ตามเมืองต่างๆนั้น ควรจะเป็นสถานที่สุดท้ายที่ทุกคนคาดคิดว่าจะได้เห็นช้างมาอาศัยอยู่ และจากภาพที่ได้เห็นช้างเดินเร่ร่อนหากินตามท้องถนนทำให้หัวใจของเราแทบจะสลาย ทั้งนี้เมื่อป่าซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติและแหล่งอาหารของช้างถูกทำลายจนลดจำนวนลงอย่างมากในปัจจุบัน จนทำให้ช้างขาดแคลนอาหารในป่าธรรมชาติ ซึ่งก็มีโอกาสที่จะทำให้ช้างไทยสูญพันธ์ได้ในอนาคต ดังนั้นมูลนิธิพาช้างกลับบ้าน จึงได้ก่อตั้งขึ้นเพื่อรณรงค์ในการสร้างสรรค์คุณภาพชีวิตที่ดีกว่าของช้างไทย โดยการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับช้าง การฟื้นฟูป่าที่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหารตามธรรมชาติ การปลูกพืชอาหารสำหรับช้าง การพัฒนาชุมชนในหมู่บ้านช้างดั้งเดิม รวมทั้งการหาแนวทางเพื่อแก้ไขปัญหาการกระทบกระทั่งกันระหว่างคนกับช้าง ภายใต้โครงการปลูกป่าให้ช้างของมูลนิธิฯ ตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมา ทางมูลนิธิฯ สามารถปลูกฟื้นฟูป่าได้มากกว่า 250,000 ต้น เพื่อเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติและแหล่งอาหารสำหรับทั้งช้างป่าและช้างบ้านตามพื้นที่ต่างๆในประเทศไทย นอกเหนือไปจากนั้นทางมูลนิธิฯ จะจัดงานปั่นจักรยานการกุศล “ปั่นเพื่อช้าง” ขึ้นในระหว่างวันที่ 14 – 15 มกราคม 2555 เพื่อหารายได้สนับสนุนการทำกิจกรรมต่างๆในการช่วยเหลือช้างขององค์กรเครือข่ายของเรา คือ ศูนย์บริบาลช้าง (Elephant Nature Park) อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ >>>


สุขสันต์วันเกิดครบรอบ 2 ปีของช้างยิ้ม

Dutsadee - 21 August 2011 16:06

เมื่อวันที่ 12 ก.ค 54 ผ่านมาถือเป็นวันเกิดครบรอบ 2 ปีเต็มของช้างน้อยยิ้ม ลูกชายวัยซนของดอกเงิน ซึ่งเป็นขวัญใจของคนที่ศูนย์บริบาลช้างแม่แตงแห่งนี้ สำหรับในปีนี้ทางเราได้จัดเตรียมผลไม้นานาชนิดที่เป็นของโปรดของช้างยิ้มเพื่อจัดทำเป็นเค้กผลไม้สุดพิเศษให้กับหนุ่มน้อยของเรา ซึ่งโดยปกติแล้วช้างยิ้มและครอบครัวจะกินอาหารว่าง(ผลไม้ต่างๆ)ที่โรงเรือนช้างที่พวกเขาอาศัยอยู่เป็นประจำในตอนบ่ายของทุกวัน แต่วันนี้ถือเป็นโอกาสพิเศษทางเราจึงได้นำทั้งครอบครัวมากินเค้กผลไม้ด้วยกันที่ริมแม่น้ำแม่แตงเพื่อให้นักท่องเที่ยว อาสาสมัคร และเจ้าหน้าของปางช้าง ได้ร่วมร้องเพลงอวยพรวันเกิดให้กับช้างยิ้มจากสะพานไม้สำหรับชมวิวด้านบนในหลากหลายภาษาด้วยกัน เนื่องจากนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมปางช้างในแต่ละวันมาจากหลายประเทศทั่วโลก และในขณะที่ทุกคนกำลังร้องเพลง Happy Birthday ให้ช้างยิ้มนั้น ทางคุณร๊อบ ประธานมูลนิธิพาช้างกลับบ้าน และคุณอันตัวเน็ต แวนดี วอเตอร์ ผู้อำนวยการ ก็ได้นำผลไม้ออกมาให้ช้างยิ้ม ซึ่งยืนรออยู่ด้วยความดีใจที่เห็นผลไม้นานาชนิดที่เป็นของโปรดทั้งนั้น และรีบตรงรี่เข้ามาจัดการกับผลไม้เหล่านี้โดยทันที ดูท่าทางเขาจะมีความสุขกับการกินอย่างเอร็ดอร่อยทีเดียว สามารถคลิกดูภาพเพิ่มเติมได้ที่ด้านล่างนี้

 

 

 

(more…)

ประมวลภาพกิจกรรมปลูกป่าให้ช้าง ณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ จ.กาญจนบุรี ปีที่ 4

Dutsadee - 11 July 2011 18:46

เมื่อวันอังคารที่ 5 กรกฎาคม 2554 ที่ผ่านมา ทางมูลนิธิพาช้างกลับบ้าน เครือข่ายอนุรักษ์ช้าง ได้จักกิจกรรมปลูกป่าให้ช้างเป็นปีที่ 4 แล้วภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ร่วมกับอาสาสมัครจากหลากหลายหน่วยงาน จำนวนทั้งสิ้น 320 คน  และสามารถปลูกกล้าไม้เพิ่มเติมในพื้นที่ภายในหน่วยพิทักษ์ป่าท่าทุ่งนา จำนวนกว่า 5,000 ต้น และสามารถปลูกป่าจนแล้วเสร็จภายในเวลาแค่ 2 ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น โดยในปีนี้ทางเราได้เปลี่ยนพื้นที่แปลงปลูกป่าจากเดิมที่เน้นปลูกป่าเฉพาะพื้นที่ต่างๆภายในป่าสลักพระเท่านั้น เป็นระยะเวลา 3 ปีอย่างต่อเนื่องจนตอนนี้สภาพป่าเริ่มฟื้นตัวได้แล้ว และเริ่มมีร่มเงามากขึ้นในพื้นที่เดิมซึ่งเคยเป็นพื้นที่เปิดโล่ง ดังนั้นในปี 2554 นี้ทางเราจึงขยับพื้นที่แปลงปลูกป่าออกมาด้านนอกในบริเวณรอยต่อระหว่างเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ และชุมชนโดยรอบ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีปัญหาการกระทบกระทั่งระหว่างคนและช้างค่อนข้างรุนแรงมาเป็นระยะเวลายาวนานพอสมควรแล้ว  ซึ่งเราคาดหวังว่าพื้นที่ปลูกฟื้นฟูป่าแห่งใหม่นี้จะเป็นเสมือนแนวกันชนระหว่างพื้นที่หากินในป่าตามธรรมชาติของช้างป่า และพื้นที่อยู่อาศัยชุมชนหรือพื้นที่ทำการเกษตรโดยรอบ ซึ่งจะมีความอุดมสมบูรณ์ของพรรณไม้หลากหลายชนิดที่จะเป็นแหล่งอาหารของช้างป่าได้ เพื่อที่ช้างป่าจะได้ไม่ต้องออกมาหากินนอกแนวป่าและเข้าไปบุกรุกทำลายพืชผลทางการเกษตรของชาวบ้านในชุมชนโดยรอบจนเสียหายเหมือนเช่นที่ผ่านมา

สำหรับกิจกรรมปลูกป่าในครั้งนี้ อาสาสมัครส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียนชั้นประถมและมัธยมจากโรงเรียนในชุมชนท้องถิ่น ซึ่งต่างก็รู้จักและคุ้นเคยกับช้างป่าเป็นอย่างดี นอกจากนี้เด็กๆ ยังบอกกับทีมงานอีกว่าได้พบเห็นช้างป่าเข้ามาในโรงเรียนอยู่เป็นประจำเพื่อมากินลูกมะม่วงที่ขึ้นอยู่ภายในบริเวณโรงเรียนจำนวนหลายต้นด้วยกัน และจากการได้ร่วมกิจกรรมปลูกป่าในวันนี้ทำให้เด็กๆมีความเข้าใจเกี่ยวกับช้างป่าและสถานการณ์ปัจจุบันของช้างป่าที่เหลืออยู่ในประเทศไทยมากขึ้น และต่างก็อยากที่จะดูแลและปกป้องให้มีช้างป่าไว้ในป่าแห่งนี้อีกนานเท่านาน ซึ่งก็เป็นวัตถุประสงค์หลักอีกอย่างหนึ่งของโครงการนอกเหนือไปจากการปลูกป่าให้ช้างแล้ว นั่นก็คือการปลูกจิตสำนึกเกี่ยวกับการอนุรักษ์ช้างไทยและป่าตามธรรมชาติให้กับเยาวชนของชาติไปพร้อมๆกันด้วย

ทางมูลนิธิฯ จึงขอขอบคุณอาสาสมัครจากหน่วยงานต่างๆ ที่ได้มีส่วนร่วมในการปลูกป่าให้ช้างในครั้งนี้ ดังรายนามต่อไปนี้ โรงเรียนอนุบาลศรีสวัสดิ์ โรงเรียนบ้านช่องกระทิง โรงเรียนบ้านเจ้าเณร โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก โรงเรียนบ้านเกาะแก้ว โรงเรียนศรีสวัสดิ์พิทยาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภอ.ลาดหญ้าและศรีสวัสดิ์เจ้าหน้าที่จากเขื่อนศรีสวัสดิ์และเขื่อนท่าทุ่งนา และเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ 

คลิกดูประมวลภาพกิจกรรมปลูกป่าให้ช้างได้ที่ด้านล่างนี้

(more…)

ช้างตัวแรกพร้อมแล้วที่จะเดินทางมาผจญภัยยังโครงการ Elephant Jungle

Dutsadee - 10 July 2011 16:36

ในช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นช่วงเริ่มเข้าสู่กลางฤดูฝนแล้วเนื่องจากปีนี้ฝนตกเร็วกว่าทุกปี(เริ่มตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน 54) ทางมูลนิธิฯ และอาสาสมัครจาก Elephant Nature Park จึงได้ร่วมกันปลูกป่าเป็นประจำทุกสัปดาห์ จนแล้วเสร็จไปประมาณ 500 ต้นแล้ว แต่ในเรือนเพาะชำของโครงการยังคงมีพรรณไม้ที่พร้อมปลูกอีกจำนวนกว่า 4,000 - 5,000 กล้าไม้ สำหรับจะนำมาปลูกฟื้นฟูป่าในฤดูฝนนี้ ซึ่งพรรณไม้จากโครงการส่วนใหญ่ทางเราเพาะจากเมล็ดไม้ป่าที่เก็บจากป่าธรรมชาติที่อยู่ใกล้เคียงตั้งแต่หลายเดือนก่อนจนกระทั่งกล้าไม้มีขนาดที่เหมาะสมและพร้อมที่จะนำไปปลูกเพื่อจะทำให้สภาพป่าซึ่งจะเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งหากินของช้างต่อไปในอนาคตกลับมามีอุดมสมบูรณ์ใกล้เคียงกับสภาพเดิมก่อนที่จะถูกทำลายได้อย่างรวดเร็วที่สุด  

ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2553 เป็นต้นมาที่ทางมูลนิธิฯ ได้เข้ามาพัฒนาโครงการ Elephant Jungle ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านป่าเมี่ยง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ อย่างจริงจัง และได้มีกิจกรรมต่างๆมากมายเกิดขึ้นภายในโครงการนอกเหนือไปจากโครงการหลัก คือ โครงการฟื้นฟูป่าให้ช้าง เช่น การก่อสร้างอาคารจัดแสดงข้อมูลของโครงการและเก็บเมล็ดไม้ที่ทำจากอิฐดินและกระสอบทราย รวมทั้งการใช้วัสดุจากธรรมชาติให้มากที่สุด(โดยน้ำพักน้ำแรงของอาสาสมัครแทบทั้งสิ้น) ซึ่งการก่อสร้างใช้เวลานานกว่า 6 เดือนจนใกล้จะเสร็จสมบูรณ์และดูสวยงามกลมกลืนกับธรรมชาติมากทีเดียว โดยในสัปดาห์หน้า ทางเราจะนำอาสาสมัครจาก ENP มาช่วยกันฉาบปูนทับด้านนอกอาคาร การทาสีภายนอกเพิ่มเติม และตกแต่งด้านในอาคารให้สวยงามพร้อมใช้งาน  นอกจากนี้เรายังมีอ่างเก็บน้ำสำรองบนเขาและระบบท่อส่งน้ำกระจายไปยังจุดต่างๆภายในโครงการที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว ซึ่งจะทำให้เรามีน้ำใช้ได้ตลอดทั้งปี และทางเราก็จะสามารถปลูกป่า และมีน้ำรดกล้าไม้ได้ตลอดเวลาแม้ว่าจะเป็นช่วงฤดูแล้ง

สำหรับกล้าไม้ที่ปลูกเมื่อ 2 ปีก่อน ปัจจุบันบางต้นสูงกว่า 3 เมตรแล้ว บริเวณโดยรอบโครงการดูมีพื้นที่สีเขียวเพิ่มมากขึ้นและมีความหลากหลายของพรรณไม้มากกว่าปีก่อนอย่างเห็นได้ชัด และช่วงก่อนฤดูฝนนี้ มูลนิธิฯ และ อบต. ได้ซ่อมแซมและปรับปรุงถนนลูกรังที่เป็นทางขึ้นมายังโครงการ โดยเฉพาะโค้งอันตรายหลายโค้งที่ข้ามลำธารเล็กๆให้มีสภาพดีกว่าปีก่อน จึงทำให้ช่วงต้นฝนที่ผ่านมาการขับรถไปยังโครงการมีควาสะดวกมากขึ้น เหลือเพียงบางช่วงที่ยังต้องปรับปรุงอยู่ แต่ภายหลังจากที่ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องเมื่อสองสัปดาห์ก่อน ถนนก็เริ่มกลับมาสู่สภาพที่เต็มไปด้วยโคลนเฉอะแฉะ และลื่นมาก จึงทำให้การขับรถขึ้นไปยังโครงการในช่วงเวลานี้เต็มไปด้วยความยากลำบากอีกครั้ง แต่เมื่อคิดไปแล้วบางทีมันก็มีข้อดีเหมือนกันในการเดินทางมายังโครงการค่อนข้างยากลำบาก เพราะอย่างน้อยมันก็จะทำให้ป่าตามธรรมชาติยังคงอยู่ในสภาพเดิมโดยไม่ถูกบุกรุกหรือถูกรบกวนให้เสียสภาพเดิมตามธรรมชาติอย่างรวดเร็วจนเกินไป

หลังจากที่ได้มีการฟื้นฟูป่าและเตรียมความพร้อมของพื้นที่เป็นระยะเวลากว่า 6 เดือนแล้ว ตอนนี้ทางโครงการ Elephant Jungle ก็มีความพร้อมแล้วในการจะนำช้างเชือกแรกมาทดลองอาศัยอยู่ในป่าตามธรรมชาติภายในโครงการแห่งนี้เป็นระยะเวลาสั้นๆ ก่อนเพื่อศึกษาดูความเหมาะสมต่อไป  โดยสัปดาห์หน้าที่จะถึงนี้(ระหว่างวันที่ 13 - 15 ก.ค 54) ทางมูลนิธิฯ และอาสาสมัครจากศูนย์บริบาลช้างแม่แตง จะทดลองนำ “โฮป” ช้างหนุ่มเลือดร้อน และแฟนสาว “สายใย” เดินลัดเลาะข้ามเขาจากศูนย์ฯ มายังโครงการ Elephant Jungle ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม และให้ช้างทั้ง 2 ได้ใช้เวลาด้วยกันในป่าธรรมชาติภายในโครงการประมาณ 3 วัน ก่อนแล้วจึงเดินทางกลับศูนย์ฯ โดยใช้เส้นทางเดิม เพื่อให้ช้างได้เรียนรู้ และปรับตัวกับการใช้ชีวิตอย่างอิสระเสรีในป่าที่มีความใกล้เคียงกับป่าตามธรรมชาติมากที่สุดโดยที่ไม่มีคนมารบกวนมากนัก ในขณะเดียวกันทางมูลนิธิฯ ก็จะได้สังเกตพฤติกรรม และการปรับตัวในการใช้ชีวิต การหาอาหาร การกินอยู่หลับนอนโดยไม่ต้องมีคนมาดูแลอย่างใกล้ชิดมากเหมือนแต่ก่อนได้หรือไม่  รวมทั้งการให้ชาวบ้านที่อยู่โดยรอบโครงการ จะได้มีโอกาสสร้างความคุ้นเคยกับการที่จะมีช้างมาอาศัยอยู่ในพื้นที่นี้ก่อนอย่างค่อยเป็นค่อยไป และได้มีความเข้าใจในการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับช้าง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการต่อต้านหากจะมีการย้ายช้างมาอาศัยอยู่ที่นี่อย่างถาวรในอนาคตอันใกล้ต่อไป

โดยท่านสามารถคลิกด้านล่างเพื่อดูประมวลภาพกิจกรรมต่างๆภายในโครงการ Elephant Jungle

(more…)

กิจกรรมปั่นจักรยานเสือภูเขาการกุศล “ปั่นเพื่อช้าง” ปีที่ 3 วันที่ 14 - 15 ม.ค 55

Dutsadee - 13 June 2011 10:53

กลับมาอีกครั้งตามคำเรียกร้องเป็นปีที่ 3 แล้วสำหรับกิจกรรมปั่นจักรยานเสือภูเขาการกุศล ” ปั่นเพื่อช้าง ” ประจำปี 2555 หลังจากที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีในการจัดงานใน 2 ปีที่ผ่านมาติดต่อกัน โดยรายได้ทั้งหมดสมทบทุนเพื่อช่วยเหลือช้างไทย

ทางมูลนิธิพาช้างกลับบ้านขอเชิญชวนผู้สนใจทุกท่านเข้าร่วมกิจกรรมปั่นจักรยานเสือภูเขาการกุศล ” ปั่นเพื่อช้าง ” โดยรายได้ทั้งหมดหลังจากหักค่าใช้จ่ายแล้วจะนำไปสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ในการช่วยเหลือช้างไทยของศูนย์บริบาลช้าง(Elephant Nature Park) อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่  ซึ่งกิจกรรมนี้จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 14 - 15 มกราคม 2555 รวมระยะเวลา 2 วัน 1 คืน ในเส้นทางที่ท่านจะได้ผจญภัย และจะได้สนุกสนานเพลินเพลินไปกับธรรมชาติและทิวทัศน์ที่สวยงามของหุบเขาแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่

เป้าหมายหลักในการจัดกิจกรรมปั่นจักรยานเสือภูเขาการกุศล ” ปั่นเพื่อช้าง “ ในครั้งนี้ เพื่อหารายได้สนับสนุนในการทำกิจกรรมต่างๆเพื่อช่วยเหลือช้างไทยของศูนย์บริบาลช้าง หรือที่รู้จักกันเป็นอย่างดีในชื่อของ Elephant Nature Park ซึ่งเป็นสถานที่พักพิงของช้างที่เคยทำงานหนักในอดีตและช้างพิการต่างๆ จำนวนมากกว่า 36 เชือก ปัจจุบันช้างเหล่านี้ได้อยู่อาศัยอย่างสงบสุขและเป็นอิสระตามธรรมชาติ และได้รับการดูแลจากทางศูนย์บริบาลช้างเป็นอย่างดี ซึ่งศูนย์บริบาลช้างแห่งนี้ตั้งอยู่ในหุบเขาแม่แตงที่มีแม่น้ำไหลผ่านตลอดทั้งปี ใน อ.แม่แตง ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของ จ.เชียงใหม่ และเป็นสถานที่ที่มีทิวทัศน์ที่สวยงาม และยังมีป่าตามธรรมชาติที่สามารถพาช้างไปเดินเล่นและหาอาหารได้ นอกจากนี้ ทางมูลนิธิฯ ยังมีเป้าหมายที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ เพื่อสร้างความตระหนักให้กับสังคมไทยให้เห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับช้างไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และเพื่อให้คนในสังคมได้เห็นถึงความสำคัญของช้างไทย ที่กำลังใกล้จะสูญพันธ์ในปัจจุบัน รวมทั้งเป็นการกระตุ้นให้ทุกฝ่ายได้หันมาให้ความสนใจในการช่วยเหลือช้างไทยต่อไป

(more…)

กิจกรรมปลูกป่าให้ช้าง ณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ จ.กาญจนบุรี ปีที่ 4 วันที่ 5 ก.ค 54

Dutsadee -  09:20

ด่วน! ทางมูลนิธิฯ ต้องขออภัยทุกท่านอีกครั้งในการที่จะแจ้งเปลี่ยนวันที่ในการจัดกิจกรรมปลูกป่าให้ช้างที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ จากเดิมวันเสาร์ที่ 2 ก.ค 54 ไปเป็นวันอังคารที่ 5 ก.ค 2554   

สำหรับในเดือนมิถุนายน 2554 นี้ มูลนิธิพาช้างกลับบ้านเปิดรับอาสาสมัครที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมปลูกป่าให้ช้างป่า (Trees for elephants)ที่อาศัยอยู่ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ซึ่งในปีนี้ นับเป็นปีที่ 4 ต่อเนื่องกันแล้วสำหรับโครงการปลูกป่าให้ช้างในบริเวณนี้  ด้วยความมุ่งมั่นที่จะปลูกฟื้นฟูป่าในบริเวณแหล่งที่อยู่อาศัยของช้างป่าเพื่อให้มีความหลากหลายทางชีวภาพของพรรณไม้ท้องถิ่นที่จะเป็นแหล่งอาหารและแหล่งหากินที่อุดมสมบูรณ์ให้กับช้างป่าที่อาศัยอยู่ในผืนป่าตะวันตกของไทยแห่งนี้ จำนวนกว่า 170 เชือก และเพื่อลดความปัญหาความขัดแย้งระหว่างช้างป่าและชาวบ้านในชุมชนใกล้เคียงในการที่ช้างป่าเข้าไปบุกรุกทำลายพืชผลทางการเกษตรอันเนื่องมาจากการขาดแคลนอาหารในป่าตามธรรมชาติ

 

สถานที่ของแปลงปลูกป่า : ภายในหน่วยพิทักษ์ป่าท่าทุ่งนา  เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ  .เมือง  .กาญจนบุรี ตั้งอยู่บนถนนทางหลวงหมายเลข 3199 จาก อ.เมืองกาญจนบุรี มุ่งหน้าไปยัง อ.ศรีสวัสดิ์ ก.ม ที่ 33

 

จำนวนพื้นที่ในการปลูกป่า : ในพื้นที่ 20 - 30 ไร่  โดยมีจำนวนกล้าไม้ที่ปลูกทั้งสิ้น 12,000 – 15,000 กล้าไม้

วันที่ทำกิจกรรม : วันอังคารที่ 5 กรกฎาคม 2554 เวลา 9.30 – 15.45 .

จำนวนอาสาสมัครที่เปิดรับ  ไม่จำกัดจำนวน

โปรแกรมกิจกรรม
9.00 น.     อาสาสมัครเดินทางมาถึงบริเวณด้านหน้าหน่วยพิทักษ์ป่าห้วยสะด่อง กล่าวต้อนรับ และการสาธิตวิธีการปลูกป่า
9.30 น.     อาสาสมัครเดินทางเข้าไปยังแปลงปลูกป่าด้านในหน่วยพิทักษ์ป่าท่าทุ่งนา

9.45 น.     เริ่มลงมือปลูกกล้าไม้จำนวน 12,000 – 15,000 กล้าไม้
12.00 น.   รับประทานอาหารกลางวันในแปลงปลูกป่า
13.00 น.   ปลูกกล้าไม้ต่อจนแล้วเสร็จ
15.30 น.   สำรวจความเรียบร้อยในการปลูกป่า และเก็บขยะทั้งหมดออกจากแปลงปลูกป่า
15.45 น.   เดินทางกลับออกมาจากแปลงปลูกป่า

 

ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม
สำหรับการมาร่วมโครงการปลูกป่าให้ช้างนั้น ทางมูลนิธิฯ คิดค่าลงทะเบียนทั้งสิ้น 250 บาทต่อคน ซึ่งประกอบไปด้วยค่าใช้จ่ายในส่วนต่างๆ ดังนี้

- ค่าบริจาคกล้าไม้สำหรับปลูกป่าที่ผลิตจากเรือนเพาะชำเขตฯสลักพระ

- ค่าปุ๋ยอินทรีย์และอุปกรณ์ต่างๆที่จำเป็นในการปลูกป่า

- ค่ารถสำหรับเดินขนส่งอุปกรณ์ต่างๆ เข้าไปยังแปลงปลูกป่า

- ค่าเตรียมแปลงปลูกป่า

- ค่าอาหารกลางวัน

- ค่าน้ำดื่ม ผลไม้ และน้ำหวาน(ตลอดการปลูกป่า)

 

หมายเหตุ ค่าใช้จ่ายนี้ไม่รวมค่าใช้จ่ายในการเดินทางไป-กลับ จ.กาญจนบุรี

(more…)

การดูแลแปลงปลูกป่าและทำแนวกันไฟในเขตฯสลักพระ

Dutsadee - 13 May 2011 12:11

สำหรับการดำเนินการปลูกฟื้นฟูป่าตลอดปี 2553 ที่ผ่านมาภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระฯ ทางมูลนิธิพาช้างกลับบ้าน ได้ดำเนินการปลูกต้นไม้ไปแล้วทั้งสิ้นกว่า 13,125 ต้น ในพื้นที่แปลงปลูกป่าทั้งสิ้น 3 แปลง เนื้อที่รวมกว่า 21 ไร่ ซึ่งนับว่าเป็นปีที่ 3 แล้วที่ทางเราได้ดำเนินกิจกรรมนี้มาอย่างต่อเนื่อง(นับตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมา) และนอกเหนือไปจากการปลูกฟื้นฟูป่าเพื่อเป็นอาหารของช้างป่าเป็นประจำทุกปีแล้ว ในแต่ละปีทางมูลนิธิฯ ยังให้ความสำคัญกับการดูแลแปลงปลูกป่า โดยหลังจากวันปลูกป่าอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้งไปจนถึงสิ้นสุดฤดูฝนของแต่ละปีด้วย สำหรับในปีนี้ ทางเราได้มีเปิดรับอาสาสมัครและว่าจ้างชาวบ้านในชุมชนใกล้เคียงในการเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลแปลงปลูกป่า ตัดหญ้า และใส่ปุ๋ยหกับกล้าไม้ จนกระทั่งสิ้นสุดฤดูฝนในเดือนพฤศจิกายน 2553 ผ่านพ้นไปด้วยดี จากการสำรวจเมื่อสิ้นสุดฤดูฝน ในภาพรวมพบว่ากล้าไม้ที่ปลูกไปในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มีอัตราการรอดตายสูงมากกว่า 75%  แต่เมื่อเข้าเริ่มเข้าสู่ฤดูแล้งแล้ว ทางเราจะไม่ดำเนินการตัดถางหญ้าหรือวัชพืชต่างๆอีก ทั้งนี้เนื่องจากในบริเวณนี้จะมีสภาพอากาศที่ร้อนจัดและแห้งแล้งมาก จึงจำเป็นต้องให้เหลือวัชพืชบางส่วนไว้ปกคลุมดินเพื่อรักษาความชุ่มชื้นภายในดินให้กับกล้าไม้ในแปลงปลูกป่าด้วย

สำหรับฤดูแล้งของแต่ละปี จะมีปัญหาไฟป่าลุกลามเข้ามาในแปลงปลูกป่าของเราเป็นประจำทุกปี  ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับกล้าไม้ที่ปลูกไว้ไม่น้อยกว่า 30%  ของพื้นที่แปลงปลูกป่า ดังนั้นในระหว่างเดือนมกราคม - เมษายน 2554 จึงได้มีการดำเนินการทำแนวกันไฟล้อมรอบแปลงปลูกไว้ทั้งหมดเพื่อป้องกันไฟป่ารวม 3 ครั้ง ได้แก่ ครั้งที่ 1 ในวันที่ 28 มกราคม 2554  โดยกลุ่มนักศึกษาและคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตไทรโยค จ.กาญจนบุรี จำนวน 20 คน ครั้งที่ 2 ในวันที่ 12 มีนาคม 2554   โดยอาสาสมัครจากธนาคารสแตนดาร์ตชาร์ตเตอร์จำกัด(สำนักงานใหญ่) ร่วมกับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าหน่วยห้วยสะด่อง และชาวบ้านในชุมชนใกล้เคียง จำนวน 60 คน และครั้งที่ 3 ในวันที่ 28 เมษายน 2554  โดยอาสาสมัครจากบริษัทเอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) จำนวน 55 คน

อย่างไรก็ตาม สำหรับฤดูแล้งในปี 2554 นี้ นับว่าเป็นโชคดีของโครงการเป็นอย่างมากที่ในปีนี้มีฝนตกอย่างหนักและต่อเนื่องตลอดช่วงฤดูแล้งที่ผ่านมาโดยเฉพาะในเดือนมีนาคมและเมษายน จึงทำไม่มีไฟป่าลุกลามเข้ามาทำลายกล้าไม้ในแปลงปลูกป่ามากเท่ากับปีที่ผ่านๆมา  โดยเราพบปัญหาไฟป่าในพื้นที่ใกล้เคียงเพียงแค่ระยะเวลาสั้นๆในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์เท่านั้น จากการสำรวจเมื่อสิ้นสุดฤดูแล้งในเดือนเมษายน 2554 ที่ผ่านมาในทั้ง 3 แปลง ในภาพรวมพบว่ากล้าไม้ส่วนใหญ่มีอัตราการรอดตายสูงกว่า 60 - 70%  และกล้าไม้บางชนิดสามารถเจริญเติบโตได้ดีมาก เช่น ต้นตระคร้อหนาม ต้นหมัน มะขามป้อม ประดู่ป่า และเพกา เป็นต้น  

สำหรับในช่วงต้นฤดูฝนในปี 2554 ที่จะถึงนี้ ทางเรายังคงจะดำเนินการปลูกป่าต่อไปเป็นปีที่ 4 ด้วยความมุ่งมั่นที่จะปลูกฟื้นฟูป่าเพื่อให้มีความหลากหลายทางชีวภาพของพรรณไม้ท้องถิ่นที่จะเป็นแหล่งอาหารและแหล่งหากินที่อุดมสมบูรณ์ให้กับช้างป่าที่อาศัยอยู่ในผืนป่าตะวันตกของไทยแห่งนี้ และด้วยเป้าหมายหลักเพื่อลดความปัญหาความขัดแย้งระหว่างช้างป่าและชาวบ้านในชุมชนใกล้เคียงในการที่ช้างป่าเข้าไปบุกรุกทำลายพืชผลทางการเกษตรอันเนื่องมาจากการขาดแคลนอาหารในป่าธรรมชาติ สำหรับวัน เวลา และสถานที่ของแปลงปลูกป่าที่แน่นอนในการปลูกป่าในปีนี้ ทางเราจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งภายในเดือนพฤษาคมนี้ ขอให้อาสาสมัครที่สนใจจะปลูกป่าร่วมกับเราทุกๆท่าน ติดตามข่าวได้จากทางเว็บไซด์ของเรา หรือสอบถามมายังโทร (083) 566 - 5223 หรือ E-mail: dutsadee.nilubol@bring-the-elephant-home.org

ทางเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการสนับสนุนจากอาสาสมัครจากที่ต่างๆ ที่มีใจรักในการปลูกป่าและช้างไทยในการมาร่วมปลูกฟื้นฟูป่าให้กับช้างป่าที่อาศัยอยู่ในผืนป่าสลักพระแห่งนี้ร่วมกับเราเป็นจำนวนมากเหมือนเช่นในปีที่ผ่านๆมาค่ะ

คลิกเพื่อดูประมวลภาพกิจกรรมการดูแลแปลงปลูกป่า และการทำแนวกันไฟสำหรับฤดูการปลูกป่าในปี 2553 - 2554 ได้ที่ด้านล่างนี้ค่ะ

(more…)

กิจกรรมปลูกป่าให้ช้างในปี 2554

Dutsadee - 10 May 2011 07:24

ตอนนี้ฤดูฝนก็ใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว ประกอบกับปีนี้ฤดูฝนมาเร็วกว่าทุกปี ทั้งยังมีฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องมากกว่าปีที่ผ่านๆมา จึงทำให้ทางมูลนิธิฯ ต้องรีบวางแผนและเตรียมการสำหรับการปลูกป่าให้ช้าง(Trees for Elephants) ในปี 2554 ให้เร็วขึ้นกว่าเดิมด้วย โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มกิจกรรมปลูกป่าตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคมนี้เป็นต้นไป

จนถึงปัจจุบันทางเราได้ดำเนินโครงการ Elephant Jungle ร่วมกับทางศูนย์บริบาลช้างแม่แตงอย่างจริงจังมาเป็นระยะเวลากว่า 2 ปีแล้ว และได้เห็นการสภาพป่าที่เคยอุดมสมบูรณ์เดิมกลายเป็นป่าที่ถูกแผ้วถางโดยชาวบ้านเพื่อนำมาทำสวนกระหล่ำปลีและพืชผักต่างๆจนเต็มพื้นที่ ส่งผลให้ป่าเสื่อมสภาพลงไปอย่างมาก จนกระทั่งทางเราได้เข้ามาเริ่มจัดทำโครงการปลูกฟื้นฟูป่าในพื้นที่นี้เมื่อเดือนมิถุนายน 2553(ปีที่ผ่านมา) กว่า 4,000 กล้าไม้ ทำให้เราเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงว่าสภาพป่าได้เริ่มฟื้นตัวกลับมาได้บ้างแล้ว แต่อย่างไรก็ตามทางเรายังคงต้องการที่จะปลูกฟื้นฟูป่าต่อไปอย่างต่อเนื่องในแต่ละปี เพื่อให้มั่นใจว่าสภาพป่าที่นี่จะกลับมาใกล้เคียงกับสภาพเดิมก่อนที่จะถูกทำลายให้ได้มากที่สุด และเพื่อเป็นแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ของช้างและสัตว์ป่านานาชนิดที่อาศัยอยู่ที่นี่ โดยในปีนี้เราได้ผลิตกล้าไม้ท้องถิ่นจากเรือนเพาะชำของโครงการ Elephant Jungle จำนวนกว่า 8,000 กล้าไม้ จากพรรณไม้จำนวน 10 - 15 ชนิด เพื่อจะนำมาปลูกเพื่อเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพในป่าบริเวณนี้อย่างต่อเนื่อง

เป็นที่ทราบกันดีว่าเป้าหมายหลักอย่างหนึ่งของโครงการ Elephant Jungle ก็คือ การปลูกฟื้นฟูป่าสำหรับเป็นแหล่งอาหารและที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติของช้างจากศูนย์บริบาลช้างที่จะนำมาอาศัยอยู่ที่นี่ต่อไปในอนาคต รวมไปถึงการปลูกพืชอาหารช้าง และการปลูกต้นไม้เพื่อเป็นรั้วกั้นตามธรรมชาติโดยรอบโครงการเพื่อให้ช้างสามารถเดินหาอาหารและใช้ชีวิตได้อย่างอิสระเสรีในป่าของโครงการได้อย่างแท้จริง และเพื่อป้องกันการที่จะช้างจะเข้าไปบุกรุกในพื้นที่การเกษตรของชาวบ้านในชุมชนโดยรอบโครงการด้วย

ดังนั้นทางมูลนิธิฯ จึงต้องการเปิดรับอาสาสมัครจำนวนมากที่มีความสนใจในเรื่องการปลูกป่าหรือการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ในการเข้าร่วมกิจกรรมปลูกป่าให้ช้างตลอดฤดูฝนในปี 2554 ที่กำลังจะมาถึงนี้กับทางมูลนิธิฯ นอกเหนือไปจากการปลูกป่าแล้ว ทางเรายังให้ความสำคัญกับการดูแลแปลงปลูกป่าหลังการปลูก(การตัดหญ้า และใส่ปุ๋ยให้กับกล้าไม้) ไปจนกว่าจะสิ้นสุดฤดูฝนในเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน เพื่อให้มั่นใจว่ากล้าไม้ที่ปลูกจะสามารถเจริญเติบโตได้ดี และสามารถฟื้นตัวกลับมาเป็นป่าธรรมชาติต่อไปในอนาคตอย่างรวดเร็ว หากอาสาสมัครท่านใดหรือกลุ่มใดที่มีความสนใจจะร่วมกิจกรรมกับทางเรา(อย่างน้อย 10 ท่านขึ้นไปในแต่ละกลุ่ม ) ไม่ว่าจะเป็นแบบไปเช้า-เย็นกลับ หรือพักค้างคืน ท่านสามารถติดต่อโดยตรงได้ที่ info@bring-the-elephant-home.org หรือโทร (083) 566 - 5223 เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

(more…)

วีดีโอกิจกรรมต่างๆของโครงการ Elephant Jungle

Dutsadee - 9 May 2011 07:14

ขอเชิญชวนฝึกอบรมการทำการเกษตรอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม(Permaculture)

Dutsadee - 4 April 2011 17:31

ทางมูลนิธิพาช้างกลับบ้านขอเชิญชวนผู้สนใจทุกท่านเข้าร่วมการฝึกอบรมการเกษตรที่สอดคล้องกับธรรมชาติและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม(Permaculture) ที่ศูนย์ Elephant Jungle ของมูลนิธิฯ ซึ่งตั้งอยู่ใน ต.กึ๊ดช้าง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่

โดยในการฝึกอบรมนี้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้เรียนรู้และได้ลงมือปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดทำสวนผักและผลไม้ผสมผสานแบบ Mandala ร่วมกับอาสาสมัครท่านอื่นๆที่มีใจรักในธรรมชาติเช่นเดียวกัน

สำหรับสวนผสมผสานแบบ Mandala เป็นแนวคิดหนึ่งในการทำการเกษตรแบบยั่งยืน สอดคล้องกับธรรมชาติและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งลักษณะของสวนผสมผสานแบบ Mandana จะเป็นรูปทรงกลมที่มีรูตรงกลางและมีลักษณะสมส่วน มีการแบ่งพื้นที่แปลงปลูกออกเป็นส่วนต่างๆ เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าไปปลูกและดูแลพืชผักต่างๆ โดยจะมีการนำไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ไม้ผล ไม้ทรงพุ่มขนาดเล็ก และพืชผักต่างๆมาปลูกร่วมกันแบบผสมผสาน และให้พืชแต่ละชนิดได้เอื้อประโยชน์ และรักษาสมดุลทางธรรมชาติให้แก่กันและกัน ร่วมกับการดูแลสวนประเภทนี้ซึ่งไม่ยุ่งยากมากนักเพียงแค่มีการจัดหาพืชคลุมดินและใส่ปุ๋ยอินทรีย์เพื่อปรับปรุงคุณภาพดินให้มีความอุดมสมบูรณ์เพียงพอต่อการเจริญเติบโตของต้นไม้และพืชผักเหล่านี้ นอกจากสวนแบบ Mandala ให้คุณค่าในด้านการรักษาสมดุลในการปลูกพืชแบบสมผสานแล้ว ลักษณะสวนที่มีรูปทรงกลมเองยังมีความสวยงาม สามารถใช้ตกแต่งภูมิทัศน์ของพื้นที่ ทั้งยังดูแปลกตา และน่าสนใจกว่าการทำสวนแบบเป็นแถวเป็นแนวในแบบเดิมๆอีกด้วย

สำหรับท่านที่สนใจในการทำสวนแบบ Mandala และอยากเรียนรู้เพิ่มเติม ทางเราขอเชิญชวนทุกท่านๆได้มีส่วนในการจัดทำแปลงปลูกพืชผสมผสานแบบ Mandala ด้วยกันในพื้นที่ของโครงการ  โดยจะมีการทำสวนในรูปทรงกลม และมีการแบ่งแปลงปลูกออกเป็นสัดส่วนเพื่อการปลูกพืชในแต่ละชนิด การติดตั้งระบบน้ำ การจัดทำระบบพืชคลุมดิน การปลูกต้นไม้ ไม้พุ่มขนาดเล็ก พืชผักชนิดต่างๆ ทั้งจากต้นกล้าและจากเมล็ดไม้ นอกจากนี้ท่านยังจะได้มีส่วนช่วยในการจัดทำร้านปลูกไม้เลื้อยสำหรับพืชพันธุ์ไม้เลื้อยให้กับทางโครงการด้วย

วันที่ 9 – 10 เมษายน 2554(ออกเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ เวลา 8.00 น. และเดินทางกลับมาจาก อ.แม่แตง ในเวลา 18.00 น.)

(more…)

คืบหน้าโครงการบ้านช้าง(Elephant Jungle Project)

Dutsadee - 20 March 2011 08:09

ในช่วง 1 - 2 เดือนที่ผ่านมานี้ ทางมูลนิธิฯ ได้มุ่งมั่นในการพัฒนาโครงการ Elephant Jungle ซึ่งเป็นโครงการใหม่ของเราในพื้นที่บนดอยสูงชัน ในอำเภอแม่แตง จ.เชียงใหม่ และจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สิ่งก่อสร้างต่างๆ ก็เป็นรูปเป็นร่างมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นบ้านพักอาสาสมัคร ระบบน้ำสำหรับบ้านพัก แปลงปลูกป่า และเรือนเพาะชำ ห้องครัว และระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ซึ่งทำให้ทางทีมงาน และอาสาสมัครกลุ่มต่างๆ สามารถที่จะเข้ามาพักและทำงานที่นี่ร่วมกันได้ในทุกสัปดาห์ และด้วยความช่วยเหลือจากอาสาสมัครที่มาทำกิจกรรมร่วมกันนี้เองที่ทำให้งานหลายอย่างของโครงการคืบหน้าไปเป็นอย่างมาก เช่น การจัดทำก้อนดิน จำนวนกว่า 500 ก้อน เพื่อจะนำมาทำเป็นอาคารบ้านดิน การก่อสร้างอาคารข้อมูลพรรณไม้และเก็บเมล็ดไม้จากกระสอบทราย และการจัดทำเรือนเพาะชำสำหรับผลิตกล้าไม้ในโครงการปลูกฟื้นฟูป่าให้ช้าง เป็นต้น

นอกจากนี้ในสัปดาห์หน้าที่จะถึงนี้ ทางเราจะดำเนินการในการก่อสร้างอาคารข้อมูลพรรณไม้ ซึ่งเป็นอาคารทรงกลมรูปโดมที่ทำจากวัสดุเหลือใช้ คือ กระสอบทราย ให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด เพื่อจะเป็นศูนย์ข้อมูลในการทำวิจัยและถ่ายทอดความรู้ในโครงการฟื้นฟูป่าต่อไป รวมทั้งในช่วงปลายเดือนมีนาคมและต้นเดือนเมษายน 2554 นี้ ทางเรามีความจำเป็นที่จะต้องทำแนวกันไฟล้อมรอบแปลงปลูกป่าภายในโครงการอย่างเร่งด่วนก่อนที่ไฟป่าจะลุกลามเข้ามาในพื้นที่ในช่วงฤดูแล้งนี้ รวมไปถึงการเร่งผลิตกล้าไม้ท้องถิ่นให้เพียงพอสำหรับการปลูกฟื้นฟูป่าในเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้ จนถึงปัจจุบันนี้ถือว่ากิจกรรมต่างๆภายในโครงการ Elephant Jungle มีความคืบหน้าเป็นอย่างมาก รวมถึงกิจกรรมใหม่ๆที่จะทำต่อไปในอนาคตด้วย โดยสามารถคลิกดูประมวลภาพกิจกรรมต่างๆของโครงการได้ที่ด้านล่างนี้ (more…)

« Older EntriesNewer Entries »