รับอาสาสมัครทำแนวกันไฟ จัดทำฝาย และโป่งดินเทียม ณ เขตฯ สลักพระ จ.กาญจนบุรี วันที่ 2 มี.ค 55
ตลอดฤดูฝนในปี 2554 ที่ผ่านมา ทางเราได้ปลูกป่าภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ จ.กาญจนบุรี จำนวนกว่า 12,000 กล้าไม้ และได้มีการดูแลกล้าไม้ในแปลงปลูกป่าอย่างต่อเนื่องไปจนกระทั่งสิ้นสุดฤดูฝนที่ผ่านมา จากการสำรวจของทีมงานเมื่อเดือนธันวาคม 54 ที่ผ่านมา พบว่ากล้าไม้ส่วนใหญ่ที่ปลูกในแต่ละแปลงปลูกป่ามีอัตราการรอดตายสูง และเจริญเติบโตได้ดีกว่าปีที่ผ่านๆมา อาจเนื่องด้วยปีที่ผ่านมามีปริมาณฝนตกเป็นจำนวนมากและยาวนานกว่าทุกปี
ดังนั้นก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงฤดูแล้งของปี 55 ที่จะมาถึง เพื่อเป็นการปัญหาไฟป่าที่จะลุกลามเข้ามาในแปลงปลูกป่าของเราเป็นประจำทุกปีในช่วงเดือนเม.ย - พ.ค ซึ่งจะสร้างความเสียหายให้กับกล้าไม้ที่กำลังเจริญเติบโตได้ดีไม่น้อยกว่า 30% ของพื้นที่แปลงปลูกป่า ทางเราจึงต้องมีการดำเนินการทำแนวกันไฟล้อมรอบแปลงปลูกไว้ทั้งหมดเพื่อป้องกันไฟป่า เพื่อให้กล้าไม้ที่ปลูกไว้สามารถเจริญเติบโตได้ดี รอดพ้นจากการถูกไฟป่าเผาทำลาย และเพื่อให้ป่าตามธรรมชาติกลับฟื้นตัวมาได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ทางเรายังจะมีกิจกรรมเพิ่มเติมนอกเหนือจากการดูแลแปลงปลูกป่า คือ การทำฝายเก็บกักน้ำเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นในพื้นที่ในช่วงฤดูแล้งที่กำลังจะมาถึงนี้ และการทำโป่งดินเทียมเพื่อเป็นแหล่งอาหารเสริมสำหรับช้างป่า และสัตว์ป่าชนิดอื่นๆที่อาศัยอยู่ที่นี่
วันที่จัดกิจกรรม วันศุกร์ที่ 2 มี.ค 55 เวลา 9.30 – 15.30 น.
สถานที่ หน่วยพิทักษ์ป่าห้วยสะด่อง ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี
จำนวนอาสาสมัครที่เปิดรับ ไม่จำกัดจำนวน
กิจกรรมทีจะดำเนินการ
1. การทำแนวกันไฟล้อมรอบแปลงปลูกป่า
2. การทำฝายเก็บกักน้ำ
3. การทำโป่งดินเทียมเพื่อเป็นแหล่งอาหารเสริมของสัตว์ป่า
โปรแกรมกิจกรรม
9.30 น. อาสาสมัครเดินทางมาถึงบริเวณด้านหน้าหน่วยพิทักษ์ป่าห้วยสะด่อง อธิบายสรุปเกี่ยวกับโครงการปลูกป่าให้ช้าง
9.45 น. เดินทางเข้าไปยังแปลงปลูกป่าด้านในเขตฯ สลักพระ
10.00 น. เริ่มลงมือทำแนวกันไฟรอบแปลงปลูกป่า
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวันในแปลงปลูกป่า
13.00 น. การทำฝายเก็บกักน้ำ และการทำโป่งดินเทียมสำหรับเป็นแหล่งอาหารเสริมของสัตว์ป่า
15.30 น. เดินทางออกจากแปลงปลูกป่า
ค่าใช้จ่ายและการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ
คิดเป็น 350 บาทต่อคน (ไม่รวมค่าเดินทางไปและกลับจังหวัดกาญจนบุรี) ประกอบไปด้วย ค่าใช้จ่ายสำหรับค่าอาหารกลางวัน น้ำดื่ม ของว่าง และผลไม้ ค่าสนับสนุนอุปกรณ์ในการดูแลแปลงปลูกป่า ค่าขนส่งอุปกรณ์ต่างๆ ค่าปุ๋ยอินทรีย์ ค่าอุปกรณ์ต่างๆในการทำฝายและโป่งดินเทียม
สิ่งที่อาสาสมัครควรจะเตรียมมาด้วย
ครีมกันแดด
หมวก เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว
รองเท้าผ้าใบที่สามารถเปื้อนโคลนและลุยน้ำได้
ถุงมือ
ขวดน้ำดื่ม
ยากันยุง/กันแมลง
การเดินทางไปยังแปลงปลูกป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี
1. โดยรถยนต์ส่วนตัว : จากอำเภอเมือง จ.กาญจนบุรี ให้ขับรถมุ่งหน้าไปยังถนนทางหลวงหมายเลข 3199(ทางไปน้ำตกเอราวัณ) ผ่านไปยังตำบลลาดหญ้า เข้าสู่ตำบลวังด้ง ไปยังเส้นทางที่จะไป อ.ศรีสวัสดิ์ ผ่านเขื่อนท่าทุ่งนา ไปประมาณ 12 ก.ม จนกระทั่งเห็นป้ายศูนย์รวมตะวัน ให้ขับรถเลยป้ายไปประมาณ 200 เมตร ให้สังเกตทางด้านขวามือของถนน จะเจอหน่วยพิทักษ์ป่าห้วยสะด่องซึ่งตั้งอยู่ที่ กม. 38 ทางด้านขวามือของถนนที่มุ่งหน้าไปยังน้ำตกเอราวัณ ดูแผนที่ได้ที่นี่
2. โดยรถโดยสารประจำทาง : จากกรุงเทพ ไปยังอำเภอเมืองกาญจนบุรี สามารถเดินทางโดยรถตู้ปรับอากาศ ที่จอดด้านหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ ติดกับสนามหลวง มีรถเที่ยวแรกตั้งแต่เวลา 5.00 - 20.00 น. รถออกทุกชั่วโมง ไปสิ้นสุดที่คิวรถตู้ในบริเวณตำบลลาดหญ้า ราคาตั๋วรถ 140 บาท/เที่ยว ใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพ ประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง - 2 ชั่วโมง และอาสาสมัครสามารถเดินทางต่อมายังหน่วยพิทักษ์ป่าห้วยสะด่องโดยรถประจำทาง หรือรถสองแถวสายกาญจนบุรี - น้ำตกเอราวัณ ค่าโดยสารประมาณ 30 บาทจากสถานีขนส่งกาญจนบุรีหรือฝั่งตรงข้ามคิวรถตู้ลาดหญ้า ไปยังแปลงปลูกป่าภายในหน่วยห้วยสะด่องตั้งอยู่ที่ ก.ม 38 ใช้เวลาประมาณ 40 นาที
ทางมูลนิธิฯ ยินดีเปิดรับอาสาสมัครจากทุกหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม CSR จากบริษัทเอกชน และหน่วยงานต่างๆ บริษัท eco-tour นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่างๆ กลุ่มหรือชมรมอนุรักษ์ และบุคคลทั่วไป ทั้งที่เป็นกลุ่มใหญ่และเดินทางมาส่วนตัว หากสนใจเข้าร่วมกิจกรรมกรุณาส่ง E-mail มาลงทะเบียนได้ที่ dutsadee.nilubol@bring-the-elephant-home.org หรือ โทรศัพท์แจ้งความจำนงได้ที่โทร (083) 566 -5223 ภายในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2555
อาสาสมัครช่วยกันตัดถาง และกวาดวัชพืชต่างๆออกจากแนวกันไฟที่ล้อมรอบแปลงปลูกป่าเพื่อป้องกันไม่ให้ไฟลามเข้ามาในแปลงปลูกป่า
อาสาสมัครช่วยกันขุดหลุมสำหรับทำโป่งดินเทียมเพื่อเป็นอาหารเสริมให้ช้างและสัตว์ป่าที่อาศัยอยู่ในป่าสลักพระ โดยจะมีการเติมก้อนแร่ธาตุอาหาร เกลือแกง และกระดูกสัตว์ป่นลงไปผสมกันในหลุมเพื่อเพิ่มธาตุอาหารในดิน
อาสาสมัครทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติช่วยกันทำฝายกันลำน้ำห้วยสะด่อง โดยการนำไม้มากั้นลำน้ำ และเสริมด้วยกระสอบทรายที่ทำจากหินหรือก้อนกรวดที่เก็บจากแม่น้ำมาใส่ในถุงกระสอบเพื่อทำเป็นกำแพงสำหรับเก็บกักน้ำ
สภาพฝายแบบเปียกที่เสร็จสมบูรณ์







