โครงการปลูกฟื้นฟูป่าเพื่อเป็นแหล่งที่อยู่อาศัย และแหล่งหากินของช้างป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ จังหวัดกาญจนบุรี Salakpra Aug 2008
สำหรับการปลูกฟื้นฟูป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ เป็นโครงการหนึ่งที่ทางมูลนิธิให้การสนับสนุนเช่นเดียวกัน โดยวันปลูกป่าจัดขึ้นในวันที่ 16 สิงหาคม 2551 โดยมีอาสาสมัครที่มีส่วนร่วมในการปลูกป่าจำนวน 80 คน และจำนวนกล้าไม้ที่ปลูกในครั้งนี้ทั้งสิ้น 10,000 กล้าไม้ แต่สำหรับที่นี่มีวิธีการปลูกป่าที่แตกต่างไปจากที่อื่นๆ คือ ได้มีการทำการทดลองสำหรับในแต่ละแปลงปลูกป่า โดยต้องการเปรียบเทียบความสามารถในการฟื้นตัวของกล้าไม้ระหว่างกล้าไม้ที่ปลูกในพื้นที่โล่ง จำนวน 3 ไร่ และกล้าไม้ที่ปลูกภายใต้ร่มเงาของต้นไผ่ จำนวน 3 ไร่ รวมทั้งการติดตามข้อมูลการเจริญเติบโตของพรรณไม้แต่ละชนิดแต่ละแปลงด้วย โดยมีพื้นที่แปลงที่ทำการทดลองทั้งสิ้น จำนวน 6 ไร่ โดยมีจำนวนกล้าไม้ที่จะต้องทำการติดตามการเจริญเติบโต 3,000 กล้าไม้ จากทั้งหมด 10,000 กล้าไม้
ก่อนวันปลูกป่า 1 วัน ได้มีการเตรียมพื้นที่แปลงทดลองทั้ง 6 แปลง โดยการปักหลักไม้ไผ่เพื่อกำหนดจุดปลูก และใช้เชือกขึงโดยรอบแปลงไว้ เพื่อกำหนดขอบเขตของแต่ละแปลง แต่พบว่าในคืนก่อนวันปลูกป่า ได้มีช้างป่าเข้ามาทำลายเชือกที่กั้นแปลงไว้บางส่วน แต่กลับไม่พบการเหยียบย่ำหรือทำลายหลักไม้ไผ่ที่ปักไว้ หรือหลุมที่ขุดเตรียมไว้สำหรับปลูกกล้าไม้ ในขณะเดียวกันพบว่าในแปลงปลูกป่าเต็มไปด้วยมูลช้างระหว่างหลุมแต่ละหลุมที่ขุดสำหรับปลูกกล้าไม้ โดยส่วนตัวแล้วดิฉันเพียงแต่อยากจะให้ช้างเหล่านี้เข้าใจว่ามนุษย์สามารถทำสิ่งๆดีเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมได้เช่นเดียวกัน ในขณะเดียวกันดิฉันจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าช้างป่าเหล่านี้ คงจะไม่ทำลายต้นกล้าที่เพิ่งปลูกใหม่เหล่านี้ เพื่อที่ต้นไม้ที่ปลูกเหล่านี้จะมีโอกาสเจริญเติบโตเป็นป่าธรรมชาติ ที่สมบูรณ์และสามารถเป็นแหล่งอาหารและที่อยู่อาศัยของช้างป่าในพื้นที่ได้ต่อไปในอนาคต รวมทั้งต้องมีการปกป้องการตัดไม้ทำลายป่าในบริเวณนี้ด้วย เนื่องจากตามกฎหมายแล้วก็ไม่อนุญาตให้มีการตัดไม้ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าด้วยเช่นกัน
แต่อย่างไรก็ตาม ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ก็ยังมีอุปสรรคที่สำคัญสำหรับการฟื้นฟูป่า โดยเฉพาะการฟื้นฟูเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพ เนื่องจากมากกว่า 80%ของพื้นที่เป็นป่าไผ่ อันเป็นผลเนื่องมาจากการตัดไม้ลายป่าอย่างรุนแรง และการเผาป่าในพื้นที่เดิม จนทำให้สภาพป่าที่สมบูรณ์เดิมเสื่อมโทรมลงไป จึงทำให้ไผ่เป็นพืชชนิดแรกที่จะกลับมายึดครองพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากสามารถเจริญเติบโตในป่าเสื่อมโทรม และไผ่สามารถปกคลุมพื้นที่ได้มากกว่าพรรณไม้ชนิดอื่นๆ ด้วยเหตุผลนี้เองความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่นี่ทั้งชนิดของพรรณไม้ และสัตว์ป่าที่ทำหน้าที่เป็นตัวกระจายเมล็ดจึงค่อนข้างต่ำ และทำให้สภาพป่ายังคงเสื่อมโทรมต่อไป รวมทั้งโอกาสในการฟื้นตัวให้กลับมาเป็นสภาพป่าตามธรรมชาติอีกครั้งจึงเป็นไปได้ยากมาก ด้วยเหตุนี้เองช้างป่าในพื้นที่นี้จึงออกไปบุกรุกทำลายพื้นที่ทำการเกษตรในละแวกใกล้เคียง และก่อให้เกิดปัญหาความขัดแย้งกับระหว่างคนกับช้าง ฉะนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพของป่าในพื้นที่นี้ โดยทางมูลนิธิฯ ได้เริ่มต้นการฟื้นฟูป่าสำหรับเป็นแหล่งหากินและที่อาศัยของช้างป่าในพื้นที่ด้วยการสนับสนุนให้เพาะเมล็ดไม้และดูแลกล้าไม้สำหรับการฟื้นฟูป่า จำนวน 25 ชนิด และในปีหน้าจะมีกิจกรรมต่างๆมากมายที่จะต้องดำเนินการต่อไป ด้วยเหตุนี้เองจึงเป็นที่จะต้องมีการสร้างเรือนเพาะชำในบริเวณพื้นที่ที่จะทำการฟื้นฟูป่าโดยเร็วที่สุด รวมทั้งการจัดการฝึกอบรมให้ความรู้ให้เจ้าหน้าที่ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและชาวบ้านในชุมชนที่สนใจ เพื่อที่จะเป็นผู้รับผิดชอบดูแลและดำเนินการฟื้นฟูให้ป่ากลับคืนมาสู่สภาพใกล้เคียงกับป่าตามธรรมชาติตามเดิมโดยทางหน่วยงานหรือชุมชนเอง และเป็นที่แน่นอนแล้วว่าทางมูลนิธิพาช้างกลับบ้าน จะสนับสนุนการฟื้นฟูป่าสำหรับช้างในพื้นที่นี้ต่อไป













