ตามเมืองต่างๆนั้น ควรจะเป็นสถานที่สุดท้ายที่ทุกคนคาดคิดว่าจะได้เห็นช้างมาอาศัยอยู่ และจากภาพที่ได้เห็นช้างเดินเร่ร่อนหากินตามท้องถนนทำให้หัวใจของเราแทบจะสลาย ทั้งนี้เมื่อป่าซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติและแหล่งอาหารของช้างถูกทำลายจนลดจำนวนลงอย่างมากในปัจจุบัน จนทำให้ช้างขาดแคลนอาหารในป่าธรรมชาติ ซึ่งก็มีโอกาสที่จะทำให้ช้างไทยสูญพันธ์ได้ในอนาคต ดังนั้นมูลนิธิพาช้างกลับบ้าน จึงได้ก่อตั้งขึ้นเพื่อรณรงค์ในการสร้างสรรค์คุณภาพชีวิตที่ดีกว่าของช้างไทย โดยการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับช้าง การฟื้นฟูป่าที่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหารตามธรรมชาติ การปลูกพืชอาหารสำหรับช้าง การพัฒนาชุมชนในหมู่บ้านช้างดั้งเดิม รวมทั้งการหาแนวทางเพื่อแก้ไขปัญหาการกระทบกระทั่งกันระหว่างคนกับช้าง ภายใต้โครงการปลูกป่าให้ช้างของมูลนิธิฯ ในแต่ละปี สามารถปลูกฟื้นฟูป่าได้มากกว่า 10,000 ต้นต่อปี เพื่อเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติและแหล่งอาหารสำหรับทั้งช้างป่าและช้างบ้านตามพื้นที่ต่างๆในประเทศไทย นอกเหนือไปจากนั้นทางมูลนิธิฯ จะจัดงานปั่นจักรยานการกุศล “ปั่นเพื่อช้าง” ขึ้นในระหว่างวันที่ 6 – 7 กุมภาพันธ์ 2553 เพื่อหารายได้สนับสนุนการทำกิจกรรมต่างๆในการช่วยเหลือช้างขององค์กรเครือข่ายของเรา คือ ศูนย์บริบาลช้าง (Elephant Nature Park) อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ >>>


งานฉลองขึ้นบ้านใหม่โรงช้าง และบ้านพักควาญช้าง

Dutsadee - 23 December 2009 09:33

ในวันที่ 14 ธันวาคม 2552 ที่ผ่านมา ทางคณะกรรมการกองทุนช้างนกน้อยและศรีแพร ได้ร่วมใจกันจัดงานฉลองการขึ้นบ้านใหม่สำหรับบ้านพักควาญช้างบนเกาะพระ ภายในอุทยานลำน้ำมาศ อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อต้นเดือนธันวาคม 2552 ด้วยเงินบริจาคของกลุ่มนักศึกษาจากมหาวิทยาลัย Green Campus ประเทศเนเธอแลนด์ ที่ได้มาทำกิจกรรมปลูกป่าให้ช้างในเดือนมิถุนายน 2552 ที่ผ่านมา ร่วมกับมูลนิธิพาช้างกลับบ้าน และชาวบ้านในชุมชม

พร้อมกันนี้ยังได้จัดงานขึ้นบ้านใหม่สำหรับโรงช้าง ซึ่งจะเป็นบ้านพักถาวรของช้างทั้ง 2 เชือก คือ นกน้อย และศรีแพร ที่ได้ก่อสร้างแล้วเสร็จไปก่อนหน้านี้ (ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2552) ไปพร้อมๆกัน เพื่อเป็นสิริมงคลให้แก่ทั้งช้างทั้ง 2 ซึ่งได้มาย้ายอาศัยอยู่บนเกาะแห่งนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2552 เป็นต้นมา รวมทั้งควาญช้างซึ่งกำลังจะย้ายมาอาศัยอยู่ที่นี่อย่างถาวร เพื่อความสะดวกในการดูแลช้างได้ตลอดทั้งกลางวันและกลางคืนต่อไป

โดยมีผู้มาร่วมงานขึ้นบ้านใหม่ในครั้งจากหลายหน่วยงานด้วยกัน ได้แก่ คณะกรรมการกองทุนช้างนกน้อยและศรีแพร  ชาวบ้านจากชุมชนบ้านไผ่ใหญ่และบ้านไผ่น้อย รองนายก อบต.หนองคู  ตัวแทนจาก PDA ศูนย์ลำปลายมาศ ผู้นำชุมชน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิก อบต.ของทั้ง 2 หมู่บ้าน และครอบครัวของควาญช้าง รวมแล้วกว่า 25 คน  (more…)

” ช้างยิ้ม ” เติบโตขึ้นอย่างมีความสุข

Dutsadee -  08:25

วันเวลาช่างผ่านไปเร็วเหมือนโกหกเสียจริงๆ ปัจจุบันหนุ่มน้อย ” ช้างยิ้ม “ มีอายุได้ 5 เดือนแล้ว และกำลังเป็นดาวดวงเด่นของศูนย์บริบาลช้างแม่แตง  จ.เชียงใหม่ ด้วยการสร้างความบันเทิง ให้แก่ผู้คนที่มาเยี่ยมชมศูนย์ฯ แห่งนี้ไม่เว้นแต่ละวัน ดังจะเห็นได้ว่าในตอนบ่ายของแต่ละวัน นักท่องเที่ยวต่างพากันจับจ้องติดตามพฤติกรรมของช้างยิ้มอยู่บริเวณด้านบนของสะพานไม้ที่เป็นจุดชมวิวจากมุมสูงริมแม่น้ำแม่แตง ซึ่งช้างยิ้ม พร้อมกับฟ้าใหม่ จะพากันวิ่งเล่นด้วยกันอยู่โดยรอบบริเวณภายในศูนย์อย่างสนุกสนาน พร้อมกับการหาเกมส์ หรือกิจกรรมใหม่ๆ มาเล่นอยู่เสมอ เช่น การไปวิ่งไล่ตาม ” ลาล่า “ ช้างเชือกใหม่ที่เพิ่งย้ายมาอยู่ที่นี่  การเล่นเกลือกกลิ้งนอนเล่นในบ่อทราย หรือการพ่นทรายใส่กันร่วมกับช้างวัยรุ่นเชือกอื่นๆ 

ขณะนี้ช้างยิ้ม มีควาญเป็นของตนเองแล้ว ชื่อ มง และดูเหมือนกับว่าทั้งสองจะกลายเป็นเพื่อนสนิทกันไปแล้ว ซึ่งมงเป็นควาญช้างที่มีความชำนาญในการดูแลช้างน้อยเป็นอย่างมาก ดังนั้นเขาจึงรู้ดีว่าจะรับมือกับช้างยิ้มที่แสนซนได้อย่างไรบ้าง แต่ละวันทั้งสองจะเล่นด้วยกัน แต่ในขณะที่เล่นด้วยกันมงก็จะสอนช้างยิ้มให้เรียนรู้เกี่ยวกับความหมายของคำสั่งต่างๆด้วย และพบว่าช้างยิ้มสามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆได้รวดเร็วกว่าฟ้าใหม่ เพียงแต่เขาค่อนข้างจะดื้อ และซุกซนอยู่มาก โดยเขาจะชอบวิ่งไปมาอยู่ตลอดเวลา พร้อมๆกับชอบวิ่งไล่หรือเอาหัวไปผลักทุกๆคนที่อยู่ใกล้ตัวเขา ยกเว้น มง เท่านั้น  นอกจากนี้ช้างยิ้มยังเติบโตอย่างรวดเร็วมาก และเมื่อวันนึงที่เขาโตพอแล้ว หรือมีความเป็นผู้ใหญ่ขึ้นแล้ว ก็คงจะง่ายขึ้นในการที่จะควบคุมหรือสอนเขาได้ อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้ช้างยิ้มชอบที่จะทดสอบความแข็งแรงของเขากับช้างเชือกอื่นๆ เช่น การประลองพละกำลังกับ ” ทองแท้ ” ช้างหนุ่มน้อยอายุ 2 ขวบ แต่ทว่าเมื่อเขารู้สึกหวาดกลัวอะไรบางอย่าง เขาก็จะวิ่งไปหาแม่ คือ ดอกเงิน โดยทันทีเพื่อให้แม่ปกป้องเขาจากสิ่งนั้น นอกจากนี้ช้างยิ้มยังรักคุณป้าของเขา คือ แม่มาลัยทอง เป็นอย่างมาก เนื่องจากคุณป้าจะคอยจับตาดูเขาตลอดเวลาด้วยความห่วงใย รวมทั้งในตอนกลางคืนช้างยิ้มมักจะไปนอนกับแม่มาลัยทองอยู่เป็นประจำ เนื่องจากคุณป้ามักจะใจดีและอารมณ์เย็นมากกว่าดอกเงินแม่ของเขา การที่ได้ยินเสียงกรนอันดังของแม่มาลัยทอง ตัดกับเสียงหัวเราะไม่หยุดอย่างมีความสุขและรู้สึกปลอดภัยของช้างยิ้มช่างเป็นภาพที่งดงามมากเสียจริงๆ

จากด้านซ้ายไปขวาของวีดีโอ : ดอกเงิน ช้างยิ้ม ฟ้าใหม่ มาลัยทอง และทองจัน

คลิกเพื่อรับชมวีดีโอเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ” ช้างยิ้ม ” ได้ที่ด้านล่างนี้ค่ะ (more…)

สาวน้อย ” ลาล่า ” สมาชิกใหม่ของศูนย์บริบาลช้างแม่แตง

Dutsadee -  07:50

เมื่อเดือนตุลาคม 52 ผ่านมา ทางศูนย์บริบาลช้างแม่แตง จ.ชียงใหม่ ได้มีโอกาสต้อนรับช้างสาวน้อย  ” ลาล่า ” เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของศูนย์แห่งนี้ ซึ่งในอดีตนั้นลาล่าได้ถูกแยกจากแม่ของเธอตั้งแต่ยังเล็กๆ เพื่อนำไปฝึกสำหรับทำงานต่อไปและภายหลังจากที่ผ่านการฝึกแล้วลาล่าจึงได้ถูกนำไปไว้ที่โรงแรมหรูหราแห่งหนึ่งในจังหวัดกระบี่ รวมเป็นระยะเวลาที่ทำงานที่นั่น 6 ปี โดยงานหลักของลาล่า ก็คือ การให้บริการและสร้างความบันเทิงให้กับนักท่องเที่ยวที่มาพักที่โรงแรมแห่งนี้ โดยในแต่ละวันลาล่ามีงานประจำที่ต้องทำ ดังนี้ ในตอนเช้าของทุกวัน ลาล่าจะถูกนำไปไว้ที่บริเวณห้องรับรองแขกของโรงแรม เพื่อนำมาต้อนรับและทักทายนักท่องเที่ยวที่เข้ามาติดต่อใช้บริการห้องพัก ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถป้อนอาหาร จำพวกกล้วย และผลไม้ต่างๆให้แก่ลาล่าได้ด้วย หรืออาจจะถ่ายภาพร่วมกับลาล่าด้วยก็ได้  ในตอนบ่ายจะมีการนำลาล่าไปไว้ยังบริเเวณชายหาดด้านหน้าโรงแรม เพื่อให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเล่น หรือป้อนอาหารและผลไม้ต่าง การถ่ายภาพร่วมกับช้าง รวมไปถึงการว่ายน้ำเล่นกับช้างได้และด้วยเหตุที่ลาล่าถูกนำไปไว้ที่บริเวณชายหาดเป็นประจำทุกวัน จึงทำให้เธอสามรถว่ายน้ำในทะเลได้เป็นอย่างดี และดูเหมือนว่าเธอจะมีความสุขมากๆที่ได้ว่ายน้ำเล่นได้อย่างสบายอารมณ์ริมชายหาด และบางครั้งก็มีนักท่องเที่ยวที่มาพักที่นี่ว่ายน้ำเล่นกับเธอด้วย

แต่ถึงลาล่าจะดูมีคววมสุขในการได้ต้อนรับหรือให้ความบันเทิงแก่นักท่องเที่ยว แต่ก็ยังพบเห็นว่าในการเดินไปมาในที่ต่างๆ ภายในบริเวณโรงแรมนอกเหนือจากเวลาที่มาเล่นกับนักท่องเที่ยวหรือเวลาทำงาน ลาล่าก็มักจะถูกล่ามโซ่ไว้ตลอดเวลา โดยเฉพาะในโรงช้างซึ่งเป็นที่พักอาศัยนั้น ลาล่าจะถูกล่ามด้วยโซ่ที่มีความยาวเพียงสั้นๆ อยู่ตลอดเวลาจนกระทั่งถึงเวลาที่จะออกไปทำงาน ดังนั้นจึงเหมือนกับว่าโลกทั้งใบของลาล่าก็คงจะมีเพียงแค่ที่โรงช้าง และภายในโรงแรมหรูหราซึ่งเป็นสถานที่ทำงานเท่านั้นเอง

(more…)

กิจกรรม “จากเมืองสู่ป่า พาช้างกลับบ้าน ร่วมสานสร้างป่าชุมชน”

Dutsadee - 2 December 2009 08:17

มูลนิธิพาช้างกลับบ้านขอประชาสัมพันธ์ ” กิจกรรม จากป่าสู่เมือง พาช้างกลับบ้าน ร่วมสร้างป่าชุมชน  ” ซึ่งเป็นกิจกรรมอาสาสมัครปลูกป่าให้ช้างกิจกรรมแรกสำหรับปี 2553 ที่จะถึงนี้ โดยจะจัดขึ้นที่อุทยานลำน้ำมาศ อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ เหมือนเช่นเคย ในระหว่างวันที่  23 - 24 ม.ค 2553  ร่วมกับโครงการกระดาษเพื่อต้นไม้(Paper for Trees Project)  และชาวบ้านในชุมชนบ้านไผ่น้อยและบ้านไผ่ใหญ่ สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้จะประกอบไปด้วยกิจกรรมหลัก 2 ประการด้วยกัน ได้แก่

1. กิจกรรมปลูกป่าให้ช้าง โดยจะเป็นการปลูกกล้าไม้ท้องถิ่น จำนวน 500 - 600 กล้าไม้ บริเวณตลอดริมฝั่งลำน้ำมาศ  เพื่อเป็นการปลูกซ่อมแซมกล้าไม้ที่เสียหายเนื่องจากโดนน้ำท่วมในเดือนตุลาคม 2552 ที่ผ่านมา  

2. กิจกรรมปลูกพืชอาหารให้ช้าง ได้แก่ ต้นกล้วยและต้นมะพร้าว จำนวน 250 ต้น เพื่อเป็นการเพิ่มแหล่งพืชอาหารให้แก่ช้างทั้ง 2 เชือกที่อาศัยอยู่ภายในอุทยานลำน้ำมาศ

นอกจากนี้ทางอาสาสมัครที่เข้ามาร่วมกิจกรรมยังจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมและวิถีชีวิตของช้าง และยังได้ใช้เวลาร่วมกันในการดูแลช้างแล้ว ท่านยังจะได้มีโอกาสในการเรียนรู้เกี่ยวกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมดั้งเดิมของชาวอีสาน และเรียนรู้ประสบการณ์ในการพักอาศัยอยู่กับชุมชนท้องถิ่นแบบ Homestay 

โดยกิจกรรมอาสาสมัครในครั้งนี้ทางโครงการกระดาษเพื่อต้นไม้ (เว็บไซด์ : www.paper4trees.org) จะเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการจัดกิจกรรมอาสาสมัคร นอกจากนี้ยังมีการจัดระดมทุนเพื่อสนับสนุนโครงการปลูกป่าให้ช้างของมูลนิธิพาช้างกลับบ้านตลอดปี 2553 ที่จะถึงนี้ด้วย  

ดังนั้น ผู้สนในทุกท่านสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม โปรแกรมกิจกรรม หรือร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบริจาคเงินสนับสนุนโครงการปลูกป่าให้ช้างของมูลนิธิฯ ได้ที่โครงการกระดาษเพื่อต้นไม้ โทร (02) 617 - 0832 และEmail :  recycle_paper@hotmail.com  หรือ คลิกเพื่อ download ใบตอบรับการเข้าร่วมโครงการได้ที่นี่ค่ะ แบบตอบรับเข้าร่วม ” โครงการจากเมืองสู่ป่า พาช้างกลับบ้าน ร่วมสานสร้างป่าชุมชน “

ทางมูลนิธิพาช้างกลับบ้านขอขอบพระคุณทางโครงการกระดาษเพื่อต้นไม้ และผู้มีส่วนร่วมทุกๆท่านในการสนับสนุนมูลนิธิฯ สำหรับโครงการปลูกป่าให้ช้างใน 2553 ที่กำลังจะถึงมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

“Happy faces” for jumbos

Dutsadee - 1 December 2009 13:21

โครงการนำช้างออกจากกรุงเทพ เพื่อกลับคืนสู่แหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ

แพร่ภาพทาง MCOT English News วันที่ 30 พฤศจิกายน 2552

จากภาพที่ปรากฎให้ห็นของช้างที่กำลังหิวโหย  ช้างที่ไม่มีงานทำกำลังเดินเร่ร่อนอยู่ตามท้องถนนสายต่างๆในกรุงเทพ พร้อมกับการขออาหาร และเงินจากนักท่องเที่ยวต่างๆที่ผ่านมาพบเห็น หรือจากผู้คนที่อาศัยอยู่ในเมือง อาจจะกลายเป็นแค่เพียงแค่ความทรงจำเท่านั้น เนื่องจากปัจจุบัน ทางสำนักงาน กทม. จึงได้ออกมาตรการที่เข้มงวดในการห้ามนำช้างต่างๆ เข้ามาเดินเร่ร่อนใน กทม. อีกต่อไป ประกอบกับการได้ประสานความร่วมมือไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัดต่างๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นเสมือนบ้านเกิดของช้างเร่ร่อนส่วนใหญ่ของประเทศไทย ในการที่จะหาทางออกร่วมกันในการแก้ไขปัญหาทั้งระบบที่เกี่ยวกับช้างเร่ร่อนในเมืองใหญ่ และควาญช้าง อย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต

จากการจัดทำโครงการ ” ช้างยิ้ม ” โดยสำนักงาน กทม. โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการที่จะนำช้างเร่ร่อนต่างๆ ออกไปจากพื้นที่ต่างๆ ของกรุงเทพ เพื่อกลับไปอาศัยยังถิ่นกำเนิด หรือบ้านเกิดของช้างเหล่านั้น และได้มีการจัดเตรียมสถานที่สำหรับเป็นบ้านแห่งใหม่ของช้างเร่ร่อนเหล่านี้ไว้แล้ว ในที่ดินเนื้อที่กว่า 7,000 ไร่(ประมาณ 2,800 เอเคอร์) ภายในศูนย์คชศึกษา อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ และจะดำเนินการทันทีที่ได้รับการอนุมัติการจัดสรรงบประมาณจากทางรัฐบาล จำนวน 22 ล้านบาท(ประมาณ 660,000 ดอลลาร์) (more…)

แนะนำเทคนิคการหาเงินสำหรับนักปั่นแต่ละทีม

Dutsadee - 27 November 2009 14:35

เหลือเวลาอีกเพียงไม่เดือนกว่าๆ นับจากนี้ไปก็จะถึงงานปั่นจักรยานหาเงินให้ช้าง(Bike for Elephants) ในวันที่ 6 - 7 ก.พ 53 แล้วนะคะ ดังนั้นทางเราจึงได้นำเทคนิคและไอเดียเด็ดๆ ในการหาเงินสนับสนุนสำหรับทีมปั่นจักรยานแต่ละทีม เพื่อนำมาช่วยเหลือช้างในกิจกรรม Bike for Elephants ที่ใกล้จะมาถึงนี้ งั้นเราไปดูไอเดียเด็ดๆแต่ละไอเดียกันเลยนะคะว่ามีแบบไหนที่โดนใจกันบ้าง

การจัดทำเว็บไซด์เพื่อโปรโมททีมปั่นจักรยาน

แต่ละทีมควรจะสร้างเว็บไซด์สำหรับทีมปั่นจักรยานของท่านผ่านทางฟรีเว็บไซด์ต่างๆที่ให้มีอยู่มากมาย เพื่อเป็นการนำเสนอ หรือโปรโมททีมของท่านเองให้ผู้ที่สนใจสนับสนุนท่านได้รู้จัก รวมทั้งยังเป็นการง่ายที่จะนำไปโปรโมทตามเว็บต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และเพิ่มความสะดวกในการบริจาคเงินผ่านระบบออนไลน์ด้วย

นอกจากนี้ทางเรามี website banner สำหรับโปรโมทงาน ” ปั่นเพื่อช้าง ” โดยเฉพาะให้กับแต่ละทีมสำหรับนำไปโปรโมทตามเว็บไซด์ส่วนตัวของท่าน โดยท่านสามารถไปก๊อปปี้ได้ที่หน้า bike tour ในเว็บไซด์ของเราได้เลยค่ะ

จัดทำหนังสือสำหรับหาสปอนเซอร์

เพื่อที่จะพกพาติดตัวไปด้วยทุกที่ที่ทีมปั่นจักรยานของคุณเดินทางไปหาผู้สนับสนุน หรือ Sponsor ของท่านตามสถานที่ต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับที่มของท่านเอง ที่จะได้ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับผู้สนับสนุน จำนวนเงินที่จะบริจาค และยอดรวมที่ได้รับการสนับสนุน (more…)

ช้างน้อยเล่นทราย สุดน่ารัก!

Dutsadee - 26 November 2009 13:13

วันนี้ได้แวะเอาคลิปวีดีโอที่ครอบครัวของเหล่าช้างน้อย อันประกอบไปด้วย ช้างยิ้ม ฟ้าใหม่ ทองจัน และ ฟ้าใส กำลังเล่นทรายด้วยกันอย่างมีความสุข ในตอนบ่ายวันหนึ่งที่มีอากาศร้อนอบอ้าว ซึ่งเป็นภาพที่ทำให้ทุกคนที่พบเห็นต่างอดยิ้มไม่ได้กับความน่ารักไร้เดียงสาของช้างน้อยเหล่านี้ 

เรียงร้อยเรื่องราวประทับใจ บันทึกไว้ในสารคดี

Dutsadee - 11 November 2009 11:50

ถอดประสบการณ์การทำสารคดี( 5-9 สิงหาคม 2552)

หลังจากที่พวกเราได้ทราบเรื่องการประกวดผลงานสารคดีเชิงข่าว ” รางวัลสายฟ้าน้อย “ ครั้งที่ 5 และการประกวดวีดิทัศน์เนื่องในโอกาส มสธ.เทคโนโลยีการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ด้วยโอกาสในหัวข้อเรื่อง ” รักคือการให้ “ จากอาจารย์ผู้สอนวิชาการผลิตรายการโทรทัศน์ขั้นสูง(ดร. ฐิตินัน บุญภาพ คอมมอน รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์) พวกเราจึงได้ประชุมกันกับเพื่อนๆในกลุ่มเพื่อแบ่งหน้าที่กันไปเสาะหาเรื่องราวที่สังคมกำลังให้ความสนใจ และน่าจะเป็นแง่คิดที่ดีให้แก่สังคมได้ สมาชิกคนหนึ่งของเราอ่านเจอเรื่องราวของหญิงสาวชาวฮอลแลนด์ที่อุทิศชีวิตของเธอทำงานเพื่อช้างไทยถึงขนาดยอมลาออกจากงานดีๆที่ประเทศของเธอแล้วหันมาทำงานเพื่อนำช้างเร่ร่อนในเมืองกลับไปอยู่ในวิถีของธรรมชาติภายใต้มูลนิธิ “พาช้างกลับบ้าน” ประกอบกับช่วงเวลานี้เราได้เห็นข่าวน่าสะเทือนใจของช้างเร่ร่อนที่ต้องมาพบกับชะตากรรมอันน่าเศร้าในเมืองที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย พวกเราจึงตัดสินใจว่าเรื่องราวของเธอน่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สังคมไทยได้ตระหนักและหันมาให้ความสนใจเกี่ยวกับอนาคตของช้างไทยกันมากขึ้น

นับว่าเป็นโอกาสที่ดีของพวกเรามากๆ ที่สามารถติดต่อกับเธอทางโทรศัพท์ได้ก่อนที่เธอจะเดินทางกลับไปฮอลแลนด์เพียง 1 วัน เธอบอกกับเราว่าเธอจะอยู่ที่ฮอลแลนด์เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการพาช้างกลับบ้านเป็นเวลาเกือบ 3 อาทิตย์ หลังจากนั้นเธอจึงจะกลับมาเมืองไทย หลังจากที่เราแจ้งความประสงค์ในการขอทำสารคดีพร้อมทั้งวัตถุประสงค์ของการถ่ายทำ เธอตัดสินใจรับนัดและให้โอกาสกับพวกเราที่จะติดตามและใช้ชีวิตร่วมกับเธอเป็นเวลา 4 วัน (นับตั้งแต่วันแรกที่เธอเดินทางกลับถึงเมืองไทย เราได้ร่วมทำกิจกรรมและถ่ายทำชีวิตของเธอที่ศูนย์บริบาลช้างไทยที่อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่แล้วเดินทางกลับมาพักผ่อนที่กรุงเทพฯ 1 คืน หลังจากนั้นเราจึงเดินทางต่อไปที่อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อถ่ายทำการทำงานของเธอร่วมกับชุมชนบ้านไผ่น้อยและบ้านไผ่ใหญ่ซึ่งเป็นชุมชนที่ร่วมกันเป็นเจ้าของช้างที่เธอซื้อมา (more…)

คำแถลงการณ์ของ อังตัวเนต แวนดี วอเตอร์ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิพาช้างกลับบ้าน

antoinette - 10 November 2009 06:42

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา รูปถ่ายการผสมพันธุ์ของช้างที่ถูกถ่ายไว้เมื่อ 4 ปีที่แล้วและเผยแพร่ลงในหนังสือ The Great Elephant Escape (ปลดปล่อยช้างไทยจากท้องถนน) ของดิฉัน กลายเป็นประเด็นข่าวร้อนในสื่อมวลชนไทย วันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ นำเสนอข่าวเกี่ยวกับภาพถ่ายดังกล่าวในหน้าหนึ่งด้วยข้อความว่า นักเขียนชาวดัชท์ประจานประเทศไทยต่อสาธารณะชน ข้อความและเนื้อหาในข่าวดังกล่าวไม่ใช่คำให้สัมภาษณ์ของดิฉัน เนื่องจากในขณะนั้นดิฉันไม่ได้ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ รวมทั้งดิฉันไม่เคยเขียนข้อความใดๆที่เป็นการดูถูกหรือประจานประเทศไทยลงในหนังสือเล่มดังกล่าว หนังสือพิมพ์ไทยรัฐนำเสนอข่าวออกไปและสื่ออื่นๆก็หยิบมาเป็นประเด็นในการนำเสนอต่อๆกัน บางหน่วยงานออกมากล่าวหาว่าภาพดังกล่าวเป็นการสร้างขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์ในการลดทอนความน่าเชื่อถือของประเทศไทยและเพื่อโปรโมทหนังสือของดิฉัน ปางช้างบางแห่งเรียกร้องให้กระทรวงการต่างประเทศถอดถอนวีซ่าของดิฉัน โดยดิฉันได้มีโอกาสชี้แจงเรื่องราวผ่านสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 สถานีโทรทัศน์ The Nation สถานี TAN Media Network หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ และในนิตยสารเนชั่นสุดสัปดาห์ฉบับอาทิตย์นี้ คำแถลงการณ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอประวัติการทำงานและเหตุผลอันสำคัญที่ทำให้ดิฉันตัดสินใจอุทิศตนเพื่อทำงานให้ช้างในประเทศไทย โดยดิฉันหวังว่าคำแถลงการณ์ฉบับนี้จะเป็นการเปิดโอกาสให้ทุกคนได้เข้าถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้กันอย่างทั่วถึง (more…)

แกะรอยรายงานพิเศษ ” ผสมพันธุ์ช้าง ” จากนิตยสารเนชั่นสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 6 พ.ย 52

Dutsadee - 6 November 2009 13:25

คลิกเพื่ออ่านต่อหน้า 2

(more…)

« Older EntriesNewer Entries »