ประมวลภาพและเรื่องราวจากงาน ” ปั่นเพื่อช้าง ” ในปีที่ 3
ในปีนี้ ค่อนข้างจะทุลักทุเลกว่าปีที่ผ่านๆมา เนื่องมาจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในตั้งแต่ตอนเช้ามืดของวันแรก ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในเดือนมกราคม สร้างความงุนงงให้กับทีมงานเป็นอย่างยิ่ง ทำให้ทางทีมงานต้องวิ่งหาเสื้อกันฝนให้กับนักปั่นกันจ้าละหวั่น ในขณะที่ปีนี้เรามีนักปั่นเข้าร่วม น้อยกว่าปีที่ผ่านๆมา คือ มีนักปั่นเข้าร่วมงานทั้งสิ้น 19 คน และทีมงาน 10 คน ถึงแม้ว่าในตอนสายฝนจะเริ่มซาลงแล้ว แต่ก็ยังมีเมฆดำทะมึนและลมพัดแรงอยู่ ทำให้อากาศค่อนข้างหนาวเย็นมากแต่นักปั่นทุกคนก็ไม่ถอย และดูเหมือนจะตื่นเต้นกับการปั่นจักรยานท่ามกลางสายฝนโปรยปรายเป็นอย่างมาก เนื่องจากถนนค่อนข้างลื่นมาก ทางทีมงานจึงบอกให้ทุกคนระมัดระวังในการปั่นจักรยานเป็นพิเศษ ในช่วงแรกของการปั่นบนถนนคอนกรีตเป็นไปอย่างไม่ลำบากมากนัก แต่เมื่อทุกคนเริ่มเลี้ยวเข้าสู่ถนนดินลูกรัง ซึ่งแปรสภาพไปเป็นโคลนที่เละเทะและเฉอะแฉะมาก แค่เดินก็แทบจะจมไปครึ่งเท้าแล้ว จึงทำให้รถจักรยากของแต่ละคนติดหล่มโคลนเป็นระยะๆ จนแทบจะปั่นกันไม่ได้เลย แม้แต่ลงเข็นก็ยังเต็มไปด้วยความทุลักทุเล เนื่องจากโคลนที่เหนียวมาก ทั้งเบรค ล้อรถ และเกียร์ เต็มไปด้วยโคลนที่เกาะแน่น ต้องคอยขูดออกเป็นระยะๆ หลังจากที่พยายามปั่นบนดินโคลนกันนานกว่าชั่วโมงแล้ว ทางทีมงานจึงได้ตัดสินใจเปลี่ยนแผนกะทันหันโดยการให้นักปั่นแบกจักรยานขึ้นบ่า และเดินฝ่าโคลนจนมาถึงถนนคอนกรีต และเปลี่ยนไปปั่นจักรยานบนถนนทางหลวงข้างนอกที่คู่ขนานกันแทน ถึงแม้จะค่อนข้างอันตรายเนื่องจากเป็นถนนใหญ่ที่เต็มไปด้วยรถบรรทุก และรถโดยสารจำนวนมากวิ่งกันขวักไขว่และขับกันค่อนข้างเร็ว แต่เราไม่มีทางเลือก ก่อนที่มันจะกลายเป็น การเดินจูงจักรยานเพื่อช้างเสียมากกว่างานปั่นเพื่อช้าง ดังนั้นทางเราจึงพานักปั่นทั้งหมดออกจากถนนโคลนและให้ปั่นเกาะกลุ่มกันระหว่างกลางของรถกระบะของทีมงานที่จะขับปิดหัวและท้ายของขบวนนักปั่นเพื่ออำนวยความสะดวกและความปลอดภัยให้กับทุกคน ซึ่งการปั่นจักรยานบนถนนใหญ่เต็มไปด้วยความระมัดระวัง และค่อนข้างช้า อีกทั้งทางเราก็ต้องหยุดจอดรถเป็นระยะๆ เพื่อซ่อมจักรยานที่ชำรุดจากการปั่นอย่างหนักหน่วงในดินโคลน ไม่ว่าจะเป็นโซ่หลุด ยางแบน เบรคแตก ฯลฯ จนกระทั่งเมื่อผ่านครึ่งมาแล้ว ทางเราต้องสั่งจักรยานมาเพิ่มอีก 3 คันเพื่อทดแทนชำรุดเสียหาย จากปัญหาที่เกิดขึ้นในตอนเริ่มต้นไม่ว่าจะเป็นฝนที่ตกลงมาอย่างหนักโดยที่ไม่คาดคิดมาก่อน สภาพถนนดินโคลนทีทำให้รถติดหล่มและจักรยานชำรุด แต่มันกลับทำให้การปั่นครั้งนี้เต็มไปด้วยสีสันและสนุกอย่างเหลือเชื่อ ชนิดที่เรียกว่าโหด มันส์ ฮา ได้ทุกอารมณ์จริงๆ คลิกดูภาพได้จากด้านล่างนี้
ภาพถ่ายโดย Jerry Nelson
ภายถ่ายโดย ณิชานันท์ อ่อนเกตุ
ระหว่างรับประทานอาหารกลางวันที่แสนอร่อยใน Bamboo country lodge รถจากตัวเมืองก็ได้นำจักรยานเสือภูเขามาเพิ่มเติมอีก 3 คัน เพื่อสำรองไว้ในกรณีที่มีรถเสียอีก ซึ่งน้องคนหนึ่งในทีมพยาบาลสนามจาก ม.พายัพ ได้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของนักปั่นแต่ละคนถึงแม้จะเจอปัญหามากมาย ดังนั้นเมื่อได้จักรยานมาเพิ่มเติม น้องจึงขออาสาปั่นร่วมกับเราตลอดเส้นทาง แต่ก็ยังคงทำหน้าที่พยาบาลพร้อมกับปั่นจักรยานไปด้วยอย่างไม่ขาดตกบกพร่องเลย
ในที่สุดพวกเราก็ปั่นกันจนมาถึงศูนย์บริบาลช้างในเวลาเกือบ 5 โมงเย็น ซึ่งล่าช้ากว่าที่คิดไว้มากอันเนื่องจากปัญหารถจักรยานติดหล่มโคลนและจักรยานเสียที่ต้องจอดซ่อมกันตลอดเส้นทาง หลังจากได้พูดคุยกับคุณเล็ก ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งศูนย์บริบาลช้างแล้ว ทุกคนต่างแยกย้ายกันไปยังห้องพักของตัวเอง ซึ่งเป็นที่พักที่ค่อนข้างจะสะดวกสบายมีที่นอนอันหนานุ่ม และห้องน้ำในตัว ทำให้ทุกคนต่างดีใจที่จะได้อาบน้ำหรือเอนหลังซักงีบเพื่อผ่อนคลายความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าจากการปั่นจักรยานมาตลอดทั้งวัน หลังจากรับประทานอาหารเย็นร่วมกัน นักปั่นได้ได้ไปรวมตัวกันที่ห้องประชุมชั้นบนเพื่อดูวีดีโอ ” Elephant return to the wild “ ซึ่งเป็นวีดีโอเกี่ยวกับการช่วยเหลือช้างของทางมูลนิธิฯ จากนั้นส่วนใหญ่ก็ได้ย้ายกันไปนั่งสังสรรค์กันต่อรอบกองไฟบริเวณริมน้ำ และเข้านอนกันในเวลา 4 ทุ่ม ซึ่งถือว่ายังไม่ดึกมากนัก เพื่อเก็บแรงไว้สำหรับปั่นจักรยานในวันรุ่งขึ้น
ภายถ่ายโดย ณิชานันท์ อ่อนเกตุ
ในเช้าวันที่สอง นักปั่นต่างตื่นนอนกันแแต่เช้าตรู่ด้วยเสียงร้องของช้างและแสงแดดจ้าที่ส่องเข้ามาในห้องพัก วันนี้โชคดีจริงๆที่ฝนไม่ตกแล้ว หลังจากอาหารเช้าทุกคนต่างพากันไปเดินเยี่ยมชมช้างที่อาศัยอยู่ภายในศูนย์ฯ พร้อมกับเรียนรู้เกี่ยวกับการดูแลช้าง หลังจากนั้นทุกคนต่างไปรวมตัวกันที่บริเวณริมน้ำเพื่อนำเงินที่ได้จากการจัดงานปั่นจักรยานในครั้งนี้ไปมอบให้กับตัวแทนจากศูนย์ฯ จำนวนทั้งสิ้น 125,437 บาท และถ่ายภาพร่วมกัน จากนั้นจึงรีบปั่นออกจากศูนย์ฯ ซึ่งเป็นการปั่นขึ้นเขาและลงเขาไปตามถนนคอนกรีตที่สูงชันมากตลอดระยะทางกว่า 10 กิโลเมตร จึงได้นั่งพักกันใต้ร่มป่าสักที่ชาวบ้านปลูกข้างทางไว้ เพื่อพักดื่มน้ำและคลายร้อน เนื่องวันนี้มีแสงแดดจัดและสภาพอากาศที่ร้อนจัดมาก หลังจากพักเหนื่อยแล้ว เราจึงได้มุ่งหน้าปั่นกันต่อไปในเส้นทางที่เหลือซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นถนนดินลูกรังที่เป็นทางราบในป่าธรรมชาติและป่าสักเกือบทั้งหมด และโชคดีมากที่ถนนยังมีสภาพดีอยู่ ไม่มีสภาพเป็นโคลนเฉอะแฉะเหมือนกับวันแรก หลังจากที่ปั่นพ้นเขตป่าชุมชนออกมาแล้ว จึงลัดเลาะเข้าไปยังหมู่บ้าน และแวะพักดื่มน้ำเย็นๆให้ชื่นใจอีกครั้งภายในวัดบ้านเด่น ซึ่งเป็นวัดที่สวยงามในหมู่บ้านเมืองแกน พร้อมกับแวะถ่ายรูปที่วัดนี้เป็นที่ระลึกด้วย
จากตรงนี้ไปจะเหลือระยะทางอีกประมาณไม่เกิน 30 นาที เราก็จะไปถึงยังจุดหมายสุดท้าย คือ ที่บริเวณเรือนแพริมน้ำภายในเขื่อนแม่งัดที่ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติศรีลานนา ซึ่งเมื่อถึงเส้นชัย ปรากฎว่าทีมนักปั่นของมูลนิธิพาช้างกลับบ้านเข้าเส้นชัยเป็นทีมแรก ซึ่งก็สร้างความแปลกใจให้กับทีมของเราพอสมควรเนื่องจากมีทีมนักปั่นที่นำหน้าเราไปก่อนแล้วซึ่งควรจะถึงเส้นชัยก่อนเราได้หายไปทั้งกลุ่ม รวมทั้งป้ายผ้าที่ติดตรงจุดเส้นชัยก็หายไปด้วย ดังนั้นทางเราจึงส่งรถทีมงานไปตามหาจนกระทั่งพบว่าป้ายบอกทางสำคัญที่ติดไว้ได้ถูกถอดออกไปด้วย จึงทำให้นักปั่นกลุ่มแรกสับสน และได้ปั่นตรงขึ้นไปยังบนสันเขื่อนและหาทางลงไม่เจอ ซึ่งที่จริงแล้วนักปั่นจะต้องเลี้ยวซ้ายเพื่อลงมายังจุดเส้นชัยที่บริเวณด้านล่างของอ่างเก็บน้ำ แต่ในที่สุดทางทีมงานก็ได้ติดตามนักปั่นทุกคนให้มาถึงเส้นชัยได้ในเวลาต่อมา หลังจากนั้นทุกคนจึงได้ลงไปพักผ่อนกันยังเรือนแพ บางส่วนนั่งคุยกัยพร้อมกับรับประทานของว่างและเครื่องดื่มเย็นๆที่ทางเราจัดเตรียมให้ บางส่วนลงไปว่ายน้ำในอ่างเก็บน้ำกันอย่างสนุกสนาน จากนั้นจึงเป็นการมอบรางวัลพิเศษให้กับนักปั่นในแต่ละทีม และได้มีการพานักปั่นเดินทางกลับไปยังตัวเมืองเชียงใหม่ในเวลา 18.00 น. ถือเป็นอันสิ้นสุดงานปั่นจักรยานการกุศล ” ปั่นเพื่อช้าง ” ในปี 2555 นี้
ถึงแม้ว่าการจัดงานในครั้งนี้จะประสบปัญหาขลุกขลักอยู่บ้างในตอนเริ่มต้นเนื่องจากปัญหาสภาพดินฟ้าอากาศที่ไม่คาดคิด และจักรยานที่ชำรุด หรือแม้กระทั่งความสับสนเกี่ยวกับจุดเส้นชัยที่ทำให้นักปั่นบางส่วนหลงทางในวันสุดท้าย แต่โดยรวมแล้วทุกคนต่างมีความสุขและสนุกสนานกันเป็นอย่างมาก ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างทางกลับทำให้การปั่นจักรยานในครั้งนี้มีรสชาติและสีสันอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เพราะไม่เพียงแต่ที่เราจะได้ปั่นจักรยานด้วยกัน แต่ทุกคนยังได้เรียนรู้ที่จะช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นการผลักหรือยกจักรยานที่ติดหล่มโคลน หรือการช่วยกันขูดโคลนที่ติดแน่นอยู่ในล้อรถของเพื่อนร่วมทีม การช่วยกันซ่อมจักรยานที่ยางแบนหรือโซ่หลุดตลอดเส้นทาง รวมทั้งการตามหาเพื่อนนักปั่นที่หลงทาง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นที่เราได้มากกว่าการปั่นจักรยานร่วมกันนั่นก็คือ มิตรภาพและการได้ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และเหนือสิ่งอื่นใด ทุกคนต่างก็ได้เห็นว่าเงินที่เราต่างระดมหากันมาเพื่อนำมาบริจาคให้กับทางศูนย์บริบาลช้างแม่แตง จะได้นำไปใช้ประโยชน์ในการช่วยเหลือช้างอย่างแท้จริงต่อไป รวมถึงการสร้างความตระหนักให้กับทุกคนที่มาร่วมงานในการที่จะเห็นคุณค่าในการอนุรักษ์ช้างไทยด้วย
สุดท้ายนี้ ทางมูลนิธิฯ ใคร่ขอขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนสนับสนุนกิจกรรมปั่นจักรยานการกุศล ” ปั่นเพื่อช้าง ” ในปี 2555 นี้ ได้แก่ บริษัท SpiceRoads ที่สนับสนุนจักรยานเสือภูเขาในราคาพิเศษ ฟ้าลานนารีสอร์ตแอนด์สปา โรงแรม The Park Plaza(กรุงเทพ) และโรงแรม เดอ ลานนาเชียงใหม่ และที่ขาดไม่ได้คือ นักปั่นทุกท่าน ทีมพยาบาลสนามจากคณะพยาบาลศาสตร์แม็คคอร์มิค มหาวิทยาลัยพายัพ และอาสาสมัครของมูลนิธิพาช้างกลับบ้านทุกท่าน ที่มีส่วนร่วมให้การจัดงานในครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ไว้พบกันใหม่ในครั้งต่อไป




























