มูลนิธิพาช้างกลับบ้านขอส่งความสุขเนื่องในเทศกาลปีใหม่ 2553

สวัสดีค่ะ  เพื่อนๆ ที่ติดตามข่าวสาร และผู้สนับสนุนมูลนิธิพาช้างกลับบ้านทุกๆท่าน

ในโอกาสที่ 2552 ได้ผ่านพ้นไป ดิฉันขออวยพรให้ทุกๆท่าน เต็มไปด้วยกำลังใจ และความรัก ตลอดปี 2553 ที่ได้มาถึงนี้  และสำหรับในปี 2553 ทางมูลนิธิพาช้างกลับบ้านก็ยังคงวิงวอนต่อทุกๆท่านให้เห็นถึงความสำคัญและคุณค่าของช้างไทย รวมทั้งสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติที่มีอยู่ในบ้านเรา และเมื่อเร็วๆนี้ ทางมูลนิธิฯ ก็เพิ่งฉลองการก่อตั้งมูลนิธิพาช้างกลับบ้านในโอกาสครบรอบ 5 ปีพอดีในปี 2552 (วันที่ 12 พฤศจิกายนของทุกปี) และเมื่อมองย้อนกลับไปดูตลอดระยะเวลาในการทำงานใน 5 ปีที่ผ่านมา พวกเราต่างก็รู้สึกภูมิใจไม่น้อยในการทำงานของพวกเราที่ได้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดียิ่ง  

จากความฝัน และความมุ่งมั่นปรารถนาในการช่วยเหลือช้างเร่ร่อน 2 เชือก จึงทำให้ทางมูลนิธิฯ ได้เริ่มจัดทำโครงการเพื่อช่วยเหลือช้างไทย โดยในช่วงเริ่มต้นนั้น ทางเรายังมีโครงการที่จะทำอยู่เพียงไม่กี่โครงการ จนกลายมาเป็นโครงการในระยะยาวและต่อเนื่องหลายจำนวนมากมายโครงการด้วยกันในปัจจุบัน  สำหรับแนวทางในการทำงานของเราก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากนัก โดยเฉพาะความปราถนาที่จะช่วยช้างไทยไม่เคยลดน้อยลงเลย  ทางมูลนิธิฯ ยังคงให้ความสำคัญในการทำงาน หรือการรับมือกับสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วทันท่วงที และเต็มไปด้วยความกระตือรือล้นอยู่ตลอดเวลา จนถึงปัจจุบันทางเรามีกลุ่มเครือข่ายกลุ่มต่างๆ ที่มาร่วมงานกับเราเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง  ที่จะทำให้เกิดพลังผลักดันที่เข้มแข็งในการทำงานร่วมกันเพื่อช่วยเหลือช้างไทยต่อไปในอนาคต

ในปี 2552 ที่ผ่านมา นับว่าเป็นปีทองของทางมูลนิธิฯ ที่การทำงานและกิจกรรมต่างๆ ของเรามีความก้าวหน้าไปเป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่าเราจะมีข่าวเศร้าจากการที่ต้องสูญเสียช้างที่อาศัยอยู่ที่ศูนย์บริบาลช้างแม่แตง จ.เชียงใหม่ ไปถึง 2 เชือกในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน คือ แม็ก และบุญคำ ในขณะที่ทุกคนรอคอยช้างเชือกใหม่ที่จะมาชดเชยในความสูญเสียที่เกิดขึ้นนี้ ก็ได้มีช้างน้อยถือกำเนิดขึ้นมาทดแทนกัน นั่นคือ ฟ้าใหม่ และช้างยิ้ม(เกิดหลังฟ้าใหม่ประมาณ 3 เดือน) ซึ่งช้างน้อยทั้ง 2 เชือกนี้ ได้ถือกำเนิดอย่างอิสระตามธรรมชาติ และพวกเขาเองก็จะได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขอยู่ภายในศูนย์บริบาลช้างแห่งนี้ตลอดไป

ในส่วนของหนังสือ ” ปลดปล่อยช้างไทยจากท้องถนน ” ที่ได้มีการตีพิมพ์เป็นฉบับภาษาอังกฤษและจัดจำหน่ายตั้งแต่ 2552 ที่ผ่านมา รวมทั้งได้มีการจัดงานเปิดตัวหนังสือเล่มนี้อย่างยิ่งใหญ่ที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำประเทศไทย  ซึ่งท่านสามารถหาซื้อได้ตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ รวมทั้งการซื้อผ่านทางเว็บไซด์ซื้อขายหนังสือออนไลน์ Amazon นอกจากนี้ในปีที่ผ่านมา ทางเราได้ปลูกต้นไม้ในโครงการปลูกป่าให้ช้างไปแล้วเป็นจำนวนเกือบ 50,000 ต้น ด้วยความช่วยเหลือของอาสาสมัครที่มาปลูกป่าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

สำหรับโครงการปลูกป่าให้ช้าง และโครงการการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับช้าง ณ อุทยานลำน้ำมาศ จ.บุรีรัมย์ ก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้นในปีที่ผ่านมา ซึ่งปัจจุบันมีชุมชนท้องถิ่นที่เปิดเป็นบ้านพักโฮมสเตย์ให้นักท่องเที่ยวสามารถเลือกพักได้ใน 2 ชุมชน จำนวนกว่า 20 -25 หลังคาเรือน  ในขณะที่ช้างทั้ง 2 เชือก ก็ได้ย้ายมาอาศัยอยู่อย่างมีความสุขและอิสระตามธรรมชาติบนเกาะพระ ซึ่งเป็นเกาะที่แยกห่างออกมาจากชุมชน  โดยมีควาญช้างตามมาดูแลอยู่บนเกาะด้วยทั้งกลางวันและกลางคืน นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานหลายๆฝ่ายได้ให้ความสนใจในการมีส่วนร่วมในการสนับสนุนโครงการของเราที่นี่มากขึ้นกว่าเดิมมาก

นอกจากนี้ ยังนับว่าในปี 2552 ที่ผ่านมา เป็นปีที่มีการตื่นตัวหรือการเปลี่ยนเปลงไปในทางที่ดีขึ้นในแง่ของนโยบาย และข้อบังคับต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับช้าง เนื่องด้วยทางสำนักงานกรุงเทพมหานครได้มีการออกนโยบายอย่างเคร่งครัดในการที่จะห้ามไม่ให้มีการนำช้างเร่ร่อนมาเดินตามท้องถนนในกรุงเทพอีกต่อไป ภายในเดือนกรกฎาคม 2553 โดยช้างเร่ร่อนเหล่านี้จะถูกผลักดันให้ไปอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านช้าง(บ้านตากลาง) จ.สุรินทร์ ซึ่งทางศูนย์บริบาลช้างแม่แตง จ.เชียงใหม่ เองก็ได้มีการประสานความร่วมมือในการทำงานร่วมกับศูนย์คชศึกษา บ้านตากลาง จ.สุรินทร์ด้วย ในการที่จะจัดตั้งโครงการต่างๆ ที่เป็นมิตรกับช้างทั้งในส่วนของการดูแลช้างและการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับช้าง ซึ่งก็ได้มีหลากหลายหน่วยงานที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในโครงการนี้ด้วย ซึ่งหากโครงการนี้ประสบผลสำเร็จด้วยดี ก็จะทำให้ช้างจำนวนนับร้อยๆเชือกจากจังหวัดสุรินทร์จะได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ทางมูลนิธิฯ ได้จัดเตรียมงานสำหรับโครงการต่างๆ ในครึ่งปีแรกของปี 2553 ไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเริ่มจากโครงการปั่นจักรยานการกุศล ปั่นเพื่อช้าง  ที่จะจัดในวันหยุดสุดสัปดาห์แรกของเดือนกุมภาพันธ์  รวมระยะเวลา 2 วัน 1 คืน ในเส้นทางที่ท่านจะได้ผจญภัย และจะได้สนุกสนานเพลินเพลินไปกับธรรมชาติและทิวทัศน์ที่สวยงามของหุบเขาแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งหากกิจกรรม ” ปั่นเพื่อช้าง ” ซึ่งทางเราได้จัดขึ้นเป็นปีแรกนี้ ได้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ทางเราอาจจะจัดกิจกรรมนี้อีกในปีต่อๆไป  ดังนั้นทางเราจึงขอเชิญชวนผู้สนใจทุกๆท่านให้การสนับสนุนทีมปั่นจักรยานของมูลนิธิพาช้างกลับบ้าน หรือ จัดตั้งทีมปั่นจักรยานของท่านเองเพื่อร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ หรือหากท่านสนใจจะช่วยประชาสัมพันธ์กิจกรรมนี้ โปรดติดต่อมาที่มูลนิธิฯด้วย ซึ่งทางเรายินดีที่จะจัดส่งแผ่นพับ และโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์งานนี้ไปให้ท่าน

ปัจจุบันได้มีอาสาสมัครชาวไทยเป็นจำนวนหลากหลายกลุ่มได้แจ้งความจำนงในการที่จะเดินทางมาทำกิจกรรมอาสาสมัครดูแลช้าง และปลูกป่าให้ช้างร่วมกับเราในปี 2553 ที่จะถึงนี้ ในส่วนของกิจกรรมการดูแลกล้าไม้ในแปลงปลูกป่า(การตัดหญ้า และใส่ปุ๋ย) และการเตรียมพื้นที่ก่อนการปลูกป่า รวมทั้งกิจกรรมปลูกป่าให้ช้าง ในปี 2553 ก็จะเริ่มต้นอีกครั้งตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายน 2553 เป็นต้นไป ใน 3 พื้นที่เหมือนกับในปีที่ผ่านมา คือ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ จ.กาญจนบุรี  อุทยานลำน้ำมาศ จ.บุรีรัมย์ และในที่ดินแปลงใหม่ของศูนย์บริบาลช้างแม่แตง จ.เชียงใหม่

และทางเรายังคาดหวังไว้อีกว่าภายในปี 2553 นี้ ทางเราจะมีโอกาสได้ช่วยเหลือช้างเร่ร่อนเชือกที่ 3 เพื่อจะนำไปดูแลอยู่ที่อุทยานลำน้ำมาศ อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์  รวมไปถึงกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมายที่ต้องดำเนินการไปตามแนวทางที่วางไว้  ในทุกๆสิ่งที่เราจะได้ดำเนินการ ทางเราก็จะพยายามทำให้ปีนี้เป็นปีที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและกระตือรือล้นในการทำงาน ดังนั้นทางเราจึงอยากจะขอให้ทุกๆ ท่านช่วยเป็นกำลังใจและสนับสนุนการทำงานของมูลนิธิพาช้างกลับบ้านต่อไป

ขอแสดงความนับถือ

อันตัวเน็ต แวนดี วเอตร์

ผู้อำนวยการมูลนิธิพาช้างกลับบ้าน

คลิกเพื่อรับชมคลิปวีดีโอเกี่ยวกับงานและกิจกรรมของมูลนิธิฯ ในปี 2552 ได้ที่นี่ค่ะ