เกี่ยวกับ “พาช้างกลับบ้าน”
“พา ช้างกลับบ้าน” ประสบความสำเร็จในการปลดปล่อยช้างเร่ร่อนสองเชือกคือ พังดอกเงินและพังแม่ศรีนวลให้เป็นอิสระจากชีวิตขออาหารตามท้องถนน เราเดินทางจากกรุงเทพจนถึงศูนย์บริบาลช้าง ซึ่งเป็นสถานคุ้มภัยสำหรับช้างที่อำเภอแม่แตง ทางตอนเหนือของจังหวัดเชียงใหม่เพื่อเป็นการสาธิตตัวอย่างและเก็บบันทึกเป็น วีดิโอ ในระหว่างการเดินทางนี้ เราจัดกิจกรรมบทเรียนเรื่องช้างให้กับโรงเรียนในพื้นที่, จัดการแข่งขันศิลปะช้าง และร่วมระดมความคิดกับหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อร่วมรณรงค์หยุดการนำ ช้างออกเร่ร่อนตามท้องถนน! นับจากโครงการนี้ “พาช้างกลับบ้าน” ยังรณรงค์อย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยเหลือช้างไทย และนำช้างกลับไปสู่บ้านคือสถานคุ้มภัยสำหรับช้างแห่งต่างๆ ที่ซึ่งช้างสามารถใช้ชีวิตเยี่ยงช้างอย่างมีความสุข ด้วยการรณรงค์อย่างเอาจริงเอาจังและความช่วยเหลือด้านทุนสนับสนุน “พาช้างกลับบ้าน”ยังสามารถซื้อไร่กล้วยและที่ดินเพื่อขยายอาณาเขตของศูนย์ บริบาลช้างให้กว้างขวางออกไปอีกด้วย
หนังสือเกี่ยวกับมูลนิธิ “พาช้างกลับบ้าน”
หนังสือ ชื่อ Thaise Olifanten van de Straat (“ปลดปล่อยช้างไทยจากท้องถนน”) ที่ร่วมเขียนโดยชาวดัตช์สองคนคือผู้ก่อตั้งมูลนิธิ อองตัวเนต แวนดีวอเตอร์ และผู้สื่อข่าว ลิสเบธ สเลาเตอร์ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการสูญสิ้นทำลายของธรรมชาติในประเทศที่อิทธิพลหยั่ง รากลึกของพุทธศาสนาสอนมนุษย์ให้รู้จักเคารพต่อสิ่งมีชีวิตทั้งปวง และเล่าถึงการปลดปล่อยอดีตช้างเร่ร่อน พังดอกเงินและพังแม่ศรีนวล และการเดินทางของทั้งคู่สู่ศูนย์บริบาลช้าง ฉบับแปลภาษาอังกฤษของหนังสือเล่มนี้จะถูกตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ซิลค์เวิร์ม ในประมาณเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2551
“ปลูกต้นไม้เพื่อช้าง”
โครงการ หลักของเราในขณะนี้คือ โครงการ “ปลูกต้นไม้เพื่อช้าง” เนื่องจากป่าคือบ้านตามธรรมชาติของช้างไทย ปัญหาส่วนใหญ่ของช้างจึงเกี่ยวกับการตัดไม้ทำลายป่าที่เกิดขึ้นอย่างกว้าง ขวางตลอดมานับเป็นเวลากว่า 50 ปี หากย้อนกลับไปประมาณ 50 ปีที่แล้ว พื้นที่ 65% ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือถูกปกคลุมด้วยผืนป่าอันเขียวชอุ่ม แต่ในปีพ.ศ. 2524 กลับลดเหลือเพียง 8% เมื่อที่อยู่อาศัยและอาหารตามธรรมชาตินับวันมีแต่จะหายไป ช้างก็ลดจำนวนลงไปด้วยจนปัจจุบันอยู่ในความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์! เมื่อหนึ่งร้อยปีก่อนช้างมีจำนวนประมาณ 100,000 ตัวในประเทศไทย แต่ปัจจุบันมีช้างป่ารอดชีวิตเหลืออยู่เพียงประมาณ 1,500 ตัว เนื่องจากความลำบากในการหาอาหารให้ช้างในป่า ชาวบ้านจึงจำเป็นต้องพาช้างของตนเข้าสู่เขตเมืองเพื่อหาเงินไม่ต่างกับช้าง ขอทาน ในบริเวณไม่กี่แห่งที่ช้างป่ายังมีโอกาสมีชีวิตรอด ก็มีการกระทบกระทั่งกันระหว่างมนุษย์กับช้างที่ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นทุกปี ช้างไทยยังต้องการที่อยู่อาศัยและอาหารมากกว่าที่มีในปัจจุบันนี้เพื่อการมี ชีวิตรอด นี่คือเหตุผลที่ “พาช้างกลับบ้าน” เริ่มรณรงค์โครงการ “ปลูกต้นไม้เพื่อช้าง” เราตั้งเป้าหมายที่จะปลูกต้นไม้ 100,000 ต้นภายในหนึ่งปี ในบริเวณที่ความเป็นอยู่ของช้างถูกคุกคามมากที่สุด เป้าหมายของเราคือการปลูกต้นไม้เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหารตาม ธรรมชาติสำหรับช้างขึ้นมาใหม่ เพื่อให้ช้างคืนความแข็งแรงพร้อมต่อสู้เอาชีวิตรอด!
เพื่อ ให้บรรลุวัตถุประสงค์ “พาช้างกลับบ้าน” เราทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับองค์กรของไทย เช่น ศูนย์บริบาลช้าง, กองทุนวิจัยและอนุรักษ์ช้างป่า และสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน ที่ให้ความช่วยเหลือเราในด้านประสบการณ์, ความรู้ และเครือข่ายสนับสนุน การทำงานร่วมกันจะทำให้พวกเราสามารถสร้างอนาคตที่ดีขึ้นสำหรับช้างไทยได้! ในตอนนี้ เราได้ริเริ่มโครงการ “ปลูกต้นไม้เพื่อช้าง” ในสถานที่สามแห่งคือ:
ศูนย์บริบาลช้าง
อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

หมู่บ้านช้างดั้งเดิมในภาคอีสาน




