากข้ามแม่น้ำไป นอกจากนี้สภาพความแห้งแล้วและอากาศที่ร้อนจัดของพื้นที่ในฤดูแล้ง และการขาดแคลนน้ำสำหรับรดแปลงปลูกป่าก็ทำให้กล้าไม้เสียหายและตายไปจำนวนมากในแต่ละปี รวมไปถึงการที่ไม่สามารถหาควาญช้างที่จะดำเนินการตามนโยบายที่ตกลงกันได้จึงทำให้ต้องมีการเปลี่ยนควาญช้างหลายครั้ง เป็นต้น

ดังนั้นทางเราจึงเห็นว่าเป็นการยากที่จะสนับสนุนโครงการการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับช้างในพื้นที่แห่งนี้ต่อไป เนื่องจากการดำเนินการยังไม่เป็นไปตามนโยบายและวัตถุประสงค์ที่ทางมูลนิธิฯ ได้ตกลงร่วมกับชุมชนเมื่อตอนเริ่มต้นโครงการ แต่เมื่อเราไม่สามารถสนับสนุนหรือโปรโมทโครงการนี้ต่อไปได้ย่อมเกิดผลกระทบโดยตรงต่อศรีแพร เนื่องจากเมื่อไม่มีการทำการท่องเที่ยวทางคณะกรรมการกองทุนช้างก็จะไม่มีงบประมาณพอเพียงในการดูแลศรีแพรได้ในระยะยาว รวมถึงการที่ชุมชนจะต้องขาดรายได้จากโครงการปลูกป่าให้ช้าง การทำการท่องเที่ยว และการทำ Homestay อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงเป็นการตัดสินใจที่ยากมากในการที่จะดำเนินโครงการต่อไป หรือจะย้ายโครงการไปในพื้นที่อื่นที่เหมาะสมกว่า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับมูลนิธิฯ ก็คือ การที่ช้างจะต้องได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขที่สุด และมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดตามนโนบายที่ทางเราได้กำหนดไว้ตั้งแต่เริ่มโครงการช่วยเหลือช้าง

(more…)

WWF และ ASN ให้การสนับสนุนโครงการปลูกป่าให้ช้าง ณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ในปี 2554 ต่อไป

Dutsadee - 28 October 2010 10:57

ทางมูลนิธิพาช้างกลับบ้าน มีข่าวดีที่จะแจ้งให้กับผู้ติดตามข่าวสารของเราได้ทราบ คือ ทางองค์กร WWF ประเทศเธอร์แลนด์ได้ยืนยันในการให้การสนับสนุนโครงการปลูกป่าให้ช้างของมูลนิธิฯ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ จ.กาญจนบุรี ต่อไปในปีหน้า ด้วยงบประมาณกว่า 5,000 ยูโร(ประมาณ 225,000 บาท) ร่วมกับองค์กร The Green ASN Bank ประเทศเธอร์แลนด์ ที่จะสนับสนุนเพิ่มเติมในโครงการนี้อีก 1,000 ยูโร(ประมาณ 45,000 บาท) เพื่อให้ทางมูลนิธิฯ ร่วมกับเครือข่ายอนุรักษ์ช้าง(ECN) ได้มีงบประมาณสำหรับการทำงานในโครงการปลูกป่าให้ช้างที่นี่ต่อไปจนถึงเดือนตุลาคม 2554 ทางมูลนิธิฯ ต้องขอขอบพระคุณผู้สนับสนุนทั้ง 2 องค์กร มา ณ ที่นี้ที่ทำให้เรามีงบประมาณในการทำงานเพื่อปลูกฟื้นฟูป่าให้กับช้างป่าในผืนป่าตะวันตกของไทยต่อไป

สำหรับเป้าหมายหลักของโครงการปลูกป่าให้ช้างในปี 2554 ที่จะถึงนี้ ทางมูลนิธิฯ ได้ตั้งเป้าหมายไว้ที่จะปลูกฟื้นฟูป่าให้ช้างป่า ด้วยกล้าไม้ทั้งหมดที่ผลิตขึ้นจากเรือนเพาะชำของเขตฯ สลักพระ จำนวน 15,000 ต้น จากพรรณไม้ท้องถิ่น จำนวน34 ชนิด(รวมกับที่ปลูกไปแล้วในปี 2553 จำนวนกว่า 15,000 ต้น)ด้วยวิธีการเทคนิคพรรณไม้โครงสร้างของ FORRU เพื่อเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ และอุดมสมบูรณ์ของแหล่งอาหารและแหล่งที่อยู่อาศัยของช้างป่าที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าแห่งนี้ต่อไป

นอกจากนี้ ทางเรายังได้รับงบประมาณเพิ่มเติมสำหรับการดูแลกล้าไม้ที่ปลูกในแต่ละปี ทั้งที่ทางเราดำเนินการเอง และที่ทางเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่าต้องการจะปลูกเพิ่มเติม(ประมาณ 20,000 ต้นต่อปี) รวมไปถึงการทำวิจัยเกี่ยวกับการปลูกฟื้นฟูป่าในป่าไผ่ผสมป่าผลัดใบ การติดตามความหลากหลายทางชีวภาพของพรรณไม้ท้องถิ่นที่จะกลับเข้ามาในพื้นที่ และการติดตามการเจริญเติบโตของกล้าไม้ในแปลงปลูกป่าในระยะยาว นอกเหนือไปจากการปลูกฟื้นฟูป่าแล้ว ทางเรายังให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดูแลกล้าไม้ที่ปลูกในแต่ละปีด้วยการวางแผนเข้าไปดำเนินการตัดหญ้า และใส่ปุ๋ยให้กับกล้าไม้ที่ปลูกในแต่ละครั้ง เพิื่อช่วยให้กล้าไม้สามารถเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว มีอัตราการรอดตายสูง และสามารถแข่งขันกับวัชพืชต่างๆในพื้นที่ได้ดี เพื่อจะทำให้ความอุดมสมบูรณ์ของป่ากลับคืนมาอีกครั้งในระยะเวลาอันรวดเร็วที่สุด รวมไปถึงการดำเนินการทำแนวกันไฟรอบแปลงปลูกป่า และทีมเผฝ้าระวังไฟป่า รวมทั้งการรดน้ำในแปลงปลูกป่า(หากจำเป็น) ตลอดช่วงฤดูแล้งที่จะมาถึงนี้

สำหรับการดำเนินการปลูกฟื้นฟูป่าในปี 2553 ที่ผ่านมานี้ ทางมูลนิธิฯ ได้ดำเนินการปลูกต้นไม้ไปแล้วในเขตฯ สลักพระแล้วทั้งสิ้นกว่า 13,125 ต้น ดังนี้ ในวันที่ 26 มิถุนายน 2553 จำนวน 11,000 ต้น วันที่ 19 สิงหาคม 2552 จำนวน 1,500 ต้น และในวันที่ 16 ตุลาคม 2553 จำนวน 625 ต้น

คลิกเพื่อดูภาพเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมปลูกป่าให้ช้างในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ได้ที่ด้านล่างนี้ค่ะ

(more…)

“พังแม่คำมูล” ตกลูกแฝดคู่ที่ 3 ของโลกที่ จ.เชียงใหม่

Dutsadee - 9 October 2010 10:08

ที่มาของข่าว หนังสือพิมพ์ไทยรัฐออนไลน์ ฉบับวันที่ 8 ต.ค 2553

ภาพถ่ายโดย เจ้าหน้าที่ของศูนย์บริบาลช้าง

ชาวกะเหรี่ยงเฮลั่นดอย แม่ช้างตกลูกแฝดเพศเมียทั้งคู่ ควาญเผยก่อนหน้านี้เคยตกลูกแล้ว แต่เสียชีวิต มาครั้งนี้ ถือเป็นโชค เตรียมจัดฉลองใหญ่ตามประเพณี เมื่อวันที่ 8 ต.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ศูนย์บริบาลช้างภาคเหนือสาขาแม่แจ่ม บ้านแม่สะต๊อป หมู่ 3 ต.แม่ศึก อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ว่า ที่ศูนย์บริบาลช้างฯ แม่ช้างชื่อ แม่คำมูล อายุ 28 ปี ได้ให้กำเนิดลูกช้างเป็นลูกแฝด ตัวแรกเมื่อเวลา 03.30 น. และอีกตัวเวลา 03.56 น. โดยลูกช้างทั้ง 2 เชือก มีสุขภาพแข็งแรงดี ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของชาวกะเหรี่ยงใน อ.แม่แจ่ม ทุกคนต่างพากันดีใจ เพราะถือเป็นนิมิตหมายที่ดี พร้อมเตรียมจัดฉลองครั้งใหญ่ตามประเพณีของชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง

นายสมพร ศักดิ์ชินธาดากุล เจ้าของแม่ช้างและเป็นควาญช้าง เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจอย่างมากที่แม่ช้างให้กำเนิดลูกช้างออกมาเป็นลูกแฝด เพราะที่ผ่านมาชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงที่เลี้ยงช้าง ยังไม่เคยมีแม่ช้างในจังหวัดเชียงใหม่ออกลูกแฝดเลย ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี เป็นเรื่องที่ดี อีกทั้ง แม่ช้างแม่คำมูลเคยตกลูกมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ปรากฏว่าลูกช้างได้เสียชีวิต ตอนนั้นตนเสียใจมาก เพราะในชีวิตตนก็มีช้างแม่คำมูลเป็นช้างเชือกสุดท้ายในชีวิตแล้ว จึงได้นำช้างมาขอเข้าโครงการของศูนย์บริบาลช้างที่เพิ่งมาเปิดสาขาที่ อ.แม่แจ่ม เพื่อให้ทางศูนย์ได้ช่วยเลี้ยงดูแม่ช้างคำมูล เพราะหากสูญเสียแม่คำมูลไปแล้ว ตนก็ไม่เหลืออะไรแล้ว ซึ่งทางศูนย์ฯได้ตั้งโครงการ “พาช้างกลับบ้าน” ให้ช้างได้ใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติ ไม่มีการนำช้างมาใช้งาน หรือมาให้บริการนักท่องเที่ยว โดยให้ตนเป็นผู้ดูแล ทางศูนย์ดำเนินการเรื่องอาหารการกินให้กับช้างทุกอย่าง ก่อนที่แม่ช้างจะให้กำเนิดลูกแฝด (more…)

กิจกรรมวันสัตว์โลก(World Anmal Day) วันที่ 3 ต.ค 53 ณ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

Dutsadee - 3 October 2010 19:23

เนื่องด้วยวันที่ 3 ตุลาคมของทุกปี ถือเป็นวันสัตว์โลก หรือ World Animal Day และในครั้งนี้ทางมหาวิทยาลัยจึงได้ริเริ่มจัดงานนี้ขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่จังหวัดเชียงใหม่ ในวันอาทิตย์ที่ 3 ต.ค 2553 เพื่อประชาสัมพันธ์ให้คนทั่วไปได้เห็นความสำคัญของวันสัตว์โลก และเพื่อเป็นกิจกรรมที่จะรณรงค์ในเรื่องสวัสดิภาพของสัตว์ทุกชนิด รวมทั้งเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยงานนี้จัดขึ้น ณ หอศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ถ.นิมมานเหมินทร์ ตั้งแต่แต่เวลา 9.00 - 16.00 น. โดยภายในงานนี้ ประกอบไปด้วยหน่วยงานต่างๆ ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับสัตว์ จัดกิจกรรมเสวนา และจัดนิทรรศการ เช่น มูลนิธิพาช้างกลับบ้าน ศูนย์บริบาลช้าง สมาคมป้องกันการทารุณกรรมสัตว์แห่งประเทศไทย มูลนิธิแคร์ฟอร์ด๊อก บริษัท Fight of Gibbon มูลนิธิม้า จังหวัดลำปาง ชมรมสัตวแพทย์ล้านน้า ชมรมดูนกและอนุรักษ์ธรรมชาติล้านนา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เป็นต้น นอกเหนือจากบูธแสดงนิทรรศการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆแล้ว ยังมีการให้บริการตรวจสุขภาพสุนัขและสัตว์เลี้ยงอื่นๆฟรี การแสดงโชว์ของสุนัข การให้ความรู้ในการดูแลสัตว์เลี้ยง เวทีเสวนาในเรื่องเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงและปัญหาของช้างไทย เพื่อให้ผู้ร่วมงานได้ร่วมแสดงความคิดเห็น นอกจากนี้อาหารที่จำหน่ายภายในงานยังจัดทำเป็นอาหารมังสวิรัติทั้งหมดเพื่อส่งเสริมการลดการบริโภคเนื้อสัตว์อีกทางหนึ่งด้วย

สำหรับบูธนิทรรศการของมูลนิธิพาช้างกลับบ้านได้จัดร่วมกับศูนย์บริบาลช้างแม่แตง เพื่อนำเสนอกิจกรรมต่างๆของมูลนิธิพาช้างกลับบ้านในการช่วยเหลือช้างไทย เช่น โครงการปลูกป่าให้ช้าง โครงการช่วยเหลือช้างเร่ร่อน  โครงการส่งเสิรมการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับช้าง กิจกรรมปั่นจักรยานการกุศล ” ปั่นเพื่อช้าง “ ที่จะจัดระหว่างวันที่ 15 - 16 ม.ค 54 เป็นต้น สามารถดูภาพเพิ่มเติมได้ที่ด้านล่างนี้ค่ะ (more…)

เปิดรับอาสาสมัครดูแลแปลงปลูกป่าให้ช้าง ณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ จ.กาญจนบุรี 18 ก.ย 53

Dutsadee - 30 August 2010 07:36

มูลนิธิพาช้างกลับบ้านเปิดรับอาสาสมัครที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมการดูแลกล้าไม้ในแปลงปลูกป่า จำนวนกว่า 8,000 กล้าไม้ในพื้นที่ 14 ไร่ (ที่ได้ปลูกไปเมื่อวันที่ 26 มิ.ย 53 ที่ผ่านมา) ในแปลงปลูกป่าให้ช้างภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เนื่องจากในช่วงฤดูฝนหญ้าและวัชพืชต่างๆที่เป็นอุปสรรคต่อการเจริญเติบโตของกล้าไม้จะเติบโตได้อย่างรวดเร็วมาก ดังนั้นทางเราจึงต้องวางแผนในการเข้าไปตัดหญ้า และใส่ปุ๋ยให้กับกล้าไม้ในแปลงปลูกป่าอย่างน้อยทุกๆ 4 - 6 สัปดาห์ ไปจนกว่าจะสิ้นสุดฤดูฝนในปี 2553 เพื่อช่วยให้กล้าไม้ที่ปลุกไปสามารถเจริญเติบโตได้ดีและแข่งขันกับวัชพืชต่างๆได้ รวมทั้งเพื่อให้กล้าไม้เจริญเติบได้อย่างรวดเร็ว สามารถพัฒนาระบบรากให้แข็งแรงก่อนที่จะเข้าสู่ฤดูแล้งต่อไป

วันที่จัดกิจกรรม  วันเสาร์ที่ 18 กันยายน 2553  เวลา  10.00 - 16.00 น.
สถานที่   หน่วยพิทักษ์ป่าห้วยสะด่อง ภายในเขตฯ สลักพระ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี
จำนวนอาสาสมัครที่เปิดรับ  90 คน

โปรแกรมกิจกรรม
9.45 น.     อาสาสมัครเดินทางมาถึงบริเวณด้านหน้าหน่วยพิทักษ์ป่าห้วยสะด่อง และกล่าวต้อนรับ และการสาธิตวิธีการปลูกป่า
10.00 น.   อาสาสมัครแยกย้ายกันขึ้นรถกระบะ 4WD ไปยังแปลงปลูกป่าด้านในเขตสลักพระฯ ทั้ง 3 แปลง
10.30 น.   เริ่มลงมือปลูกป่า และดูแลกล้าไม้ในแปลงปลูกป่าในแปลงปลูกป่าทั้ง 3 แปลงพร้อมกัน
12.00 น.   รับประทานอาหารกลางวันในแปลงปลูกป่า
13.00 น.   ปลูกป่า และดูแลกล้าไม้ในแปลงปลูกป่าต่อจนแล้วเสร็จ
15.30 น.   สำรวจความเรียบร้อยในการปลูกป่า และเก็บขยะทั้งหมดออกจากแปลงปลูกป่า
16.00 น.   ขับรถกลับออกมาจากแปลงปลูกป่า

ค่าใช้จ่ายและการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ
สำหรับค่าใช้จ่ายในวันปลูกป่า ส่วนใหญ่จะเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับค่าอาหาร น้ำดื่ม และผลไม้ ค่าสนับสนุนกล้าไม้ที่จะปลูก ค่าปุ๋ยอินทรีย์และอุปกรณ์ต่างๆในการปลูกป่า รวมทั้งค่ารถกระบะ 4WD รับส่งในการเดินทางเข้าไปปลูกป่าที่อยู่ด้านในเขตฯ สลักพระ คิดเป็นท่านละ 300 บาท (ไม่รวมค่าเดินทางไปและกลับจังหวัดกาญจนบุรี)

(more…)

สุขสันต์วันเกิด ” ช้างยิ้ม “

Dutsadee - 13 July 2010 20:16

เป็นเวลาเกือบ 1 ปีแล้วที่ดอกเงินได้ให้กำเนิดช้างน้อยเพศผู้ ” ช้างยิ้ม ” และเมื่อวานนี้เอง(12 ก.ค 53)ที่ช้างยิ้มได้มีโอกาสฉลองวันเกิดอายุครบ 1 ขวบเป็นปีแรกในชีวิต โดยที่ศูนย์บริบาลช้างได้จัดทำบอร์ดวันเกิดให้กับช้างยิ้มโดยเฉพาะ โดยมีการนำภาพถ่ายตอนแรกเกิด และพัฒนาการของช้างยิ้มจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นชีวิตที่เต็มไปด้วยอิสระเสรี และอยู่อย่างมีความสุขร่วมกับครอบครัวช้างเชือกอื่นๆภายในศูนย์ นอกจากนี้ยังได้มีการจัดทำเค้กให้กับช้างยิ้มเพื่อเป็นของขวัญวันเกิด ซึ่งอาจจะเป็นเค้กของช้างที่แพงที่สุดเลยก็ว่าได้ เนื่องจากเค้กสุดพิเศษนี้ทำจากผลไม้ต่างๆมากมาย ส่วนใหญ่จะเป็นผลไม้นำเข้าที่มีราคาแพงทั้งสิ้น แต่ปรากฎว่าช้างยิ้มกลับเลือกให้ความสนใจกินแต่ต้นกล้วย รวมทั้งกล้วย และหญ้าซึ่งใช้ในการรองพื้นด้านล่างของผลไม้อื่นๆเท่านั้น ในขณะที่ผลไม้อื่นนั้นๆ นอกจากจะไม่กินแล้ว เจ้าช้างยิ้มกลับขึ้นไปเหยียบเล่นจนผลไม้หลายชนิกกลายเป็นน้ำผลไม้ปั่นแบบสมูตตี้ไปเสียแบบนั้น แต่อย่างไรก็ตามเค้กนี้ก็ถือเป็นเค้กที่น่ารับประทานและตกแต่งได้สวยงามมาก และยังถือเป็นของขวัญสุดพิเศษจากใจของทุกๆคนภายในศูนย์ฯ ที่ตั้งใจทำให้ช้างยิ้มด้วยความรักและเอาใจใส่ และยังถือว่าเป็นเวลาที่พิเศษมากๆที่หลายคนได้มีโอกาสฉลองวันเกิดขวบปีแรกในชีวิตร่วมกับช้างยิ้ม

การใช้ชีวิตของช้างยิ้มภายในศูนย์ฯ เป็นไปอย่างมีความสุขมากในแต่ละวัน และตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ของศูนย์ นักท่องเที่ยว หรือแม้กระทั่งช้างเชือกอื่นๆที่อาศัยอยู่ภายในศูนย์แห่งนี้ต่างก็ตกหลุมรักและหลงไหลในช้างหนุ่มน้อยแสนซนนี้กันเป็นแถว รวมทั้งดอกเงิน แม่ของช้างยิ้มด้วย  ซึ่งตอนนี้ช้างยิ้มนับวันจะมีแต่ความแก่นซนเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ดังนั้นจึงถือเป็นความท้าทายของคนดูแลในการที่จะทำให้ช้างยิ้มสงบเรียบร้อยลงบ้าง แต่อย่างไรก็ตามก็นับว่าเป็นวิถีชีวิตตามธรรมาชาติของเขา เนื่องจากช้างยิ้มได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระเสรีอย่างเต็มที่ตั้งแต่แรกเกิด และมันจะยังคงเป็นแบบนี้ตลอดไปภายในศูนย์ฯแห่งนี้

หากท่านใดสนใจจะรับช้างยิ้มเป็นลูกอุปถัมภ์ สามารถคลิกได้ที่นี่ค่ะ 

(more…)

เปิดรับอาสาสมัครดูแลแปลงปลูกป่า ณ อุทยานลำน้ำมาศ จ.บุรีรัมย์ 24 - 25 ก.ค 53

Dutsadee - 12 July 2010 06:55

กลับมาอีกครั้งสำหรับกิจกรรมอาสาสมัครดูแลกล้าไม้ในแปลงปลูกป่า ณ อุทยานลำน้ำมาศ จ.บุรีรัมย์ ประจำปี 2553 ตลอดช่วงฤดูฝนนี้ไปจนถึงเดือนพฤศจิกายนของทุกปี  ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าภายหลังการปลูกป่าครั้งใหญ่ในแต่ละปี ทางมูลนิธิฯ จะให้ความสำคัญกับการดูแลหลังกล้าไม้ในแปลงปลูกป่าภายหลังการปลูกเป็นอย่างมากโดยตลอดช่วงฤดูฝนแรก และฤดูฝนที่ 2 หรือจนกว่าที่ป่าจะสามารถฟื้นตัวกลับมาได้เองตามธรรมชาติ  เนื่องจากในช่วงฤดูฝนหญ้าและวัชพืชต่างๆที่เป็นอุปสรรคต่อการเจริญเติบโตของกล้าไม้จะเติบโตได้อย่างรวดเร็วมาก ดังนั้นทางเราจึงต้องวางแผนในการเข้าไปตัดหญ้า และใส่ปุ๋ยให้กับกล้าไม้ในแปลงปลูกป่าทุกๆ 4 - 6 สัปดาห์ ไปจนกว่าจะสิ้นสุดฤดูฝน เพื่อช่วยให้กล้าไม้สามารถเจริญเติบโตได้ดี สามารถแข่งขันกับวัชพืชต่างๆได้ และเพื่อให้กล้าไม้เจริญเติบได้อย่างรวดเร็ว สามารถพัฒนาระบบรากให้แข็งแรงก่อนที่จะเข้าสู่ฤดูแล้งต่อไป

นอกเหนือไปจากการให้ความสำคัญกับการดูแลกล้าไม้ในแปลงปลูกป่าแล้ว ทางเรายังได้จัดกิจกรรมอื่นๆควบคู่ไปด้วย โดยอาสาสมัครจะได้พลิดเพลินไปกับการใช้เวลาในการดูแลช้าง การปลูกพืชอาหารช้าง การปรับปรุงสภาพพื้นที่บนเกาะที่ช้างอาศัยอยู่ให้มีสภาพที่น่าอยู่มากขึ้น รวมทั้งการซ่อมแซมสะพานแขวนที่อาสาสมัครและนักท่องเที่ยวจะใช้เดินข้ามไปเยี่ยมชมช้างที่มีสภาพทรุดโทรมเนื่องจากถูกระแสน้ำพัด และการปรับปรุงแพที่ใช้ขนอาหารช้างให้สามารถใช้งานได้สะดวกมากยิ่งขึ้น โดยสามารถดูรายละเอียดของกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ด้านล่างนี้ค่ะ  

โปรแกรมกิจกรรมอาสาสมัครดูแลแปลงปลูกป่าหลังการปลูก

วันเสาร์ที่ 24 กรกฎาคม 2553
13.30 น. - อาสาสมัคร เดินทางมาถึงอุทยานลำน้ำมาศ กล่าวต้อนรับโดยมูลนิธิพาช้างกลับบ้านผู้นำชุมชน และคณะกรรมการกองทุนช้าง หลังจากนั้นทางผู้อำนวยการมูลนิธิพาช้างกลับบ้าน จะชี้แจงรายละเอียดของโครงการปลูกป่าให้ช้าง และการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับช้างให้กับอาสาสมัครก่อนเริ่มกิจกรรม และ Welcome drink
14.00 น. - กิจกรรมปลูกพืชอาหารช้างและกล้าไม้ท้องถิ่น
16.00 น. - เดินทางไปตัดกล้วยเพื่อนำมาเป็นอาหารให้ช้าง
16.30 น. - เยี่ยมชมช้าง และช่วยกันให้อาหารช้าง
17.30 น. - เดินทางเข้าที่พักในชุมชนบ้านไผ่น้อย และบ้านไผ่ใหญ่(เยี่ยมชมหมู่บ้าน และพักผ่อนตามอัธยาศัย)
18.00 น. - รับประทานอาหารเย็นที่บ้านพัก
20.00 น. - พิธีต้อนรับแบบประเพณีอีสานดั้งเดิม การแสดงพื้นบ้าน และกิจกรรมสันทนาการ

วันอาทิตย์ที่ 25 กรกฎาคม 2553
7.30 น. - อาหารเช้าที่บ้านพัก
8.00 น. - รวมตัวกันที่แปลงปลูกป่า ณ อุทยานลำน้ำมาศ
8.30 น. - การดูแลกล้าไม้หลังการปลูกในแปลงปลูกป่า(ตัดหญ้า รดน้ำ และใส่ปุ๋ย)
11.30 น. - เดินทางไปตัดกล้วยเพื่อนำมาเป็นอาหารให้ช้าง
12.00 น. - อาหารกลางวัน - อาหารอีสานแบบปิคนิคริมลำน้ำมาศ
13.00 น. - ปลูกกล้าไม้(ต่อ) และ15.30 น. - เสร็จสิ้นกิจกรรม อาสาสมัครเดินทางไปเก็บของที่บ้านพัก กล่าวลาช้าง และชาวบ้านในชุมชน และเดินทางกลับกรุงเทพต่อไป
21.30 น. - ถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ

ค่าใช้จ่าย สำหรับกิจกรรมอาสา วันที่ 24 - 25 ก.ค 2553(รวม 2 วัน 1 คืน) คิดเป็น 1,000 บาท/คน (ไม่รวมค่าใช้จ่ายในการเดินทางไป และกลับจังหวัดบุรีรัมย์)

(more…)

อาสาสมัครปลูกป่าให้ช้าง 4,000 กล้าไม้ในที่ดินแห่งใหม่ และ 2,000 กล้าไม้ภายในศูนย์บริบาลช้าง

Dutsadee - 5 July 2010 10:43

ภาพถ่ายโดย นิชานันท์ อ่อนเกตุ

เป็นระยะเวลาสองสัปดาห์ติดกัน ที่ทางมูลนิธิพาช้างกลับบ้านได้จัดกิจกรรมปลูกป่าให้ช้างเพื่อให้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติของช้างที่อาศัยอยู่ในศูนย์บริบาลช้าง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ต่อไปในอนาคต โดยกิจกรรมปลูกป่าในสัปดาห์แรกจัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 3 ก.ค 53 ในบริเวณแปลงปลูกป่าแห่งใหม่ของศูนย์บริบาลช้างซึ่งอยู่บนดอยสูงชันของหุบเขาแม่แตงบริเวณด้านบนของหมู่บ้านแม่ตะมาน ต.กึ๊ดช้าง โดยในครั้งนี้สามารถปลูกกล้าไม้แล้วเสร็จไปทั้งสิ้น 4,000 กล้าไม้

โดยในตอนเริ่มต้นของวันปลูกป่า เป็นไปด้วยความทุลักทุเลอยู่บ้างเนื่องมาจากมีฝนตกลงมาอย่างไม่ขาดสายตั้งแต่เวลาประมาณ 9.00 น. ทำให้การขับรถพาอาสาสมัครขึ้นไปปลูกป่าบนดอยที่สูงชันเป็นไปอย่างยากลำบากมาก เนื่องจากถนนแคบและลื่นมาก อีกทั้ง 2 ข้างทางยังเป็นเหวลึก แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้การมาร่วมกิจกรรมเป็นไปด้วยความสนุกสนานและตื่นเต้นเหมือนกับได้ผจญภัยไปในขณะเดียวกันด้วย ทันทีที่เดินทางไปถึงแปลงปลูกป่าฝนก็หยุดตกพอดี จึงทำให้พวกเราสามารถลงมือปลูกป่าได้อย่างสะดวกภายใต้สภาพอากาศที่ดีมาก คือ ไม่ร้อนจัดและไม่มีฝนตกหนัก ในวันนี้มีอาสาสมัครที่มาร่วมงานปลูกป่าทั้งอาสาสมัครชาวต่างชาติและเจ้าหน้าที่จากศูนย์บริบาลช้าง ผู้สนใจทั่วไปทั้งชาวไทยและต่างชาติ และกลุ่มครูและนักเรียนชั้นประถมปีที่ 1 - 5 จากโรงเรียนบ้านปลาดาว(จาก ต.อินทขิล อ.แม่แตง)รวมกันแล้วจำนวนกว่า 100 คน และเนื่องจากได้มีการเตรียมแปลงปลูกป่าก่อนนี้แล้วในส่วนของการขุดหลุมปลูก และการขนกล้าไม้และอุปกรณ์ต่างๆ ไปไว้ตามจุดต่างๆใกล้กับแปลงปลูกป่า จึงทำให้การปลูกป่าแล้วเสร็จในเวลาอันรวดเร็ว

นอกจากนี้ตลอดเวลาที่เด็กนักเรียนช่วยกันขนต้นไม้ และลงมือปลูกป่า ทางคุณครูจะคอยสอนพร้อมกับอธิบายให้เด็กๆได้เห็นถึงความสำคัญของการปลูกป่า ระยะเวลาในการที่ป่าจะฟื้นตัวกลับมาเป็นป่าตามธรรมชาติ เมื่อเปรียบเทียบกับการตัดไม้ทำลายป่าซึ่งใช้เวลาสั้นกว่ามาก แต่ก่อให้เกิดผลเสียหายร้ายแรงต่อสภาพแวดล้อมอย่างไรบ้าง   ซึ่งเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกให้กับเด็กๆ ในเรื่องการอนุรักษ์ไปพร้อมๆกับการปลูกป่าที่เห็นภาพชัดเจน จากการสังเกตถึงแม้จะเด็กกลุ่มนี้จะเป็นเด็กเล็กเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ละคนก็ทำงานกันด้วยความขยันขันแข็ง ดูไม่เหน็ดเหนือย และยังดูสนุกสนานกับการปลูกป่าตลอดเวลาอีกด้วย

ภายหลังเสร็จสิ้นการปลูกป่า ทางเราได้พาอาสาสมัครทุกท่านไปเยี่ยมชมช้างที่อาศัยอยู่ภายในศูนย์ฯ เพื่อให้เห็นภาพว่าเราต้องการฟื้นฟูป่าเพื่อประโยชน์ของช้างเหล่านี้ต่อไปในอนาคตอย่างแท้จริง แต่กลุ่มที่ดูจะสนุกสนานและตื่นเต้นมากที่สุด ก็คือ กลุ่มเด็กๆ จากโรงเรียนบ้านปลาดาว  โดยเฉพาะเวลาที่ป้อนอาหารช้าง ได้ดูช้างเล่นน้ำ และการได้เล่นกับช้างน้อย รวมทั้งยังมีคำถามมากมายในเรื่องของช้างให้ตอบอย่างไม่ขาดสาย ซึ่งไม่บ่อยนักที่เด็กๆจะมีโอกาสได้มาสัมผัสใกล้ชิดกับช้างขนาดนี้ บรรยากาศจึงเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเด็กๆ อยู่ตลอดเวลา  นอกจากนี้หลายคนยังสนใจที่จะกลับมาช่วยเราปลูกป่าอีกในครั้งต่อๆไป ซึ่งแน่นอนว่าทาเงรายินดีต้อนรับเด็กๆเหล่านี้เสมอ เพราะเด็กๆเหล่านี้คืออนาคตของชาติที่จะเป็นกำลังสำคัญต่อไปในอนาคตในการที่จะช่วยกันดูแลรักษาช้างไทยและป่าของเราให้คงอยู่อีกนานเท่านาน (more…)

เชิญชวนร่วมทีม ” วิ่งเพื่อช้าง ” ในงานเชียงใหม่มาราธอน ประจำปี 2553

Dutsadee -  08:46

มูลนิธิพาช้างกลับบ้าน ขอเชิญชวนนักวิ่งทุกท่านเข้าร่วมทีมกับทีมนักวิ่งของมูลนิธิพาช้างกลับบ้าน ภายใต้ชื่อทีม ” วิ่งเพื่อช้าง “ ในงานเชียงใหม่มาราธอนที่จะจัดขึ้นในวันที่ 26 ธันวาคม 2553 ที่จะถึงนี้ โดยการจัดตั้งทีม ” วิ่งเพื่อช้าง ” เพื่อเข้าร่วมงานเชียงใหม่มาราธอน มีวัตุประสงค์หลัก คือ เพื่อระดมทุนในการสนับสนุนการดำเนินงานของต่างๆในการช่วยเหลือช้างไทยของศูนย์บริบาลช้าง(Elephant Nature Park) ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นสถานที่พักพิงของช้างที่เคยทำงานหนักในอดีต และช้างพิการต่างๆ จำนวนมาก ปัจจุบันช้างเหล่านี้ได้อยู่อาศัยอย่างสงบสุขและเป็นอิสระตามธรรมชาติ และได้รับการดูแลจากทางศูนย์บริบาลช้างเป็นอย่างดี  นอกจากนี้ ทางมูลนิธิฯ ยังมีเป้าหมายที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ เพื่อสร้างความตระหนักให้คนในสังคมได้เห็นถึงความสำคัญของช้างไทย ที่กำลังใกล้จะสูญพันธ์ในปัจจุบัน

การสมัครเข้าร่วมทีม ” วิ่งเพื่อช้าง ” กับทางมูลนิธิพาช้างกลับบ้าน

นักวิ่งทุกท่านที่สมัครเข้าร่วมงานเชียงใหม่มาราธอน ประจำปี 2553 และสนใจจะร่วมทีมกับเรา ให้นักวิ่งติดต่อมาที่ทางมูลนิธิฯ เพื่อเข้าร่วมทีม ” วิ่งเพื่อช้าง “ จากนั้นทางเราจะจัดเตรียมแบบฟอร์มสำหรับหาสปอนเซอร์  และเอกสารเทคนิคในการจัดหาสปอนเซอร์ รวมทั้งระบบบริจาคเงินออนไลน์ให้กับทีมนักวิ่งผ่านเว็บไซด์ของมูลนิธิฯ  นอกจากนี้ในวันงาน ทางเราจะจัดเตรียมเสื้อยืดของทีม ” วิ่งเพื่อช้าง “ ให้กับนักวิ่งที่เข้าร่วมทีมกับเรา เพื่อให้ทุกท่านได้ใส่เสื้อแบบเดียวกันตลอดระยะเวลาของการวิ่งมาราธอนในครั้งนี้

โดยนักวิ่งในทีมทุกท่านจะต้องหาสปอนเซอร์เพื่อสนับสนุนทีมวิ่งเพื่อช้างของเราด้วยตัวเองตามกำลังและความสามารถที่ท่านจะหาได้ โดยทางมูลนิธิฯไม่ได้กำหนดเงินขั้นต่ำในการสนับสนุนทีมของเราแต่อย่างใด นอกจากนี้นักวิ่งสามารถสมัครเข้าร่วมวิ่งตามระยะทางที่ท่านคิดว่าสามารถทำได้ ซึ่งมีให้เลือก 4 ประเภท ได้แก่ การวิ่งมาราธอน ฮาล์ฟมาราธอน มินิมาราธอน และการวิ่งผลัดแบบทีม โดยที่นักวิ่งจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการสมัครเข้าร่วมงานเชียงใหม่มาราธอน 2553 ด้วยตัวเองทั้งหมด พร้อมกับการระดมทุนเพื่อนสนับสนุนทีมวิ่งของเราด้วย ซึ่งทางเรามั่นใจว่าการที่นักวิ่งได้มารวมกลุ่มกันในงานเชียงใหม่มาราธอนครั้งนี้ นอกจากเป็นการวิ่งเพื่อความสนุกสนาน และเพื่อการมีสุขภาพที่ดีแล้ว ทางเรายังหวังป็นอย่างยิ่งว่าจะสร้างบันดาลใจให้กับนักวิ่งทีมวิ่งเพื่อช้างได้ตระหนักถึงความสำคัญของช้างไทย และได้มีส่วนในการหารายได้เพื่อช่วยเหลือช้างไทยร่วมกับหน่วยงานของเรา

ดังนั้นทางเราจึงขอเชิญชวนนักวิ่งและทุกท่านที่มีหัวใจรักช้าง มาร่วมวิ่งกับทีมของเราในงานเชียงใหม่มาราธอนประจำปี 2553 ที่จะถึงนี้ด้วยกันค่ะ เพื่อมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับช้างไทยของเราต่อไปในอนาคตค่ะ (more…)

งานปั่นจักรยานการกุศล”ปั่นเพื่อช้าง” ประจำปี 2554

Dutsadee - 23 June 2010 13:28

กลับมาอีกครั้งตามคำเรียกร้องจากหลายๆฝ่ายสำหรับงานปั่นจักรยานการกุศล ” ปั่นเพื่อช้าง “ ในปี 2554 สำหรับนักปั่นทุกท่านที่เคยมาร่วมปั่นกับเราในปีที่ผ่านมาแล้วประทับใจอยากจะมาร่วมปั่นกับเราอีกในปีนี้ รวมไปถึงผู้ที่พลาดโอกาสจากการร่วมงานในปีที่ผ่านมาด้วย

สำหรับงานปั่นจักรยานเสือภูเขาการกุศล  ” ปั่นเพื่อช้าง ” ประจำปี 2554 ทางมูลนิธิพาช้างกลับบ้าน จะจัดงานนี้ในระหว่างวันที่ 15 - 16 มกราคม 2554 รวมระยะเวลา 2 วัน 1 คืน ในเส้นทางที่ท่านจะได้ผจญภัย และจะได้สนุกสนานเพลินเพลินไปกับธรรมชาติและทิวทัศน์ที่สวยงามของหุบเขาแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีเป้าหลักเช่นเดียวกับในปีที่ผ่านมา คือ เพื่อหารายได้สนับสนุนในการทำกิจกรรมต่างๆเพื่อช่วยเหลือช้างไทยของศูนย์บริบาลช้าง หรือที่รู้จักกันเป็นอย่างดีในชื่อของ Elephant Nature Park ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นสถานที่พักพิงของช้างที่เคยทำงานหนักในอดีต และช้างพิการต่างๆ จำนวนมาก ปัจจุบันช้างเหล่านี้ได้อยู่อาศัยอย่างสงบสุขและเป็นอิสระตามธรรมชาติ และได้รับการดูแลจากทางศูนย์บริบาลช้างเป็นอย่างดี  นอกจากนี้ ทางมูลนิธิฯ ยังมีเป้าหมายที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ เพื่อสร้างความตระหนักให้กับสังคมไทยให้เห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับช้างไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และเพื่อให้คนในสังคมได้เห็นถึงความสำคัญของช้างไทย ที่กำลังใกล้จะสูญพันธ์ในปัจจุบัน รวมทั้งเป็นการกระตุ้นให้ทุกฝ่ายได้หันมาให้ความสนใจในการช่วยเหลือช้างไทยต่อไป (more…)

« Older EntriesNewer Entries »