บันทึกเรื่องราวกิจกรรม “จากป่าสู่เมือง พาช้างกลับบ้าน สานสร้างป่าชุมชน” ครั้งที่ 1
มูลนิธิพาช้างกลับบ้าน มีความยินดีที่จะแจ้งให้ทราบว่า ในปี 2553 ที่จะถึงนี้ ทางเราได้รับการสนับสนุนจาก โครงการกระดาษเพื่อต้นไม้(Recycle Paper for Trees Project) ภายใต้การดำเนินงานของมูลนิธิศูนย์สื่อเพื่อการพัฒนาสำหรับ โครงการปลูกป่าให้ช้าง ณ อุทยานลำน้ำมาศ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งทางเราเป้าหมายที่จะปลูกพรรณไม้ท้องถิ่นเพื่อฟื้นฟูป่าที่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งหากินของช้าง จำนวนกว่า 15,000 กล้าไม้ รวมทั้งพืชอาหารช้างหลากหลายเพื่อเพิ่มแหล่งอาหารตามธรรมชาติให้กับช้างด้วย โดยทางโครงการกระดาษเพื่อต้นไม้ เป็นหน่วยงานที่รณรงค์เกี่ยวกับการรวบรวมกระดาษใช้แล้วจากบริษัทต่างๆ ทั่วกรุงเทพ และปริมณฑลเพื่อนำมาผลิตเป็นกระดาษรีไซเคิลสำหรับนำมาใช้ใหม่ โดยรายได้จากการจำหน่ายกระดาษใช้แล้วที่รวบรวมจากแหล่งต่างๆ ทางโครงการได้นำมาจัดตั้งเป็นกองทุนกระดาษเพื่อต้นไม้เพื่อที่จะให้การสนับสนุนสำหรับกิจกรรมการอนุรักษ์และการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติให้กับองค์กรต่างเป็นประจำทุกปี นอกเหนือไปจากการสนับสนุนงงบประมาณในการดำเนินงานแล้ว ทางโครงการยังได้จัดกิจกรรมอาสาสมัครควบคู่ไปด้วยเพื่อให้บริษัทต่างๆที่มีส่วนร่วมสนับสนุนในกองทุนกระดาษเพื่อต้นไม้ ได้มีโอกาสมาร่วมทำกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม อันเป็นสร้างความตระหนักและปลูกจิตสำนึกที่ดีในการด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆกันด้วย
ในระหว่างวันที่ 23 - 24 มกราคม 2553 ที่ผ่านมา ทางโครงการกระดาษเพื่อต้นไม้ ร่วมกับสมาชิกของโครงการซึ่งเป็นตัวแทนจากบริษัทต่างๆ ในกรุงเทพ รวมทั้งอาสาสมัครของมูลนิธิพาช้างกลับบ้าน รวมแล้วกว่า 50 คน ได้เดินทางมาทำกิจกรรมอาสาสมัครปลูกป่าให้ช้างร่วมกัน ณ อุทยานลำน้ำมาศ อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นเหมือนกิจกรรมอาสาสมัครปลูกป่าให้ช้างกิจกรรมแรกในปี 2553 นี้ ที่ทางเราได้ดำเนินการร่วมกัน ภายใต้ชื่อโครงการ ” จากเมืองสู่ปา พาช้างกลับบ้าน สานสร้างป่าชุมชน ”
โดยกิจกรรมหลักในระหว่างระยะเวลา 2 วัน 1 คืน นี้ ประกอบไปด้วย การปลูกพรรณไม้ท้องถิ่นกว่า 750 ต้น รวมทั้งพืชอาหารช้าง ได้แก่ ต้นกล้วย จำนวน 200 ต้น และต้นมะพร้าว 50 ต้น นอกจากนี้อาสาสมัครยังได้ช่วยกันใส่ปุ๋ยและตัดหญ้าในแปลงปลูกป่า ที่ได้ปลูกไปในปี 2552 ที่ผ่านมา เพื่อช่วยให้กล้าไม้เจริญเติบโตได้รวดเร็วขึ้น นอกเหนือไปจากกิจกรรมปลูกป่าให้ช้างแล้ว ทางอาสาสมัครยังมีโอกาสได้ใช้เวลาในการดูแลช้าง เช่น การช่วยกันเตรียมอาหารให้ช้าง การไปตัดกล้วยจากสวนของชาวบ้านในชุมชน บรรทุกใส่แพข้ามแม่น้ำเพื่อนำไปเป็นอาหารช้าง และช่วยกันป้อนอาหารช้าง ซึ่งกิจกรรมอาสาสมัครในครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกที่มีกลุ่มอาสาสมัครคนไทยมาร่วมกิจกรรมกับทางมูลนิธิฯ จำนวนมากขนาดนี้(กว่า 40คน) ซึ่งนับเป็นสิ่งที่บ่งชี้ให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าคนไทยก็ให้ความสนใจในกิจกรรมอาสาสมัคร และมีหัวใจรักช้างไม่น้อยเลยทีเดียว และที่น่าทึ่งยิ่งกว่านั้นก็คือ การที่อาสาสมัครเหล่านี้ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนที่ทำงานในออฟฟิตหรือคนทำงานในเมือง แต่กลับสามารถปลูกพืชอาหารช้างจำนวนมากท่ามกลางแดดร้อน และแห้งแล้งได้เสร็จสิ้นในระยะเวลาอันรวดเร็วมาก(ไม่ถึง 1 ช.ม) จนกระทั่งทำให้เรามีเวลาพอที่จะเริ่มลงมือปลูกกล้าไม้บางส่วนเพิ่มเติมในตอนบ่าย รวมทั้งการใส่ปุ๋ยให้กับต้นไม้ในแปลงปลูกป่า เพื่อที่วันถัดมาจะได้ไม่ต้องทำงานหนักจนเกินไป และจะได้ใช้เวลาร่วมกับช้างมากขึ้น
จากการที่ได้มีโอกาสพูดคุยกับอาสาสมัครจากหน่วยงานต่างๆ หลายคนแสดงถึงความรู้สึกสงสารที่ได้เห็นช้างเร่ร่อนในกรุงเทพ และต้องการที่จะมีส่วนช่วยแก้ไขปัญหาของช้างเร่ร่อนเหล่านี้ จากการบอกเล่าของอาสาสมัครที่เดินทางมาทำกิจกรรมในครั้งนี้ ส่วนใหญ่แล้ว ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของหลายๆท่านที่ได้มีโอกาสได้มีโอกาสได้เห็นช้างอาศัยอยู่อย่างอิสระตามธรรมชาติ และสามารถให้อาหาร หรือสัมผัสช้างได้อย่างใกล้ชิดมากขนาดนี้เป็นครั้งแรกในชีวิต
สำหรับกิจกรรมในตอนกลางคืน ภายหลังจาการทำงานหนักมาตลอดทั้งวัน ทางชุมชนบ้านไผ่ใหญ่และบ้านไผ่น้อยได้จัดพิธีต้อนรับอาสาสมัครอย่างเป็นทางการด้วยพิธีบายศรีสู่ขวัญ ผูกข้อมือ และคาดผ้าขาวม้า โดยผู้สูงอายุในชุมชน จากนั้นจึงเป็นการแสดงพื้นบ้านโดยเด็กเยาวชนในท้องถิ่น และเปิดโอกาสให้อาสาสมัครได้ร่วมทำกิจกรรม เช่น การร่วมเต้นและแสดงไปกับเด็กๆ และการกระโดดเชือก ฯลฯ ซึ่งได้สร้างความสนุกสนาน และความประใจให้กับทั้งชาวบ้านในชุมชนและอาสาสมัครได้ไม่น้อยเลยทีเดียว และปิดท้ายกิจกรรมภาคกลางคืนด้วยการนั่งล้อมวงรอบแสงเทียน โดยเจ้าหน้าที่จากโครงการกระดาษเพื่อต้นไม้ เป็นผู้ดำเนินกิจกรรมนี้ โดยให้อาสาสมัครได้มีโอกาสเปิดใจเกี่ยวกับความรู้สึกที่มีต่อเรื่องของช้าง และการมาทำกิจกรรมอาสามัครในครั้งนี้ โดยรวมแล้วต่างประทับใจที่ได้มีโอกาสมาทำกิจกรรมเพื่อช่วยเหลือช้าง หลายคนเห็นด้วยกับวิธีการดูแลช้างโดยการปล่อยให้อยู่อย่างอิสระตามธรรมชาติ โดยไม่ต้องล่ามโซ่ตลอดทั้งวัน หรือไม่ถูกบังคับให้ทำงานหนักอีกต่อไป และหลายคนได้มีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับช้างมากขึ้น และมีมุมมองที่ดีต่อช้างไทยมากขึ้น จากนั้นทุกคนต่างมีโอกาสร้องเพลงร่วมกันภายใต้บรรยากาศที่สุดแสนจะประทับใจอีกเช่นเคยก่อนแยกย้ายกันกลับบ้านพัก ในเวลาประมาณ 22.00 น.
ด้วยการสนับสนุนของโครงการกระดาษเพื่อต้นไม้ และบริษัทอื่นๆ ที่เป็นสมาชิกของโครงการกระดาษเพื่อต้นไม้ และบุคคลทั่วไป(ดังรายนามด้านล่าง) จนทำให้เกิดกิจกรรมนี้ขึ้นมา ทำให้ทางชุมชนบ้านไผ่ใหญ่และบ้านไผ่น้อย ได้รับเงินบริจาคสำหรับโครงการปลูกป่าให้ช้างสำหรับปี 2553 ไปแล้ว จำนวนกว่า 191,044 บาท และจากบริษัท Data One Asia เป็นเงินสด จำนวนกว่า 12,200 บาท รวมเป็นยอดเงินบริจาคในครั้งนี้ สูงถึง 203,244 บาท ซึ่งคิดเป็นจำนวนเงินสนับสนุนที่ได้รับแล้วกว่า 90% ของงบประมาณทั้งหมดที่ประมาณการไว้สำหรับโครงการปลูกป่าให้ช้างในปี 2553 ซึ่งทำให้ทางมูลนิธิฯ มีงบประมาณเพียงพอในการสนับสนุนการผลิตกล้าไม้ และโครงการปลูกป่าของชุมชนท้องถิ่นต่อไป นอกจากนี้ ทางเรายังหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ในวันปลูกป่าใหญ่ประจำปี 2553 คือ ในวันเสาร์ที่ 5 มิ.ย 2553 ซึ่งเป็นวันสิ่งแวดล้อมโลกด้วย ทางมูลนิธิฯ และชุมชนบ้านไผ่ใหญ่และบ้านไผ่น้อยจะได้มีโอกาสต้อนรับเจ้าหน้าที่จากโครงการกระดาษเพื่อต้นไม้ และอาสาสมัครทุกท่านที่มีส่วนสนับสนุนเงินบริจาคในครั้งนี้ ตลอดจนผู้สนใจทั่วไปได้มีโอกาสมาร่วมปลูกป่าด้วยกันในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ โดยสามารถคลิกเพื่ออ่านรายงาน(ฉบับเต็ม)ของการดำเนินโครงการ ” จากป่าสู่เมือง พาช้างกลับบ้าน สานสร้างป่าชุมชน “ ได้ที่เว็บไซด์ของโครงการกระดาษเพื่อต้นไม้ ตาม Link นี้ค่ะ >> http://paper4trees.org/forest/รายงานสรุปโครงการปลูกป่า.doc
ทางมูลนิธิพาช้างกลับบ้าน ต้องขอขอบพระคุณทางโครงการกระดาษเพื่อต้นไม้ ซึ่งที่เป็นหน่วยงานที่ทำงานร่วมกับเราด้วยดีเสมอมา มา ณ ที่นี้ ที่ทำให้เรามีงบประมาณในการดำเนินโครงการปลูกป่าให้ช้าง สำหรับปี 2553 รวมทั้งผู้บริจาคสมทบโครงการ “จากเมืองสู่ป่า พาช้างกลับบ้าน ร่วมสานสร้างป่าชุมชน” ดังรายนามต่อไปนี้
1. บริษัทกรุงเทพประกันชีวิต จำกัด(มหาชน)
2. พนักงาน บริษัทดาต้าวันเอเชีย(ประเทศไทย) จำกัด
3. บริษัท แอล.พี.เอ็น ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด(มหาชน)
4 บริษัท ชาลอม จำกัด
5. พนักงาน บริษัทโตชิบาคอนซูมเมอร์โปรดักส์(ประเทศไทย)จำกัด
6. พนักงาน บริษัทโตชิบาเซมิคอนดัคเตอร์(ประเทศไทย)จำกัด
7. บริษัท เกียร์เฮด จำกัด
8. บริษัท ดอคคิวเมนท์พาร์เชลเอ็กเพรส จำกัด
9. สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย
10. คุณพรศิลป์ แต้มศิริชัย
11. คุณพรประสงค์ แต้มศิริชัย
12. บริษัท นานาบริการ จำกัด
13. บริษัท ปริดา จำกัด(มหาชน)
14. บริษัท ไอเอจีประกันภัย(ประเทศไทย)จำกัด
15. เจ้าหน้าที่สหกรณ์กรีนเนท
16. บริษัท ประภากิจ จำกัด
17. มูลนิธิชีวิตไท
18. โครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน
19. บริษัท ศิวะเทสติ้งอินสเพ็คชั่น แอนด์คอนซัลติ้ง จำกัด
20. บริษัท เอส.เอส. เฟอร์นิเทค
21. คุณลักษณา ปิยะอัจฉริยะ
22. บริษัทควอลิตี้ คอฟฟี่โปรดักส์ จำกัด
23. พนักงาน บริษัทนิเด็คอิเล็กโทรนิคส์(ประเทศไทย)จำกัด
24. คุณสุทธิ โอมุเน
25. คุณไพรินทร์ โชติสกุลรัตน์
26. บริษัทเซต้า โฮสติ้ง จำกัด
27. คุณไพลิน กิติโชตน์กุล
28. คุณวีระมล ฮากะ
29. หจก.ครีเอทีฟ กรีน สตูดิโอ
30. คุณสุมิตรา พุทธพจน์
31. โครงการกระดาษเพื่อต้นไม้ มูลนิธิศูนย์สื่อเพื่อการพัฒนา
ประมวลภาพจากกิจกรรม “จากเมืองสู่ป่า พาช้างกลับบ้าน ร่วมสานสร้างป่าชุมชน” วันที่ 23 - 24 ม.ค 53
กลุ่มเยาวชน และชาวบ้านในชุมชนบ้านไผ่ใหญ่ และบ้านไผ่น้อยมาร่วมกันปลูกพืชอาหารช้างในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก

เด็กๆ ในชุมชนช่วยกันขนต้นกล้วยข้ามลำน้ำมาศ นำไปวางบนแพ และดึงเชือกที่โยงข้ามสองฝั่งแม่น้ำเพื่อนำไปเป็นอาหารให้ช้าง

นกน้อยเข้ามาทักทายกับอาสาสมัคร เพื่ออออ้อนขออาหารอย่างน่าเอ็นดู

ทีมเด็กๆ นักเต้นจากบ้านไผ่ใหญ่พร้อมใจกันใส่เสื้อของ Bring the Elephant Home ในการแสดงต้อนรับอาสาสมัคร

อาสาสมัครช่วยกันเตรียมอาหารกลางวันจำนวนมากให้กับช้างทั้ง 2 เชือก

คุณฝ้าย ผู้ประสานงานจากโครงการกระดาษเพื่อต้นไม้









