WWF และ ASN ให้การสนับสนุนโครงการปลูกป่าให้ช้าง ณ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ในปี 2554 ต่อไป

ทางมูลนิธิพาช้างกลับบ้าน มีข่าวดีที่จะแจ้งให้กับผู้ติดตามข่าวสารของเราได้ทราบ คือ ทางองค์กร WWF ประเทศเธอร์แลนด์ได้ยืนยันในการให้การสนับสนุนโครงการปลูกป่าให้ช้างของมูลนิธิฯ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ จ.กาญจนบุรี ต่อไปในปีหน้า ด้วยงบประมาณกว่า 5,000 ยูโร(ประมาณ 225,000 บาท) ร่วมกับองค์กร The Green ASN Bank ประเทศเธอร์แลนด์ ที่จะสนับสนุนเพิ่มเติมในโครงการนี้อีก 1,000 ยูโร(ประมาณ 45,000 บาท) เพื่อให้ทางมูลนิธิฯ ร่วมกับเครือข่ายอนุรักษ์ช้าง(ECN) ได้มีงบประมาณสำหรับการทำงานในโครงการปลูกป่าให้ช้างที่นี่ต่อไปจนถึงเดือนตุลาคม 2554 ทางมูลนิธิฯ ต้องขอขอบพระคุณผู้สนับสนุนทั้ง 2 องค์กร มา ณ ที่นี้ที่ทำให้เรามีงบประมาณในการทำงานเพื่อปลูกฟื้นฟูป่าให้กับช้างป่าในผืนป่าตะวันตกของไทยต่อไป

สำหรับเป้าหมายหลักของโครงการปลูกป่าให้ช้างในปี 2554 ที่จะถึงนี้ ทางมูลนิธิฯ ได้ตั้งเป้าหมายไว้ที่จะปลูกฟื้นฟูป่าให้ช้างป่า ด้วยกล้าไม้ทั้งหมดที่ผลิตขึ้นจากเรือนเพาะชำของเขตฯ สลักพระ จำนวน 15,000 ต้น จากพรรณไม้ท้องถิ่น จำนวน34 ชนิด(รวมกับที่ปลูกไปแล้วในปี 2553 จำนวนกว่า 15,000 ต้น)ด้วยวิธีการเทคนิคพรรณไม้โครงสร้างของ FORRU เพื่อเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ และอุดมสมบูรณ์ของแหล่งอาหารและแหล่งที่อยู่อาศัยของช้างป่าที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าแห่งนี้ต่อไป

นอกจากนี้ ทางเรายังได้รับงบประมาณเพิ่มเติมสำหรับการดูแลกล้าไม้ที่ปลูกในแต่ละปี ทั้งที่ทางเราดำเนินการเอง และที่ทางเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่าต้องการจะปลูกเพิ่มเติม(ประมาณ 20,000 ต้นต่อปี) รวมไปถึงการทำวิจัยเกี่ยวกับการปลูกฟื้นฟูป่าในป่าไผ่ผสมป่าผลัดใบ การติดตามความหลากหลายทางชีวภาพของพรรณไม้ท้องถิ่นที่จะกลับเข้ามาในพื้นที่ และการติดตามการเจริญเติบโตของกล้าไม้ในแปลงปลูกป่าในระยะยาว นอกเหนือไปจากการปลูกฟื้นฟูป่าแล้ว ทางเรายังให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดูแลกล้าไม้ที่ปลูกในแต่ละปีด้วยการวางแผนเข้าไปดำเนินการตัดหญ้า และใส่ปุ๋ยให้กับกล้าไม้ที่ปลูกในแต่ละครั้ง เพิื่อช่วยให้กล้าไม้สามารถเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว มีอัตราการรอดตายสูง และสามารถแข่งขันกับวัชพืชต่างๆในพื้นที่ได้ดี เพื่อจะทำให้ความอุดมสมบูรณ์ของป่ากลับคืนมาอีกครั้งในระยะเวลาอันรวดเร็วที่สุด รวมไปถึงการดำเนินการทำแนวกันไฟรอบแปลงปลูกป่า และทีมเผฝ้าระวังไฟป่า รวมทั้งการรดน้ำในแปลงปลูกป่า(หากจำเป็น) ตลอดช่วงฤดูแล้งที่จะมาถึงนี้

สำหรับการดำเนินการปลูกฟื้นฟูป่าในปี 2553 ที่ผ่านมานี้ ทางมูลนิธิฯ ได้ดำเนินการปลูกต้นไม้ไปแล้วในเขตฯ สลักพระแล้วทั้งสิ้นกว่า 13,125 ต้น ดังนี้ ในวันที่ 26 มิถุนายน 2553 จำนวน 11,000 ต้น วันที่ 19 สิงหาคม 2552 จำนวน 1,500 ต้น และในวันที่ 16 ตุลาคม 2553 จำนวน 625 ต้น

คลิกเพื่อดูภาพเพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมปลูกป่าให้ช้างในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ได้ที่ด้านล่างนี้ค่ะ


สภาพภายในเรือนเพาะชำของมูลนิธิฯ ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระภายหลังจากวันปลูกป่าในวันที่ 16 ต.ค 2553 ที่ยังคงมีกล้าไม้เหลืออยู่กว่า 15,000 กล้าไม้ จากพรรณไม้จำนวน 34 ชนิด สำหรับการปลูกฟื้นฟูป่าให้ช้างในผืนป่าสลักพระในปี 2554 ต่อไป   


สภาพทางเดินเข้าไปยังแปลงปลูกป่า (วันที่ 16 ต.ค 2553) ที่เต็มไปด้วยมูลของช้างป่า และร่องรอยในการเข้ามาหาอาหารใกล้ๆกับแปลงปลูกป่าของช้าป่าก่อนหน้าที่ทางอาสาสมัครจะเดินทางไปถึงไม่นานนัก 


คุณลุงหวาน ผู้จัดการเรือนเพาะชำเขตฯ สลักพระ กำลังแจกจ่ายปุ๋ยให้กับอาสาสมัคร (วันที่ 16 ต.ค 2553)


อาสาสมัครที่มีอายุน้อยที่สุดในวันปลูกป่า (วันที่ 16 ต.ค 2553)


คุณนิวัฒน์ ขาวเน หรือคุณโต้ง อาสาสมัครที่มาร่วมปลูกป่ากับทางมูลนิธิฯ ทุกครั้งตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา


รถไถผูกติดกับรถพ่วงที่ขนส่งอาสาสมัครข้ามลำห้วยเพื่อเข้าไปในแปลงปลูกป่า (วันที่ 18 ก.ย 2553)


ติ๊ก ผู้ประสานงานโครงการปลูกป่าให้ช้าง และคุณหม่อน อาสาสมัครที่มาร่วมกิจกรรม กำลังช่วยกันตัดหญ้าและใส่ปุ๋ยให้กับกล้าไม้ในแปลงปลูกป่าที่เต็มไปด้วยวัชพืช (วันที่ 18 ก.ย 2553)

อาสาสมัครที่มาร่วมกันตัดถางหญ้าในแปลงปลูกป่าอย่างขยันขันแข็ง (วันที่ 18 ก.ย 2553)

พิธีเปิดงานในวันปลูกป่าใหญ่ การบรรยายเกี่ยวกับความเป็นมาของโครงการปลูกป่าให้ช้าง และการสาธิตวิธีการปลูกกล้าไม้ก่อนอาสาสมัครจะแยกย้ายกันไปปลูกกล้าไม้ (วันที่ 26 มิ.ย 2553)


อาสาสมัครที่มาร่วมกันปลูกป่าในวันปลูกป่าใหญ่ จำนวนกว่า 400 คน (วันที่ 26 มิ.ย 2553)


สภาพแปลงปลูกป่า แปลงที่ 2 ที่ทางทีมงานและอาสาสมัครช่วยกันปลูกกล้าไม้กว่า 3,000 ต้น จนแล้วเสร็จภายในระยะเวลา 3 ชั่วโมง (วันที่ 26 มิ.ย 2553)

สภาพภายในเขตฯสลักพระที่ยังเต็มไปด้วยวัชพืชและต้นไผ่จำนวนมาก ทำให้พื้นที่ป่ายังคงขาดความหลากหลายทางชีวภาพของพรรณไม้ท้องถิ่นชนิดอื่นๆ ดังนั้นทางมูลนิธิพาช้างกลับบ้าน จึงยังคงตั้งเป้าหมายที่จะปลูกฟื้นฟูป่าในพื้นที่นี้ในปีต่อๆ ไปเพื่อเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพของพรรณไม้ท้องถิ่นชนิดอื่นๆ และฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งอาหารของช้างป่าที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้จนกว่าความอุดมสมบูรณ์ของป่าจะกลับคืนมา