ความคืบหน้าสำหรับช้างและกิจกรรมต่างๆ ณ อุทยานลำน้ำมาศ

เนื่องจากในช่วงระยะเวลานี้ถือว่าเป็นช่วงที่ไม่ใช่ฤดูกาลท่องเที่ยวหรือช่วงเวลาที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามามาก ประกอบกับปัญหาวิกฤตการความขัดแย้งทางการเมือง และสภาพอากาศที่ร้อนระอุเป็นประวัติการณ์มากกว่าทุกปีที่ผ่านมา จึงทำให้มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมโครงการของมูลนิธิฯ เป็นจำนวนค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับจำนวนนักท่องเที่ยวในระยะเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านๆมา แต่ยังนับว่าเป็นโชคดีของเราที่ในเดือนมกราคม 2553 มีอาสาสมัครจำนวนมากได้มาทำกิจกรรม ทำให้ทางกองทุนช้าง จึงยังมีเงินในกองทุนเพียงพอสำหรับดูช้างได้อีกระยะเวลาหนึ่ง โดยไม่ต้องกังวลใจมากนัก

แต่อย่างไรก็ตามหลังจากห่างหายไปเป็นระยะเวลาประมาณ 4 เดือน ทางมูลนิธิฯ จะได้จัดกิจกรรมอาสาสมัครปลูกป่าครั้งใหญ่อีกครั้งในช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้ เพื่อเป็นการหารายได้ให้กับชุมชนในกาดูแลช้าง รวมทั้งเพื่อจัดหางบประมาณในการพัฒนาแหล่งที่อยู่อาศัยของช้าง และบ้านพักของควาญช้างด้วย

ตั้งแต่เดือน พ.ค 53 ที่ผ่านมา ทางเราเพิ่งจะมีการเปลี่ยนควาญช้างอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่คนเดิมได้ลาออกไป แต่ก็นับเป็นโชคดีที่เราได้ ” น้องโอ๋ “ เด็กหนุ่มวัยเพียง 17 ปี จากจังหวัดสุรินทร์ ที่มีประสบการณ์ในการดูแลช้างมาเป็นระยะเวลาหลายปี และเต็มใจที่จะอาศัยอยู่ที่บ้านพักควาญช้างบนเกาะ เพื่อที่จะดูและช้างได้อย่างสะดวกทั้งกลางวัน และกลางคืน อย่างไรก็ตามทางมูลนิธิฯ มีความตั้งใจที่จะปรับปรุงบ้านพักของควาญเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับการทำงานของควาญช้างมากขึ้น เช่น การติดตั้งระบบไฟฟ้าสายส่งจากที่ทำการ อบต. ไปยังเกาะที่ช้างอาศัยอยู่ การจัดหาเครื่องสูบน้ำ เพื่อให้ควาญสามารถใช้ในการอาบน้ำให้ช้าง และนำมาเป็นน้ำดื่มให้ช้าง รวมทั้งสามารถใช้สูบน้ำเพื่อมารดกล้าไม้ในแปลงปลูกป่าในช่วงฤดูแล้งได้ การจัดหาแท็งก์น้ำสำหรับเก็บกักน้ำไว้ใช้ในบ้านพักควาญช้าง การติดตั้งระบบไฟฟ้า และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับบ้านพักควาญช้าง เป็นต้น

จนถึงปัจจุบัน ช้างนกน้อยและศรีแพร ได้อาศัยอยู่ร่วมกันบนเกาะภายในอุทยานลำน้ำมาศอย่างมีความสุข และสามารถปรับตัวเข้าหากันได้เป็นอย่างดี และมีแหล่งอาหารตามธรรมชาติอย่างสมบูรณ์ ถึงแม้ว่าช่วงเวลานี้จะเป็นช่วงฤดูแล้งก็ตาม แต่สภาพโดยทั่วไปบนเกาะที่ช้างอาศัยอยู่ ก็ยังมีต้นไม้ในป่าตามธรรมชาติ และหญ้าที่เป็นอาหารของช้างอย่างอุดมสมบูรณ์ รวมทั้งน้ำในลำน้ำมาศ ก็ไม่แห้งลงไปมากนัก ยังคงมีน้ำไหลตลอดทั้งปี ทำใช้ช้างสามารถใช้ดื่มกิน และลงไปเล่นน้ำได้ตลอดในช่วงฤดูร้อน

สำหรับศรีแพรนั้น เป็นช้างสาวที่ค่อนข้างจะชอบเล่นน้ำเป็นชีวิตจิตใจ บ่อยครั้งที่เธอชอบว่ายน้ำข้ามแม่น้ำ หรือแช่ตัวอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ จนทำให้แผลที่เท้าเริ่มเป็นหนอง และยังไม่แห้งสนิท ทำให้ควาญช้างคนใหม่ต้องดูแลทำความสะอาดบาดแผลที่เท้าทุกเย็นด้วยยาล้างแผล และครีมกันแบคทีเรียก่อนจะพาเข้าโรงช้างในตอนเย็นของทุกวัน ส่วนนกน้อยนั้น จากเดิมที่เคยดื้อมาก และไม่ค่อยจะยอมเชื่อฟังควาญช้าง แต่ตอนนี้เริ่มจะสงบเสงี่ยมเรียบร้อยมากขึ้น แต่ดูจากสภาพภายนอนกแล้วค่อนข้างผอมมาก อาจจะเนื่องจากอายุที่มากแล้ว และฟันที่ไม่แข็งแรง ทำให้ไม่สามารถรับประทานอาหารที่แข็งได้มากนัก แต่ทงมูลนิธิฯ ก็ได้มีการปรับเปลี่ยนให้ทางผู้ดุแลช้างได้เพิ่มค่าจัดซื้ออาหารของช้างให้มากขึ้นกว่าเดิม เพื่อให้ช้างได้มีอาหารที่หลากหลายชนิดและเพียงพอในแต่ละวัน  นอกจากนี้ ทางเรายังได้วางแผนที่จะส่งเสริมให้ชาวบ้านในชุมชนได้ปลูกพืชอาหารช้างชนิดต่างๆเพื่อมากขึ้น และทางมูลนิธิฯ จะทำสัญญาจัดซื้อเป็นรายปี เพื่อให้ชุมชนมีรายได้เสริมจากการผลิตพืชอาหารช้าง ในขณะที่ช้างก็จะได้มีอาหารที่หลากหลายมากขึ้นและพอเพียงในระยะยาว สำหรับต้นกล้วยที่ได้ปลูกไปร่วมกับโครงการกระดาษเพื่อต้นไม้ ในเดือนมกราคม 2553 ที่ผ่านมา พบว่า หลายต้นยังคงเจริญเติบโตงอกงามดี

สำหรับในวันสิ่งแวดล้อมโลกที่จะถึงนี้(วันที่ 5 มิถนายน 2553) ทางมูลนิธิฯ ร่วมกับ  มีความตั้งใจที่จะจัดกิจกรรมปลูกป่าให้ช้าง ร่วมกับอาสาสมัครทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติกว่า 200 คน ในการปลูกพรรณไม้ท้องถิ่น จำนวน 12,000 กล้าไม้ ภายในอุทยานลำน้ำมาศ เพื่อเป็นการฟื้นฟูแหล่งที่อยู่อาศัย และแหล่งอาหารตามธรรมชาติของช้างที่อาศัยอยู่ที่นี่ ซึ่งในอดีตเคยเป็นช้างเร่ร่อน แต่ปัจจุบันทางมูลนิธิฯ และชาวบ้านในชุมชนท้องถิ่นได้ช่วยเหลือและนำมาดูแลร่วมกันตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2552 เป็นต้นมา

สำหรับกล้าไม้ที่ใช้สำหรับโครงการปลูกป่า ผลิตโดยเรือนเพาะชำของคนในชุมชนบ้านไผ่น้อย และบ้านไผ่ใหญ่ ที่ทางมูลนิธิฯ ได้จัดฝึกอบรม และส่งเสริมให้ชุมชนได้ผลิตกล้าไม้คุณภาพสำหรับฟื้นฟูป่าด้วยตัวของชุมชนเอง โดยที่ทางมูลนิธิฯ จะรับซื้อกล้าไม้เหล่าไม้เหล่านี้สำหรับโครงการปลูกป่าให้ช้างจากชุมชนเป้นประจำทุกปี ปีละไม่ต่ำกว่า 10,000 - 20,000 กล้าไม้  และรายได้ส่วนหนึ่งการการจัดซื้อกล้าไม้จากชุมชน จะนำไปสมทบในกองทุนช้างทั้ง 2 เชือกเพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในการดูแลช้างต่อไป แต่สำหรับในปีนี้ทางเรามีเงื่อนไขที่แตกต่างไปจากปีก่อนๆ คือ โดยทั่วไปทางเราจะรับซื้อกล้าไม้ในราคาที่ค่อนข้างสูง(กล้าไม้ละ 12บาท) พร้อมกับข้อตกลงร่วมกันกับชุมชนในการที่จะดูแลกล้าไม้ในแปลงปลูกป่าอย่างน้อย 2 ปี จนกว่ากล้าไม้ที่ปลูกจะฟื้นตัวได้เองตามธรรมชาติ แต่จากปัญหาที่พบ คือ อัตราการรอดตายของกล้าไม้ค่อนข้างต่ำ เนื่องจากขาดการดูแลเท่าที่ควร ดังนั้นในปี 2553 นี้ ทางเราจึงตกลงที่จะรับซื้อกล้าไม้ในราคาที่ค่อนข้างต่ำลงกว่าเดิม เพื่อนำงบประมาณส่วนที่เหลือไปใช้สำหรับการจัดหาทีมงานที่จะเข้ามาดูแลกล้าไม้ในแปลงปลูกป่าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้กล้าไม้ที่ปลูกไปมีโอการอดตายให้ได้มากที่สุด รวมทั้งเพื่อให้กล้าไม้ที่ปลูกจะสามรถฟื้นตัวได้เองเป็นป่าตามธรรมชาติต่อไป นอกจากนี้ ทางชุมชนยังได้ตกลงใจที่จะหักเงินในราคากล้าไม้ละ 2 บาท เพื่อนำไปสมทบในกองทุนช้างนกน้อย และศรีแพร เพื่อนำไปเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับดูแลช้างต่อไป

นอกจากนี้ ทางมูลนิธิฯ มีความยินดีที่จะแจ้งให้ทราบว่าในปี 2553 นี้ ทางเรายังได้รับการสนับสนุนจากโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว คือ The Park Plaza ที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพ ที่ได้ช่วยโปรโมทกิจกรรมต่างๆของมูลนิธิพาช้างกลับบ้านไปยังแขกที่มาพัก และพนักงานของโรงแรม ในการบริจาคเงินให้การสนับสนุนสำหรับโครงการช่วยเหลือช้างเร่ร่อนของมูลนิธิฯ รวมทั้งตั้งแต่เดือนธันวาคม 2552 เป็นต้นมา ทางโรงแรมได้จัดจำหน่ายตุ๊กตาช้างน้อยให้กับแขกที่มาพักด้วย เพื่อหารายได้สมทบในโครงการช่วยเหลือช้างเร่ร่อนอีกทางหนึ่งด้วย จนถึงปัจจุบัน ทางโรงแรมสามารถรวบรวมเงิน และได้บริจาคเงินให้กับทางมูลนิธิฯ แล้ว เป็นจำนวนเงินกว่า 150,000 บาท นอกจากนี้ ทางฝ่ายผู้บริหารระดับสูง และพนักงานของโรงแรม ยังมีความตั้งใจที่เดินทางมาเยี่ยมชมโครงการ และร่วมกิจกรรมปลูกป่าให้ช้าง ที่ จ.บุรีรัมย์ กับทางมูลนิธิฯ ในเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้ด้วย เพื่อให้เห็นว่าทางเราได้ใช้เงินที่ได้รับบริจาคนี้อย่างเป็นประโยชน์อย่างสูงสุดต่อการช่วยเหลือช้างเร่ร่อน

นอกจากนี้ ทางเรายังได้รับการสนับสนุนจากโครงการอาสาสมัครครูสอนภาษาของสถาบันภาษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  ในการจัดส่งอาสามัคร จำนวน 2 ท่าน ที่เคยทำงานเป็นอาสาสมัครสอนภาษาอังกฤษให้กับโรงเรียนในจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อมาเป็นครูสอนภาษาอังกฤษให้กับชาวบ้านในชุมชน อย่างน้อยเป็นระยะเวลา 2 เดือน โดยมีกลุ่มเป้าหมาย คือ กลุ่มเจ้าของบ้านโฮมสเตย์ เด็กเล็ก กลุ่มเยาวชน ควาญช้าง เด็กนักเรียนในโรงเรียนท้องถิ่น รวมทั้งผู้สนใจทั่วไปที่สนใจจะเป็นทัวร์ไกด์ให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เพื่อที่จะให้คนในชุมชนท้องถิ่นได้มีการพัฒนาความสามารถในการสื่อสารกับชาวต่างชาติที่จะเดินทางมาทำกิจกรรมอาสาสมัครในชุมชนได้ดีขึ้น  โดยอาสาสมัครทั้ง 2 ท่านจะเริ่มต้นไปทำงานในชุมชนทั้ง 2 แห่ง ตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม 2553 เป็นต้นไป และทางเราก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะทำให้ชุมชนสามารถที่จะมีความสามารถในการดำเนินโครงการ ได้ด้วยตัวชุมชนเองต่อไปในอนาคต

ดังนั้น นับตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ใกล้จะมาถึงนี้ และในเดือนถัดๆไป ทางมูลนิธิฯ จะมีการจัดกิจกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ณ อุทยานลำน้ำมาศ จ.บุรีรัมย์ สำหรับผู้สนใจในงานของเรา สามารถติดตามความคืบหน้าของกิจกรรมต่างๆ ผ่านทางเว็บไซด์ของเราในโอกาสต่อๆไป