แปลงปลูกป่าโครงการบ้านช้าง Elephant Jungle ในเดือนกันยายน 2554
จากการที่ทางมูลนิธิพาช้างกลับบ้านได้จัดให้มีกิจกรรมปลูกป่าให้ช้างประจำปี 2554 ในพื้นที่โครงการบ้านช้าง หรือ Elephant Jungle ใบริเวณบ้านป่าเมี่ยงที่ตั้งอยู่ตอนบนของหุบเขาแม่แตง จ.เชียงใหม่ ในวันที่ 16 ก.ค 2554 ที่ผ่านม าประกอบไปด้วยพรรณไม้ท้องถิ่น จำนวน 19 ชนิด รวมแล้วกว่า 4,000 กล้าไม้ ได้แก่ มะค่าโมง ขี้เหล็ก ตีนเป็ด แคบ้าน ชงโค มะเกี๋ยง(หว้า) ยางแดง มะซัก(มะคำดีควาย) สมอพิเภก สมอไทย มะขาม มะขามป้อม อินทนิลบก ฝรั่งป่า ซ้อ เพกา รวมทั้งต้นไม้ที่เป็นพืชสมุนไพร ได้แก่ กระดูกไก่ดำ ฝาง และทองพันชั่ง
ภายหลังจากวันปลูกป่าใหญ่ในเดือนกรกฎาคม 2554 แล้ว ทางโครงการได้มีการเข้าไปดูแลแปลงปลูกป่าอย่างสม่ำเสมอภาย โดยมีการตัดหญ้าในแปลงปลูกป่าอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เนื่องจากวัชพืชในบริเวณนี้สามารถเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็วมาก(โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน) รวมทั้งมีการใส่ปุ๋ยให้กับกล้าไม้ที่ปลูก อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อช่วยให้กล้าไม้ที่ปลุกสามารถเจริญเติบโตได้ดี สามารถแข่งขันกับวัชพืชต่างๆในแปลงปลูกป่าได้
จากการสำรวจในพื้นที่แปลงปลูกป่าทั้งหมดภายในโครงการบ้านช้าง ในวันที่ 22 ก.ย 2554 ที่ผ่านมา(ภายหลังจากวันปลูกป่าประมาณ 3 เดือน) ซึ่งเป็นการสำรวจก่อนที่จะสิ้นสุดฤดูฝนของปีนี้ พบว่าในกล้าไม้ส่วนใหญ่มีอัตราการรอดตายสูงกว่า 90% โดยกล้าไม้ที่เจริญเติบโตได้ดีที่สุด 3 ชนิด ได้แก่ แคบ้าน ชงโค และมะเกี๋ยง(หว้า) ตามลำดับ โดยเฉพาะต้นแคบ้านที่ส่วนใหญ่มีความสูงเฉลี่ย 1.55 - 1.75 เมตร และมีทรงพุ่มที่แผ่กว้าง(ในภาพด้านบน)
โดยรวมแล้ว ถึงแม้จะกล้าไม้ที่ปลูกจะมีอัตราการรอดตายสูงมาก เนื่องจากปีนี้มีปริมาณฝนที่ตกหนักลงมาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานหลายเดือน ซึ่งทำให้กล้าไม้ที่ปลูกมีปริมาณน้ำฝนจำนวนมากที่ช่วยให้เจริยเติบโตได้ดี แต่ในขณะเดียวกันก็ส่งผลให้กระดาษลังที่ใช้เป็นวัสดุคลุมโคนต้นเพื่อป้องกันวัชพืชย่อยสลายเร็วกว่าปกติ อีกทั้งวัชพืชต่างๆ ก็สามารถเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็วมากเช่นเดียวกับกล้าไม้ โดยเฉพาะตอนบนของแปลงปลูกปลูกป่าที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ลาดชัน ซึ่งค่อนข้างยากลำบากต่อการนำอุปกรณ์ต่างๆ ขึ้นไปตัดหญ้า ประกอบกับจำนวนแรงงานที่โครงการมีอยู่อย่างจำกัด จึงทำให้บริเวณตอนบนของแปลงปลูกป่ายังคงมีหญ้าขึ้นปกคลุมอยู่ค่อนข้างหนาแน่นเมื่อเทียบกับด้านล่างเชิงเขาที่ง่ายต่อการตัดหญ้าและใส่ปุ๋ยมากกว่า จึงทำให้กล้าไม้ที่อยู่ด้านบนมีขนาดต้นเล็กกว่า และไม่สามารถเจริญเติบโตได้ดีเท่าบริเวณที่มีการตัดหญ้าอย่างสม่ำเสมอ
ดังนั้น ทางโครงการจึงใคร่ขอเชิญชวนอาสาสมัครจากที่ต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วมในการมาดูแลแปลงปลูกป่าของโครงการ(การตัดหญ้าและใส่ปุ๋ย) จำนวนกว่า 4,000 ต้น ภายในเดือนตุลาคม - พฤศจิกายน 2554 ก่อนที่จะเข้าสู่ฤดูแล้งต่อไป เพื่อให้มั่นใจว่ากล้าไม้ที่ปลูกไปแล้วจะสามารถเจริญเติบโตได้ดี สามารถแข่งขันกับวัชพืชต่างๆในพื้นที่ได้ และป่าที่เราปลูกจะสามารถฟื้นกลับมาเป็นป่าตามธรรมชาติให้กับช้างป่าได้ในเวลาอันรวดเร็ว รวมไปถึงการทำแนวกันไฟรอบแปลงปลูกป่าในตอนต้นของฤดูแล้งของทุกปี(เดือนกุมภาพันธ์ - มีนาคม) การทำกิจกรรมต่างๆในเรือนเพาะชำ อีกทั้งกิจกรรมอื่นๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อช้างและสัตว์ป่าชนิดอื่นๆ ที่อาศัยในบริเวณนี้ เช่น การทำอ่างเก็บน้ำสำหรับรดน้ำในแปลงปลูกป่าในช่วงฤดูแล้ง และการทำฝายกักเก็บน้ำ/ชะลอน้ำเพื่อรักษาความชุ่มชื้นให้กับแหล่งต้นน้ำแม่แตง เป็นต้น ดังนั้นหากอาสาสมัครกลุ่มใดที่สนใจจะมาทำกิจกรรมร่วมกับเรา สามารถติดต่อสอบถามได้ที่มูลนิธิฯ ตาม E-mail นี้ dutsadee.nilubol@bring-the-elephant-home.org
ประมวลภาพแปลงปลูกป่าภายในโครงการบ้านช้าง หรือ Elephant Jungle ในเดือนกันยายน 2554 ภายหลังการปลูกป่าใหญ่ในเดือนกรกฎาคม 2554 ที่ผ่านมา(แปลงปลูกป่า อายุ 3 เดือน)
ชนิดไม้ที่เจริญเติบโตได้ดีที่สุดในแปลงปลูกป่า 3 ชนิด คือ แคบ้าน ชงโค และมะเกี๋ยง(หว้า)
พรรณไม้โตเร็วชนิดต่างๆในแปลงปลูกป่า
สภาพแปลงปลูกป่าที่หนาแน่นไปด้วยพรรณไม้ท้องถิ่นหลากหลายชนิด ที่ได้มีการดำเนินการตัดหญ้าทุกสัปดาห์ รวมถึงการใส่ปุ๋ยให้กับกล้าไม้เดือนละ 1 ครั้ง
ต้นแคบ้าน(Sesbania grandiflora) ที่ส่วนใหญ่เจริญเติบโตได้ดีมาก และมีความสูงเฉลี่ยประมาณ 1.55 - 1.75 เมตร(อายุ 3 เดือน นับจากวันปลูกป่า)
พรรณไม้ต่างๆที่เพาะจากเรือนเพาะชำของโครงการที่ปลูกปะปนกันในแปลงปลูกป่าทั้งชนิดไม้ที่โตเร็วและโตช้า รวมทั้งชนิดไม้ที่เป็นพืชสมุนไพร
สภาพแปลงปลูกป่าด้านล่าง ที่มีปริมาณหญ้าขึ้นปกคลุมน้อยกว่า ทำให้กล้าไม้สามารถเจริญเติบโตได้ดีกว่ากล้าไม้ที่ปลูกด้านบน อีกทั้งปริมาณฝนที่ตกลงมาจำนวนมากในปีนี้ทำให้กระดาษลังที่ใช้คลุมโคนต้นเพื่อป้องกันวัชพืชมีการย่อยสลายได้เร็วขึ้น จึงทำให้วัชพืชที่อยู่รอบๆต้นกล้าที่ปลูกเติบโตได้อย่างรวดเร็ว
จากการสำรวจพบว่า บริเวณรอบๆ กล้าไม้ที่โตเร็วและมีทรงพุ่มแผ่กว้าง จะมีวัชพืชต่างๆ ขึ้นน้อยกว่าบริเวณที่ต้นกล้ายังมีขนาดเล็กอยู่
ทีมงานจากศูนย์เพาะชำกล้าไม้ เขต 9 อ.แม่ออน จ.เชียงใหม ที่ให้การสนับสนุนกล้าไม้บางส่วนได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมแปลงปลูกป่าของโครงการในวันที่ 22 ก.ย 54 ที่ผ่านมา พร้อมกับทำการตรวจวัดความสูงของกล้าไม้แต่ละชนิดในแปลงปลูกป่า
ต้นแคบ้าน(Sesbania grandiflora) ถือเป็นชนิดไม้ที่มีอัตราการรอดตายสูงสุด มีทรงพุ่มที่แผ่กว้าง และเจริญเติบโตได้ดีที่สุดในแปลงปลูกป่าในโครงการ Elephant Jungle











