ตามเมืองต่างๆนั้น ควรจะเป็นสถานที่สุดท้ายที่ทุกคนคาดคิดว่าจะได้เห็นช้างมาอาศัยอยู่ และจากภาพที่ได้เห็นช้างเดินเร่ร่อนหากินตามท้องถนนทำให้หัวใจของเราแทบจะสลาย ทั้งนี้เมื่อป่าซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติและแหล่งอาหารของช้างถูกทำลายจนลดจำนวนลงอย่างมากในปัจจุบัน จนทำให้ช้างขาดแคลนอาหารในป่าธรรมชาติ ซึ่งก็มีโอกาสที่จะทำให้ช้างไทยสูญพันธ์ได้ในอนาคต ดังนั้นมูลนิธิพาช้างกลับบ้าน จึงได้ก่อตั้งขึ้นเพื่อรณรงค์ในการสร้างสรรค์คุณภาพชีวิตที่ดีกว่าของช้างไทย โดยการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับช้าง การฟื้นฟูป่าที่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหารตามธรรมชาติ การปลูกพืชอาหารสำหรับช้าง การพัฒนาชุมชนในหมู่บ้านช้างดั้งเดิม รวมทั้งการหาแนวทางเพื่อแก้ไขปัญหาการกระทบกระทั่งกันระหว่างคนกับช้าง ภายใต้โครงการปลูกป่าให้ช้างของมูลนิธิฯ ตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมา ทางมูลนิธิฯ สามารถปลูกฟื้นฟูป่าได้มากกว่า 250,000 ต้น เพื่อเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติและแหล่งอาหารสำหรับทั้งช้างป่าและช้างบ้านตามพื้นที่ต่างๆในประเทศไทย นอกเหนือไปจากนั้นทางมูลนิธิฯ จะจัดงานปั่นจักรยานการกุศล “ปั่นเพื่อช้าง” ขึ้นในระหว่างวันที่ 14 – 15 มกราคม 2555 เพื่อหารายได้สนับสนุนการทำกิจกรรมต่างๆในการช่วยเหลือช้างขององค์กรเครือข่ายของเรา คือ ศูนย์บริบาลช้าง (Elephant Nature Park) อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ >>>
โรงแรม The Park Plaza ให้การสนับสนุนโครงการ Elephant Jungle ของมูลนิธิฯ
Dutsadee - 1 February 2011 06:44
ทางมูลนิธิพาช้างกลับบ้านได้รับการยืนยันจากทาง โรงแรม The Park Plaza ตั้งแต่ก่อนที่จะเริ่มดำเนินโครงการ Elephant Jungle หรือโครงการบ้านช้างอย่างเป็นทางการในปีนี้ โดยเงินที่ได้รับการสนับสนนนี้ได้มาจากการที่ทางโรงแรมได้จัดให้มีการจำหน่ายตุ๊กตาช้างให้กับแขกของโรงแรมเป็นระยะเวลาหลายเดือนตลอดทั้งปี 2553 ที่ผ่านมา รวมไปถึงการติดป้ายประชาสัมพันธ์ข่าวของโครงการ และการรณรงค์จัดหาเงินสนับสนุนผ่านระบบออนไลน์อย่างต่อเนื่อง เพื่อรณรงค์ในการหาเงินมาสนับสนุนในโครงการนี้ให้กับทางมูลนิธิฯ และในช่วงกลางเดือนธันวาคม 2553 ที่ผ่านมา ทางเราได้รับการยืนยันจากทางโรงแรมอย่างเป็นทางการในการสนับสนุนเงินจำนวน 100,000 บาท สำหรับโครงการ Elephant Jungle
ด้วยการสนับสนุนจากทางโรงแรม The Park Plaza นี้เอง จึงทำให้ทางมูลนิธิฯ สามารถจัดซื้อระบบผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับติดตั้งในบ้านพักของอาสามัคร รวมทั้งการจัดสร้างบ้านดินหลังแรกเพื่อเป็นศูนย์เผยแพร่ข้อมูล และบ้านพักของอาสาสมัคร ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นที่ดียิ่งสำหรับโครงการ Elephant Jungle ซึ่งเป็นโครงการใหม่ของเราในปีนี้ ดังนั้นทางมูลนิธิฯ จึงใคร่ขอขอบพระคุณทางโรงแรม The Park Plaza เป็นอย่างสูง มา ณ ที่นี้
โดยท่านสามารถคลิกที่ด้านล่างเพื่อรับชมประมวลภาพกิจกรรมต่างๆ ที่ได้รับการสนับสนุนจากทางโรงแรม The Park Plaza
กับความสำเร็จอีกครั้งจากการจัดงาน ” ปั่นเพื่อช้าง ” ปีที่ 2 ประจำปี 2554
Dutsadee - 24 January 2011 10:51
เมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางมูลนิธิฯ ได้จัดงานปั่นจักรยานการกุศล ” ปั่นเพื่อช้าง ” ประจำปี 2554 ในระหว่างวันที่ 15 - 16 มกราคม 2554 ซึ่งได้จัดเป็นปีที่ 2 แล้ว และในปีนี้ทางเราได้รับความสนใจจากนักปั่นเข้าร่วมงานมากกว่าปีแรกเป็นจำนวนมาก โดยในปีนี้ทางเรามีนักปั่นทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่สนใจเข้ามาร่วมงานเป็นจำนวนทั้งสิ้น 58 ท่าน สำหรับการปั่นจักรยานในระยะทางไกลกว่า 96 กิโลเมตร(ประมาณ 60 ไมล์) เป็นระยะเวลา 2 วัน 1 คืน ในเส้นทางหุบเขา และหมู่บ้านชนบทที่เชื่อมต่อระหว่างอำเภอแม่ริม และอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ โดยทุกคนต่างมีเป้าหมายเดียวกัน นั่นคือ การระดมเงินเพื่อสนับสนุนกิจกรรมต่างๆในการช่วยเหลือช้างไทยของทางมูลนิธิฯ
นอกเหนือจากการปั่นจักรยานการกุศลแล้ว นักปั่นยังได้มีโอกาสใช้เวลากับช้าง และพักค้างคืนภายในศูนย์บริบาลช้างแม่แตง ซึ่งเป็นสถานที่ที่ทางมูลนิธิฯ จะนำเงินทั้งหมดจากการจัดงานในครั้งนี้ไปมอบให้เพื่อให้ทางศูนย์ฯ ใช้สำหรับการช่วยเหลือช้างไทยต่อไป และในเช้าวันถัดมาก่อนที่จะมีการปั่นจักรยานต่อเป็นวันที่ 2 ทางศูนย์ ได้พานักปั่นเดิมเยี่ยมชม และทำความรู้จักกับช้างเชือกต่างๆที่อาศัยอยู่อย่างอิสระเสรีตามธรรมชาติโดยรอบศูนย์ฯ แห่งนี้อย่างใกล้ชิด สำหรับนักปั่นหลายท่านแล้วต่างยอมรับว่านี่ถือเป็นครั้งแรกที่ได้มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับช้างมากขนาดนี้ และถือเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจที่จะขอจดจำไว้อย่างไม่รู้ลืมเลยทีเดียว
หลังจากการเดินเยี่ยมชมช้างโดยรอบศูนย์ฯ แล้ว ได้มีการถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน พร้อมกับการมอบเช็คเงินบริจาคทั้งหมดที่ได้จากการจัดงานในครั้งนี้ให้กับตัวแทนของศูนย์บริบาลช้างแม่แตง จากนั้นจึงได้เริ่มปั่นต่อไปในเวลาประมาณ 10.00 น. ในเส้นทางจากศูนย์ฯ ไปยังอุทยานแห่งชาติศรีลานนา และไปสิ้นสุดที่น้ำตกบัวตอง(หรือน้ำตกน้ำพุเจ็ดสี) ในเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างอำเภอแม่แตง และอำเภอพร้าว ในระยะทางกว่า 50 กิโลเมตร ซึ่งค่อนข้างไกลกว่าวันแรกเล็กน้อย แต่ด้วยความเหนื่อยล้าจากการปั่นในวันแรก อีกทั้งหลายท่านยังเป็นนักปั่นหน้าใหม่ที่ไม่เคยปั่นระยะทางไกลขนาดนี้มาก่อน จึงทำให้การปั่นในวันที่ 2 จึงค่อนข้างช้า และเป็นไปอย่างยากลำบากกว่าวันแรกมากทีเดียว แต่นักปั่นเกือบส่วนใหญ่ก็ยังพยายามปั่นต่อไปจนถึงป้ายเส้นชัยที่น้ำตกบัวตองด้วยจิตใจที่เข้าแข็งและอดทน มีเพียงนักปั่นส่วนน้อยที่ได้รับบาดเจ็บและเหนื่อยล้าจนไม่สามารถปั่นต่อไปจนถึงเส้นชัยได้ ทางเราต้องขอนับถือในหัวจิตหัวใจและความมุ่งมั่นและความเป็นนักสู้ของนักปั่นแต่ละท่านจริงๆ และเมื่อถึงเส้นชัยแล้ว แทบจะทุกคนต่างล้มตัวลงด้วยความเหนื่อยล้าแทบจะเดินไม่ไหวแล้ว แต่หลังจากนั้นก็เป็นโอกาสดีที่ทุกคนได้ผ่อนคลายจากงานหนักด้วยการไปลงเล่นน้ำตกด้วยความชุ่มช่ำ พร้อมกับการสังสรรค์นั่งคุยกันถึงการปั่นจักรยานที่ผ่านมาทั้ง 2 วัน พร้อมกับเครื่องดื่ม และอาหารว่างที่ทางมูลนิธิฯ จัดเตรียมให้อย่างสนุกสนาน
จากเสียงตอบรับที่ดียิ่ง และความประทับใจขอนักปั่นหลายท่านที่มีต่อการจัดงานในครั้งนี้ รวมทั้งหลายท่านได้แสดงความจำนงค์ที่จะกลับมาปั่นจักรยานด้วยกันอีก ทางมูลนิธิฯ จึงมีความตั้งใจที่จะจัดงานปั่นเพื่อช้าง เป็นครั้งที่ 3 ในปีถัดไปอย่างแน่นอน สำหรับวันและเวลาที่เหมาะสม ทางเราจะแจ้งให้ทราบต่อไปทางเว็บไซด์ต่อไป ขอให้นักปั่นและผู้สนใจทุกท่านติตตามความคืบหน้าในเร็วๆนี้
นักวิ่งจากมูลนิธิฯ เข้าร่วมงานเชียงใหม่มาราธอน 2553 เพื่อหาเงินสนับสนุนโครงการ Elephant Jungle
Dutsadee - 17 January 2011 08:44
ในวันอาทิตย์ที่ 26 ธันวาคม 2553 ที่ผ่านมา ทางจังหวัดเชียงใหม่ได้จัดงานเชียงใหม่มาราธอนประจำปี 2553 ซึ่งเป็นงานที่จัดอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี โดยในงานนี้ได้มีนักวิ่งซึ่งเป็นอาสาสมัครของมูลนิธิพาช้างกลับบ้านและศูนย์บริบาลช้างได้เข้าร่วมวิ่งมาราธอนในครั้งนี้ด้วยในประเภท half-marathon(ระยะทาง 21.1 ก.ม) จำนวน 3 ท่านด้วยกัน โดยมีจุดประสงค์เพื่อรณรงค์หารายได้สนับสนุนโครงการบ้านช้างแห่งใหม่ หรือ Elephant Jungle ของทางมูลนิธิฯ ในปี 2554 นี้ โดยทั้งสามท่านสามารถจัดหาเงินสนับสนุนจากนี้รวมกันแล้วได้เป็นจำนวนสูงถึง 4,031 ยูโร หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 160,000 บาท
ทางมูลนิธิฯ ขอบพระคุณทั้ง 3 ท่าน คือ คุณ Maxine และคุณ Aron รวมทั้งคุณ Marleen Veenstra(ซึ่งได้รับรางวัลรองชนะเลิศในการเข้าเส้นชัยเป็นลำดับที่ 2 ประเภทนักวิ่งอายุระหว่าง 30 - 40 ปีด้วย) มา ณ โอกาสนี้ และทางเราจะนำเงินนี้ไปใช้ในกิจกรรมต่างๆ ของโครง Elephant Jungle เพื่อให้ประโยชน์อย่างสูงสุดต่อไป
มูลนิธิฯ ร่วมยื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการรณรงค์ให้เชียงใหม่เป็นเขตปลอดช้างเร่ร่อน
Dutsadee - 15 January 2011 12:17
หลังจากที่ทางมูลนิธิพาช้างกลับบ้าน และศูนย์บริบาลช้างแม่แตง ได้ร่วมกันรณรงค์ในเรื่องการทำให้เมืองเชียงใหม่ให้เป็นเขตปลอดจากช้างเร่ร่อนอย่างจริงจังและต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 2553 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ผ่านทางหลากหลายกิจกรรมที่เราจัดทำขึ้น เช่น การจัดทำหนังสือร้องเรียนเพื่อให้ผู้ที่สนใจเข้าร่วมลงชื่อในการรณรงค์ให้เมืองเชียงใหม่เป็นเขตปลอดจากช้างเร่ร่อน การแจกจ่ายแผ่นพับ ใบปลิว และติดป้ายโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์การรณรงค์ในเรื่องของช้างเร่ร่อนตามสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญต่างๆในตัวเมืองเชียงใหม่ที่สามารถพบเห็นช้างเร่ร่อนอยู่เป็นประจำ รวมทั้งการรณรงค์ให้ผู้ที่พบเห็นการนำช้างมาเดินเร่ร่อนในตัวเมืองเชียงใหม่ให้โทรศัพท์ไปแจ้งยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้กวดขัน ตักเตือน หรือดำเนินการอย่างจริงจังกับควาญช้าง หรือผู้ที่นำช้างมาเดินเร่ร่อนในตัวเมือง เป็นต้น และจากการรณรงค์อย่างเข้มข้นนี้เอง ทำให้นักท่องเที่ยวที่ได้เข้าไปท้วงติงควาญช้างที่นำช้างมาเดินเร่ร่อนบริเวณถนนที่เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวกลางคืนของเมืองเชียงใหม่ เมื่อกลางกลางดึกของคืนวันที่ 13 ธันวาคม 2553 ที่ผ่านมาได้ถูกกลุ่มควาญช้างรุมทำร้ายด้วยตะขอที่ใช้บังคับช้าง จนทำให้นักท่องเที่ยวได้รับบาดเจ็บเป็นแผลฉกรรจ์ที่ศรีษะ จนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในกลางดึกนั้นเอง ซึ่งข่าวนี้ปรากฎในหนังสือพิมพ์ฉบับต่างๆ โดยทันที นอกจากนี้ข่าวนี้ยังได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนต่างๆ อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะประเด็นของการนำช้างมาเดินเร่ร่อนในตัวเมืองเป็นสิ่งที่สมควรหรือไม่ และท่าทีของควาญช้างที่มีต่อนักท่องเที่ยวที่มีผลต่อภาพลักษณ์ที่สำคัญของการท่องเที่ยวของเมืองไทยเป็นอย่างยิ่ง
ดังนั้นจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางมูลนิธิฯ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครชาวต่างชาติจากศูนย์บริบาลช้างแม่แตงจำนวนทั้งสิ้นกว่า 80 คน ได้ร่วมกันเดินทางไปยื่นหนังสือร้องเรียนเกี่ยวกับการทำให้เมืองเชียงใหม่เป็นเขตปลอดจากช้างเร่ร่อนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และหน่วยงานราชการในท้องถิ่นที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงในเรื่องที่เกี่ยวกับช้างเร่ร่อน ในวันที่ 23 ธันวาคม 2553 ที่ผ่านมา โดยทางเราได้รวบรวมจดหมายร้องเรียนได้เป็นจำนวนมากกว่า 100,000 รายชื่อที่ได้รวบรวมจากผู้ที่สนใจในประเด็นนี้จากทั่วทุกมุมโลก ภายหลังจากการยื่นหนังสือร้องเรียนในครั้งนี้ ปรากฎว่าหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องในจังหวัดเชียงใหม่ได้ตื่นตัวในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก โดยในกลางเดือนมกราคม 2554 ที่ผ่านมา ได้มีการออกกฎห้ามไม่ให้มีการนำช้างมาเดินเร่ร่อนในตัวเมืองเชียงใหม่อีกต่อไป รวมทั้งมีการตักเตือนควาญช้างและเจ้าของช้างอย่างจริงจังในการไม่ให้นำช้างมาเดินเร่ร่อนในตัวเมืองอีกต่อไป โดยควาญช้างเหล่านี้ยังมีทางเลือกอื่นๆ อยู่ เช่น การพาช้างเดินทางกลับภูมิลำเนาเดิม เช่น จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งในปัจจุบันนี้ทางรัฐบาลกำลังให้การสนับสนุนการทำศูนย์อนุรักษ์ช้างที่จังหวัดสุรินทร์ และควาญช้างที่นำช้างกลับไปเข้าร่วมโครงการจะได้รับค่าตอบแทนในการดูแลช้างอย่างพอเพียงด้วย ดังนั้นนับตั้งแต่กลางเดือนมกราคม 2554 เป็นต้นมา จึงถือได้ว่าในตัวเมืองเชียงใหม่ได้เป็นเขตปลอดจากช้างเร่ร่อนอย่างแท้จริงแล้ว
รางวัลสุดพิเศษสำหรับนักปั่นที่บริจาคเงินได้มากที่สุดสำหรับกิจกรรมปั่นเพื่อช้าง
Dutsadee - 11 January 2011 08:45

สำหรับกิจกรรม ” ปั่นเพื่อช้าง “ 2554 ในปีนี้ ทางมูลนิธิฯ ได้รับการสนับสนุนจากทางโรงแรมเดอะ ท้องทรายเบย์(The Tongsai Bay) ซึ่งเป็นโรงแรมหรูระดับ 5 ดาวบนเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ด้วยการมอบบัตรของขวัญสุดพิเศษให้กับมูลนิธิฯ โดยเป็นแพ็กเกจห้องพักสุดหรูแบบ Pool Villa (คลิกชมภาพได้ที่นี่) จำนวน 3 คืน รวมอาหารเช้าแบบบุตเฟต์ และรถรับส่งจากสนามบิน สำหรับ 2 ท่าน คิดเป็นมูลค่ากว่า 88,275 บาท ให้กับนักปั่นที่สามารถจัดหาเงินได้มากที่สุดสำหรับบริจาคให้กับช้างที่อาศัยอยู่ในศูนย์บริบาลช้าง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่
โรงแรมเดอะท้องทรายเบย์ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะออกเฉียงเหนือของเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งห้องพักทุกห้องในโรงแรมแห่งนี้จะมีระเบียงที่สามารถมองเห็นวิวทะเลได้อย่างชัดเจน และให้ผู้ที่เข้าพักได้สัมผัสกับอากาศที่บริสุทธิ์ได้ตลอดเวลา รวมทั้งห้องอาบน้ำแบบพิเศษที่เปิดโล่ง(open-air) เพื่อให้ผู้เข้าพักได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติอย่างแท้จริงแม้กระทั่งเวลาที่อาบน้ำ โดยโรงแรมแห่งนี้มีชื่อเสียงในการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการรักษาสมดุลระหว่างสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ สัตว์ป่า ดิน น้ำ และมนุษย์ให้สามารถอาศัยอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุล ดังเช่นโครงการ ” Green Project ” ที่ทางโรงแรมได้จัดตั้งขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าว ซึ่งเป็นเหมือนต้นแบบให้กับโรงแรมอื่นๆ ที่สนใจได้นำไปใช้เพื่อเป็นการอนุรักษ์สภาพแวดล้อมของเกาะแห่งนี้ให้คงสภาพดีและสมบูรณ์ไปอีกนานเท่านานสำหรับคนรุ่นหลังต่อๆไป
ซึ่งภายหลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรม ” ปั่นเพื่อช้าง ” แล้ว ทางมูลนิธิฯ จะจัดมอบบัตรของขวัญจากโรงแรมเดอะท้องทรายเบย์นี้ให้แก่นักปั่นที่สามารถบริจาคเงินจำนวนมากที่สุดในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ สำหรับนักปั่นทุกๆท่านที่สนใจในรางวัลสุดพิเศษนี้ ท่านยังคงมีเวลากว่า 1 สัปดาห์ในการที่จะจัดหาเงินสนับสนุนกิจกรรมในครั้งนี้ให้ได้มากที่สุดเพื่อที่จะเป็นผู้คว้ารางวัลในการไปพักผ่อนที่ Pool Villa ในโรงแรมเดอะท้องทรายเบย์แห่งนี้
โครงการบ้านช้าง(Elephant Jungle Project)
Dutsadee - 21 December 2010 07:23
นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2553 เป็นต้นมา ทางมูลนิธิพาช้างกลับบ้านได้เริ่มเข้ามาดำเนินการในโครงการ Elephant Jungle ร่วมกับศูนย์บริบาลช้างอย่างจริงจัง รวมไปถึงการจัดหางบประมาณในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยพื้นที่ของโครงการมีขนาดเนื้อที่ทั้งสิ้นกว่า 300 ไร่(ประมาณ 150 เอเคอร์) ตั้งอยู่ตอนบนของหุบเขาแม่แตงในบริเวณบ้านป่าเมี่ยง ม.6 ต.กึ๊ดช้าง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ที่ยังคงล้อมรอบไปด้วยป่าตามธรรมชาติและป่าอนุรักษ์ที่ยังคงสภาพสมบูรณ์อยู่ รวมทั้งยังมีลำธารที่มีน้ำไหลผ่านตลอดทั้งปี ซึ่งทางเรามีความตั้งใจที่จะฟื้นฟูสภาพป่าแห่งนี้ให้กลายเป็นป่าธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์เหมาะสำหรับเป็นบ้านของช้างได้อย่างแท้จริงต่อไปในอนาคตอันใกล้นี้
ในอดีตพื้นที่นี้เดิมได้ถูกบุกรุกแผ้วถางป่าโดยเจ้าของเดิมเพื่อนำไปทำเป็นสวนกระหล่ำจนเต็มพื้นที่(ดูจากภาพด้านซ้ายมือ) แต่หลังจากที่ทางมูลนิธิฯ ร่วมกับศูนย์บริบาลช้างแม่แตงได้ซื้อที่ดินผืนนี้เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ทางเราได้ทำการปรับปรุงสภาพพื้นที่ของโครงการให้มีความเหมาะสมมากขึ้นสำหรับการปลุกฟื้นฟูป่า และรื้อถอนแปลงปลูกกระหล่ำปลีที่เคยมีอยู่เต็มพื้นที่ออกไปให้หมดให้กลายเป็นพื้นที่โล่งสำหรับจะปลูกฟื้นฟูป่าสำหรับช้าง รวมไปถึงการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอีกหลายอย่างในที่ดินผืนนี้ เช่น การปรับปรุงคุณภาพของดินให้มีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น การปรับปรุงสภาพถนนที่จะเดินทางขึ้นไปยังโครงการ การปรับปรุงและต่อเติมบ้านพัก การสร้างห้องน้ำสำหรับบ้านพักของอาสาสมัครเพิ่มเติม รวมทั้งการจัดวางระบบท่อส่งน้ำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เป็นต้น และสำหรับในปีหน้าที่จะถึงนี้ทางเรายังมีโครงการที่จะปลูกฟื้นฟูป่าเพิ่มเติมให้เต็มพื้นที่ โดยเฉพาะพรรณไม้ที่มีดอกและผลในการดึงดูดนกและสัตว์ป่าชนิดต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในป่าโดยรอบให้เข้ามาในพื้นที่แปลงปลูกป่าของโครงการเพื่อสัตว์ต่างๆเหล่านี้จะได้เป็นตัวกระจายเมล็ดไม้ให้กับเราได้อีกทางหนึ่ง
ดังนั้นถือว่าความใฝ่ฝันและความตั้งใจในการที่จะนำช้างมาอาศัยอยู่อย่างอิสระตามธรรมชาติในโครงการ Elephant Jungle แห่งนี้ ใกล้จะเป็นจริงขึ้นมาทุกขณะแล้ว นอกเหนือไปจากการที่เราให้ความสำคัญในเรื่องของช้างเป็นหลักแล้ว เรายังคำนึงถึงการฟื้นฟูป่าสัตว์ป่าชนิดต่างๆที่อาศัยร่วมกันอยู่ในป่าแห่งนี้ รวมทั้งการตระหนักถึงการรักษาคุณภาพของสิ่งแวดล้อม และการหาแนวทางในการอาศัยอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขและยั่งยืนระหว่างช้าง สัตว์ป่า และคนในชุมชนท้องถิ่น โดยจะมีการปลูกฟื้นฟูป่าควบคู่ไปกับพืชอาหารช้าง การปลูกพืชผักปลอดสารพิษ สวนสมุนไพร และการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดอย่างยั่งยืนในพื้นที่ รวมทั้งการจัดสร้างศูนยถ่ายทอดความรู้ในด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติและสัตว์ป่า เพื่อเป็นการสร้างจิตสำนึกให้กับนักเรียน นักศึกษา ชาวบ้านในชุมชนท้องถิ่น ตลอดจนอาสาสมัครทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่จะได้มีโอกาสเข้ามาเรียนรู้ภายในศูนย์แห่งนี้ ควบคู่ไปกับการทำกิจกรรมร่วมกันอย่างสนุกสนานต่อไป
ท่านสามารถคลิกด้านล่างเพื่อดูข้อมูล และประมวลภาพกิจกรรมของโครงการ Elephant Jungle เพิ่มเติม
เชิญชวนร่วมปั่นจักรยานการกุศล” ปั่นเพื่อช้าง ” ปี 2554
Dutsadee - 12 December 2010 19:33
มาร่วมผจญภัยไปด้วยกันกับเราได้ที่งานปั่นเพื่อช้าง ประจำปี 2554 (วีดีโอโดย Hinesh Patel)
การเดินทางของศรีแพรไปสู่บ้านหลังใหม่
Dutsadee - 15 November 2010 04:25
ศรีแพร เป็นช้างเพศเมีย อายุ 29 ปี เกิดที่อำเภอแม่สอด จ.ตาก บริเวณชายแดนไทย-พม่า เมื่อประมาณ 5 ปีก่อนศรีแพรได้รับบาดเจ็บจากการไปเหยียบกับระเบิดที่ฝังไว้บริเวณชายแดนไทย-พม่าขณะทำงานลากไม้ในปางช้างแห่งหนึ่ง จนทำให้เท้าซ้ายหน้าได้รับบาดเจ็บอย่างหนักจนพิการใช้งานไม่ได้ จึงได้มีการนำศรีแพรไปรักษายังโรงพยาบาลช้างจังหวัดสุรินทร์เป็นระยะเวลากว่า 3 ปี จากความพิการจึงทำให้ศรีแพรไม่สามารถทำงานหนักอีกต่อไปได้ เจ้าของใหม่จึงซื้อศรีแพรไปเพื่อเป็นแม่พันธุ์ในการผลิตลูกช้าง แต่เมื่อเธอไม่สามารถผลิตลูกช้างให้ได้ในเวลาที่ต้องการ ทางเจ้าของจึงได้ติดต่อเพื่อขายศรีแพรให้กับมูลนิธิพาช้างกลับบ้าน ทางเราจึงได้ช่วยเหลือศรีแพร ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2552 เป็นต้นมา และได้นำศรีแพรไปอาศัยอยู่ที่อุทยานลำน้ำมาศ อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ร่วมกับช้างอีกเชือกหนึ่งที่ทางมูลนิธิฯ ได้ช่วยเหลือมาก่อนหน้านี้ ภายใต้การดูแลของชุมชนบ้านไผ่ใหญ่ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับช้าง แต่เมื่อไม่นานมานี้ช้างนกน้อยที่อาศัยร่วมกับศรีแพรได้เสียชีวิตไป จึงทำให้ศรีแพรต้องใช้ชีวิตอยู่ตัวคนเดียวอย่างโดดเดี่ยว ประกอบกับปัญหาน้ำท่วมอุทยานลำน้ำมาศอย่างหนักเป็นประจำทุกปี จึงทำให้ทางมูลนิธิฯ ตัดสินใจย้ายช้างศรีแพรมาอาศัยอยู่ที่ศูนย์บริบาลช้างแม่แตง จ.เชียงใหม่ ในเดือนพฤศจิกายน 2553 นี้ ซึ่งที่นี่จะเป็นบ้านหลังใหม่ที่ศรีแพรจะสามารถใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ได้อย่างอิสระตามธรรมชาติ ร่วมกับช้างเชือกอื่นๆที่อาศัยอยู่ที่นี่โดยไม่ต้องย้ายไปไหนอีกแล้ว
ช่างภาพ และวีดีโอ : David Terrazas
เพลงประกอบ VDO : Biological by AIR
วีดีโอ การนำศรีแพรเดินทางมายังศูนย์บริบาลช้างแม่แตง จ.เชียงใหม่
Dutsadee - 03:44
ช่างภาพวีดีโอ : คุณณิชานันท์ อ่อนเกตุ
ตัดต่อวีดีโอ : คุณเอ ปริญชัย
ต้อนรับศรีแพรสู่บ้านหลังใหม่
Dutsadee - 8 November 2010 05:19
ภายหลังจากการประชุมร่วมกันหลายครั้งเพื่อจัดเตรียมการย้ายศรีแพร ในที่สุดทางทีมงานของมูลนิธิพาช้างกลับบ้าน จึงได้เดินทางจากจังหวัดเชียงใหม่ในสัปดาห์ที่ผ่านมาเพื่อย้ายช้างศรีแพรมาอาศัยอยู่ที่ศูนย์บริบาลช้างแม่แตง จ.เชียงใหม่
ในการเตรียมงานครั้งนี้ทางเราต้องการความช่วยเหลือจากหลายฝ่าย เช่น ทีมงานของมูลนิธิฯ ทีมงานจากศูนย์บริบาลช้างแม่แตง และทีมควาญช้างจากสุรินทร์ ในการนำช้างขึ้นรถ และดูแลตลอดการเดินทางในการเคลื่อนย้ายช้าง รวมไปถึงการจัดเตรียมงานอื่นๆ อีกหลายประการ เช่น
- การจัดเตรียมเอกสารการเคลื่อนย้ายศรีแพรจากสำนักงานปศุสัตว์อำเภอลำปลายมาศ และการโอนย้ายกรรมสิทธิ์การครอบครองศรีแพร ซึ่งอาจจะมีความยุ่งยากบ้างเนื่องจากมีคณะกรรมการกองทุนช้างหลายท่านที่ต้องไปเซ็นโอนช้างให้กับทางมูลนิธิฯ
- ความยากลำบากในการนำศรีแพรขึ้นรถบรรทุก เพราะศรีแพรเป็นช้างที่ตื่นกลัวการเดินทางโดยรถมาก และเราเองเคยมีประสบการณ์นี้แล้วจากการนำเธอขึ้นรถบรรทุกจากศูนย์คชศึกษา บ้านตากลาง จ.สุรินทร์ เมื่อเกือบ 2 ปีก่อน ที่ศรีแพรวิ่งหนีกระเจิดกระเจิง และส่งเสียงร้องด้วยความหวาดกลัว ต้องใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมงครึ่งกว่าที่ควาญช้างจะสามารถนำเธอขึ้นรถได้ แต่เธอก็ดิ้นรนหนีลงจากรถบรรทุกตลอดเวลาของการเดินทางมายัง จ.บุรีรัมย์ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องขอความช่วยเหลือจากควาญช้างมืออาชีพจากสุรินทร์ รวมถึงการปรับแต่งรถบรรทุกให้มีความแข็งแรงเพียงพอด้วย
- การทำความเข้าใจกับทางชุมชนถึงความจำเป็นในการย้ายช้างไปยังเชียงใหม่ รวมถึงการความต้องการของทางชุมชนเอง
ดังนั้นทางเราจึงเดินทางมาล่วงหน้าก่อนวันเดินทางประมาณ 2 วันเพื่อเตรียมงานในครั้งนี้เพื่อให้มั่นใจว่าการย้ายช้างในครั้งนี้จะเป็นไปอย่างราบรื่น สำหรับการประชุมร่วมกันกับทางคณะกรรมกองทุนช้างศรีแพรอีกครั้งเป็นไปได้ด้วยดี ทางเราได้ชี้แจงและทำความเข้าใจกับชุมชนที่เคยดูแลศรีแพรถึงความจำเป็นในการย้ายช้างไปอาศัยอยู่ที่ศูนย์บริบาลช้างแม่แตง จ.เชียงใหม่ ชีวิตความเป็นอยู่ของศรีแพรเมื่อไปอยู่ที่นั่นแล้ว รวมถึงการทำงานร่วมกันในโครงการอื่นๆต่อไปในอนาคตกับชุมชนแห่งนี้ ซึ่งทางชุมชนเองก็มีความรักและผูกพันธ์กับศรีแพรเป็นอย่างมาก แต่ก็เข้าใจและเห็นด้วยกับเราถึงความจำเป็นในครั้งนี้ หลายคนต้องการให้เราจัดส่งภาพถ่ายพร้อมกับข่าวคราวของศรีแพรมาให้ทางชุมชนอย่างต่อเนื่อง และต้องการที่จะเดินทางมาเยี่ยมศรีแพรที่เชียงใหม่เมื่อมีโอกาส ซึ่งทางเรายินดีต้อนรับทุกท่านที่ต้องการมาเยี่ยมศรีแพรได้ตลอดเวลาตามต้องการ





