บริษัทชอยส์มินิสโตร์ จำกัด(7-11)สนับสนุนกล่องกระดาษลังสำหรับเป็นวัสดุคลุมโคนต้นกล้า
การปลูกป่าในโครงการ Elephant Jungle อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ในปีนี้ ได้จัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 17 ก.ค 54 ที่ผ่านมา โดยความร่ววมือจากอาสาสมัครทั้งชาวไทยและอาสาสมัครชาวต่างชาติจากศูนย์บริบาลช้างแม่แตง จำนวนกว่า 80 คน จึงทำให้งานนี้สำเร็จลุล่วงและผ่านพ้นไปได้ด้วยดี นอกจากนี้ ทางมูลนิธิพาช้างกลับบ้าน ต้องขอขอบคุณทางบริษัท ชอยส์มินิสโตร์ จำกัด(Choice ministore) หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อของร้านสะดวกซื้อ 7-11 รวมทั้งคุณวรวัชร ตันตรานนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ที่ได้ให้ความอนุเคราะห์กล่องกระดาษลังใช้แล้ว จำนวนกว่า 4,000 กล่อง จากร้าน 7-11 ในเครือของบริษัทชอยส์ มินิสโตร์ จำนวนกว่า 18 สาขาในจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อนำมาทำเป็นวัสดุสำหรับคลุมโคนต้น ซึ่งโดยปกติแล้วทางร้านมีการจำหน่ายกล่องกระดาษลังใช้แล้วให้กับตัวแทนจากร้านขายของเก่าอยู่เป็นประจำ เนื่องจากกล่องกระดาษลังที่ใช้แล้วถือเป็นสินค้าที่มีราคาสูงพอสมควรและสร้างรายได้ให้กับทางร้านได้อีกทางหนึ่ง แต่เนื่องจากทางบริษัทฯ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการปลูกป่าเพื่อเป็นแหล่งอาหารให้กับช้าง และการอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยของช้างและสัตว์ป่าชนิดอื่นๆ ในพื้นที่โครงการ ทางบริษัทฯ จึงยินดีที่จะให้ทางมูลนิธิฯ นำกล่องกระดาษลังเหล่านี้ไปใช้ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น ดังนั้นทางมูลนิธิฯ ต้องขอขอบพระคุณทางบริษัทชอยส์มินิสโตร์ จำกัด เป็นอย่างสูงมา ณ โอกาสนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการสนับสนุนด้วยดีจากทางบริษัทฯ อีกในปีต่อๆไป
โดยในปี 2554 นี้ ทางโครงการได้ปรับเปลี่ยนวิธีการปลูกป่าเพิ่มเติม โดยจะมีการนำกล่องกระดาษลังมาใช้เป็นวัสุคลุมโคนต้นกล้าไม้ภายหลังการปลูก เนื่องจากปัญหาที่พบในปีที่ผ่านมา คือ การที่มีวัชพืชที่เจริญเติบโตอย่างรวดเร็วขึ้นอยู่เต็มพื้นที่แปลงปลูกป่า(โดยเฉพาะตลอดช่วงฤดูฝน) ในขณะที่ทางโครงการมีจำนวนอาสาสมัคร และแรงงานไม่เพียงพอ จึงทำให้ไม่สามารถตัดวัชพืชที่เติบโตได้อย่างรวดเร็วมากเหล่านี้ได้ทันตามเวลา ประกอบกับพื้นที่โครงการตั้งอยู่บนดอยสูง มีสภาพเป็นถนนลูกรังที่เดินทางเข้าถึงอย่างลำบากโดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ทำให้ไม่สามารถเดินทางขึ้นไปได้เนื่องจากถนนลื่นมากและมีโคลนเฉอะแฉะจนรถเข้าไปไม่ถึง ทำให้กล้าไม้ที่ปลูกในปี 2553 ที่ผ่านมาเจริญเติบโตได้ไม่ดีเท่าที่ควร และมีอัตราการรอดตายที่ค่อนข้างต่ำ
สำหรับการนำเอากระดาษลังมาทำเป็นวัสดุคลุมโคนต้นกล้า(นำกล่องกระดาษลังมาตัดเป็นแผ่น เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 40 - 50 ซ.ม และนำมาเจาะรูตรงกลาง ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 10 ซ.ม) เป็นวิธีที่ศึกษาวิจัยโดยหน่วยวิจัยการฟื้นฟูป่า มหาวิทยาลัยเชียงใหม่(FORRU) ซึ่งสามารถเพิ่มอัตราการรอดชีวิตและการเจริญเติบโตของกล้าไม้ได้เป็นอย่างดีโดยเฉพาะในพื้นที่ที่ค่อนข้างแห้งแล้งและดินไม่ดี กล่องกระดาษลังเหล่านี้มีประโยชน์ต่อกล้าไม้หลายประการ คือ 1. ช่วยให้วัชพืชที่ขึ้นอยู่รอบๆต้นกล้าที่ปลูกไม่สามารถเจริญเติบโตได้ดี เนื่องจากไม่ได้รับแสงแดดจึงทำให้วัชพืชขึ้นไม่ได้ จึงเปิดโอกาสให้กล้าไม้ที่ปลูกมีโอกาสเจริญเติบโตได้ดีกว่า 2. ช่วยรักษาความชื้นในดินและลดการระเหยของน้ำจากผิวดิน 3. สัตว์ขนาดเล็กที่อยู่ในดินชอบเข้ามาอยู่ใต้วัสดุคลุมโคนต้นเพราะดินค่อนข้างเย็น สัตว์เหล่านี้จะช่วยพรวนดินบริเวณโคนต้น ทำให้ดินระบายน้ำและอากาศได้ดี
การใช้กล่องกระดาษลังยังมีราคาถูกเมื่อเปรียบเทียบกับวัสดุชนิดอื่นๆ และยังเป็นการนำวัสดุเหลือใช้กลับมาให้เกิดประโยชน์ นอกจากนี้ยังเป็นการลดค่าใช้จ่าย และการจ้างแรงงานในการกำจัดวัชพืชและใส่ปุ๋ยรอบ ๆ กระดาษที่ใช้คลุมโคนต้น โดยกระดาษลังจะมีอายุประมาณ 6 - 1 ปี ขึ้นกับสภาพความชื้นของแต่ละพื้นที่ด้วย อีกทั้งเมื่อกระดาษลังเหล่านี้ย่อยสลายไปภายในเวลาประมาณ 1 ปียังเป็นการเพิ่มสารอินทรีย์ หรือปุ๋ยชีวภาพให้แก่ดินได้อีกด้วย
ซึ่งทางโครงการเห็นว่า การนำกระดาษลังเหล่านี้มาใช้ จะมีประโยชน์มากสำหรับในพื้นที่แปลงปลูกป่าของเราซึ่งเป็นพื้นที่เปิดโล่ง และมีแสงแดดจัด ในการป้องกันไม่ให้วัชพืชต่างๆเจริญเติบโตได้ดีกว่ากล้าไม้ที่เราปลูก และรักษาความชื้นในดิน นอกจากการใช้กระดาษลังคลุมโคนต้นกล้าแล้ว ทางเรายังจำเป็นต้องเข้ามาดูแลแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ โดยการตัดถางหญ้าในแปลงปลูกป่า และใส่ปุ๋ยให้กับกล้าไม้อย่างน้อยเดือนละครั้งจนกว่าจะสิ้นสุดฤดูฝนของปีนี้ โดยเราคาดหวังว่าต้นไม้ที่ปลูกในปีนี้จะสามารถเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็วและรอดตายสูงกว่าในปีที่ผ่านมา ดูภาพเพิ่มเติมได้ที่ด้านล่างนี้
อาสาสมัครทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจากศูนย์บริบาลช้าง จำนวนกว่า 80 คนถ่ายภาพร่วมกันก่อนการปลูกป่า
อาสาสมัครกำลังตัดกล่องกระดาษลัง เพื่อนำมาคลุมรอบโคนพรรณไม้ท้องถิ่นที่นำมาปลูกในแปลงปลูกป่ากว่า 4,000 กล้าไม้
อาสาสมัครช่วยกันคนละไม้ละมือในการขนกระดาษลังกระจายไปทั่วแปลงปลูกป่า
สภาพแปลงปลูกป่าที่อาสาสมัครต่างช่วยกันนำปุ๋ยไปใส่ให้กล้าไม้ก่อนจะนำกระดาษลังไปคลุมโคนต้นกล้าหลังจากที่ทีมปลูกกล้าไม้ปลูกเสร็จแล้ว
ทีมปลูกป่า
อันตัวเน็ต แวนดีวอเตอร์ ผู้อำนวยการมูลนิธิพาช้างกลับบ้าน นำกระดาษลังไปคลุมโคนต้นกล้าที่ปลูกเสร็จแล้วอย่างขมักเขม้น
สภาพของกล้าไม้ที่ปลูกไปก่อนวันปลูกป่าใหญ่ 2 สัปดาห์ พบว่าวัชพืชที่อยู่รอบๆ ไม่สามารถมาปกคลุมกล้าไม้ได้อย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากถูกกดทับโดยกระดาษลัง ทำให้กล้าไม้สามารถเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว










