สาวน้อย ” ลาล่า ” สมาชิกใหม่ของศูนย์บริบาลช้างแม่แตง
เมื่อเดือนตุลาคม 52 ผ่านมา ทางศูนย์บริบาลช้างแม่แตง จ.ชียงใหม่ ได้มีโอกาสต้อนรับช้างสาวน้อย ” ลาล่า ” เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของศูนย์แห่งนี้ ซึ่งในอดีตนั้นลาล่าได้ถูกแยกจากแม่ของเธอตั้งแต่ยังเล็กๆ เพื่อนำไปฝึกสำหรับทำงานต่อไปและภายหลังจากที่ผ่านการฝึกแล้วลาล่าจึงได้ถูกนำไปไว้ที่โรงแรมหรูหราแห่งหนึ่งในจังหวัดกระบี่ รวมเป็นระยะเวลาที่ทำงานที่นั่น 6 ปี โดยงานหลักของลาล่า ก็คือ การให้บริการและสร้างความบันเทิงให้กับนักท่องเที่ยวที่มาพักที่โรงแรมแห่งนี้ โดยในแต่ละวันลาล่ามีงานประจำที่ต้องทำ ดังนี้ ในตอนเช้าของทุกวัน ลาล่าจะถูกนำไปไว้ที่บริเวณห้องรับรองแขกของโรงแรม เพื่อนำมาต้อนรับและทักทายนักท่องเที่ยวที่เข้ามาติดต่อใช้บริการห้องพัก ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถป้อนอาหาร จำพวกกล้วย และผลไม้ต่างๆให้แก่ลาล่าได้ด้วย หรืออาจจะถ่ายภาพร่วมกับลาล่าด้วยก็ได้ ในตอนบ่ายจะมีการนำลาล่าไปไว้ยังบริเเวณชายหาดด้านหน้าโรงแรม เพื่อให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเล่น หรือป้อนอาหารและผลไม้ต่าง การถ่ายภาพร่วมกับช้าง รวมไปถึงการว่ายน้ำเล่นกับช้างได้และด้วยเหตุที่ลาล่าถูกนำไปไว้ที่บริเวณชายหาดเป็นประจำทุกวัน จึงทำให้เธอสามรถว่ายน้ำในทะเลได้เป็นอย่างดี และดูเหมือนว่าเธอจะมีความสุขมากๆที่ได้ว่ายน้ำเล่นได้อย่างสบายอารมณ์ริมชายหาด และบางครั้งก็มีนักท่องเที่ยวที่มาพักที่นี่ว่ายน้ำเล่นกับเธอด้วย
แต่ถึงลาล่าจะดูมีคววมสุขในการได้ต้อนรับหรือให้ความบันเทิงแก่นักท่องเที่ยว แต่ก็ยังพบเห็นว่าในการเดินไปมาในที่ต่างๆ ภายในบริเวณโรงแรมนอกเหนือจากเวลาที่มาเล่นกับนักท่องเที่ยวหรือเวลาทำงาน ลาล่าก็มักจะถูกล่ามโซ่ไว้ตลอดเวลา โดยเฉพาะในโรงช้างซึ่งเป็นที่พักอาศัยนั้น ลาล่าจะถูกล่ามด้วยโซ่ที่มีความยาวเพียงสั้นๆ อยู่ตลอดเวลาจนกระทั่งถึงเวลาที่จะออกไปทำงาน ดังนั้นจึงเหมือนกับว่าโลกทั้งใบของลาล่าก็คงจะมีเพียงแค่ที่โรงช้าง และภายในโรงแรมหรูหราซึ่งเป็นสถานที่ทำงานเท่านั้นเอง
จากชีวิตความเป็นอยู่ของลาล่า ถึงแม้จะไม่ลำบากมากนัก เนื่องจากได้รับการดูแลเอาใจใส่จากทางโรงแรมเป็นอย่างดี แต่สิ่งที่ขาดไป นั่นก็คือ การได้เรียนรู้ที่จะมีวิถีชีวิตในแบบของช้างตามธรรมชาติอย่างแท้จริง หรือการมีพฤติกรรมต่างๆที่ช้างควรจะเป็น เช่น การเสาะหาอาหารกินเองในป่าตามธรรมชาติ การเรียนรู้ในการใช้ประสาทสัมผัสของช้างในเรื่องต่างๆ หรือแม้แต่การเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันกับช้างเชือกอื่นๆ ในสังคมช้าง เป็นต้น ดังนั้นลาล่าจึงได้แค่ถูกฝึกสำหรับการขออาหาร น้ำดื่ม หรือแม้กระทั่งการเรียกร้องความสนใจจากผู้คนต่างๆ ที่ได้มาพบเห็นเธอเท่านั้น แต่ในอีกมุมมองหนึ่งลาล่าก็ได้แสดงออกถึงความเครียดจากการทำงานและจากการที่ถูกล่ามโซ่ไว้เสียเป็นส่วนใหญ่ โดยไม่ได้รับการปลดปล่อยให้เป็นอิสระเท่าที่ควร เธอแสดงออกถึงความเครียดของเธอโดยการแกว่งตัวไปมา และการนำเอาหัวไปกระแทกหรือเอาหัวไปดันกับเสาของโรงช้างที่เธออาศัยอยู่ ถึงแม้ว่าที่โรงแรมหรู เธอมีอาหารชั้นดีให้เลือกกินอย่างอุดมสมบูรณ์ในแต่ละวัน รวมไปถึงการได้รับการดูแลรักษาสุขภาพอย่างดี หรือแม้แต่การที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยผู้คนจำนวนมากที่มาเที่ยวในแต่ละวัน แต่การที่ช้างต้องถูกนำมาอยู่ตามลำพังอย่างโดดเดี่ยว โดยไม่มีโอกาสได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับช้างเชือกอื่นๆเลย หรือแม้แต่การไม่มีโอกาสได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระตามธรรมชาติของช้าง จึงเป็นสิ่งที่น่าเศร้าที่สุดสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นสำหรับช้างที่น่าสงสารอย่างลาล่า
ปัจจุบันลาล่าอายุได้ 8 ปีแล้ว แต่ทว่าเธอกลับไม่มีพฤติกรรมใดๆ ที่แสดงออกถึงความเป็นช้างเลย แต่กลับไปมีพฤติกรรมเหมือนกับว่าตนเองเป็นคนเสียมากกว่า ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจ เนื่องจากเกือบตลอดชีวิตของเธอนั้นตั้งแต่อายุ 1 - 7 ขวบ ลาล่าอาศัยอยู่กับคนมาโดยตลอด จึงทำให้ลาล่ารู้สึกเหมือนกับว่าตนเองก็เป็นคน ไม่ใช่ช้าง และเมื่อนักท่องเที่ยวต่างๆที่ได้ไปเห็นเธอ ต่างก็รู้สึกรักและสงสารลาล่ามาก ต่างฝ่ายต่างช่วยกันทำงานนานกว่าหนึ่งปีในการช่วยเหลือเพื่อจะนำลาล่ามาอาศัยอยู่ที่ศูนย์บริบาลช้างแม่แตง จ.ชียงใหม่ ประกอบกับเธอไม่เคยใช้ชีวิตร่วมกับช้างเชือกอื่นๆมาก่อนเลย จึงเหมือนกับว่าลาล่าลืมไปแล้วว่าเธอน่ะเป็นช้างนะ ” จากเรื่องของลาล่าทำให้ดิฉันคิดถึงหนังสือเล่มโปรดของดิฉันในวัยเด็กที่มีเนื้อหาคล้ายคลึงกับชีวิตของลาล่ามาก ชื่อว่า “Teunis” ซึ่งเขียนโดย Toon Tellegen และ Jan Jutte ” อันตัวเน็ต กล่าว
เมื่อทางอาสาสมัครได้ช่วยเหลือและนำลาล่าเดินทางมาอาศัยอยู่ที่ศูนย์บริบาลช้างแม่แตง จ.เชียงใหม่ ในเดือนตุลาคม 52 ที่ผ่านมา แต่ทันทีที่เธอเดินทางมาถึงที่นี่ ลาล่ามีท่าทีหวาดกลัวช้างเชือกอื่นๆที่นี่อย่างเห็นได้ชัด และพยายามที่จะวิ่งหนีไปซ่อนตัวอยู่ด้านหลังของคน เพื่อหลบหนีจากช้างเหล่านั้น แต่ช้างเชือกอื่นๆที่อาศัยอยู่ที่นี่ต่างก็มีความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับตัวเธอซึ่งถือว่าสมาชิกเชือกใหม่ล่าสุด ทั้งหมดจึงต่างพยายามที่จะเข้ามาทำความรู้จักและต้อนรับเธออย่างอบอุ่น(สามารถดูได้จากภาพต่างๆด้านล่าง) แต่กลับทำให้ลาล่ารู้สึกตกใจและตื่นกลัวเป็นอย่างยิ่ง เธอจึงเดินหนีไปในระยะที่ช้างเหล่านั้นจะไม่สามารถตามมาถึงตัวเธอ พร้อมกับวิ่งหนีไปซ่อนตัวอยู่ด้านหลังของผู้คนต่างๆที่อยู่ภายในศูนย์ ซึ่งเธอคิดว่าเป็นครอบครัวที่แท้จริงของเธอ ดิฉันแปลกใจมากว่า เป็นไปได้อย่างไรที่ช้างคิดว่าตัวเองเป็นมนุษย์และหวาดกลัวช้างด้วยกันเอง!! ถึงอย่างไรก็ตามเหล่าช้างต่างๆที่อาศัยอยู่ที่นั่นก็ยังไม่ลดละความพยายามในการที่จะส่งเสียงร้องเพื่อทำความรู้จักเธอจากระยะไกล แต่กลับทำให้ลาล่าหวาดกลัวเสียงช้างร้องเป็นอย่างยิ่ง และเธอก็ไม่เข้าใจในความหมายของการส่งเสียงร้องของช้างเหล่านั้นเลยอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่เสียงร้องของลาล่าก็ไม่เหมือนเสียงร้องของช้างด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นเสียงร้องที่ค่อนที่แปลกมาก เนื่องจากมันเป็นเสียงสูงและแหลมเล็กคล้ายกับเสียงของปลาโลมา หรือคล้ายกับเสียงร้องจี๊ดๆของหนูเสียมากกว่า และเวลาที่เธอส่งเสียงร้อง ก็เหมือนกับเธอกำลังเป่าแตรอย่างสุดแรงเกิดจนแก้มโป่งพองยังไงยังงั้น
ดังนั้นควาญช้างคนใหม่ของลาล่าจึงต้องทำงานอย่างหนักในการที่จะทำให้เธอเชื่อใจ เนื่องจากลาล่ามีความหวาดกลัวผู้ชายด้วย แต่เขาก็มีความอดทนสูง และยอมรับในพฤติกรรมที่แปลกๆ ของลาล่าได้ หลังจากที่ได้ใช้เวลากับลาล่าซักพักหนึ่ง ดิฉันเห็นเขากับลาล่าอยู่ด้วยกันที่ทุ่งหญ้า และได้ยินควาญของเธอหัวเราะด้วยเสียงอันดังจากพฤติกรรมที่แปลกๆของเธอ ในขณะที่ช้างยิ้มก็ดูเหมือนจะชอบลาล่าซะด้วยสิ เขาพยายามที่จะเล่นกับเธอด้วยกันที่บ่อโคลนทุกๆวัน แต่เนื่องจากช้างยิ้มจะค่อนข้างซนและเล่นแรง จึงทำให้ลาล่าค่อนข้างจะกลัวที่จะเล่นด้วยกัน และช้างยิ้มก็เริ่มจะเล่นหนักขึ้นเรื่อยๆ ด้วยการเอาหัวไปดันเธอ หรือแกล้งให้ตกใจด้วยการผลักแรงๆ จนเกือบจะล้ม จึงทำให้เธอหวาดกลัวการเล่นกับช้างยิ้มพอสมควร ” เอาน่าลาล่า สู้เค้าหน่อยสิ อย่าพึ่งหนีไปไหนกับการที่แค่ช้างน้อยจอมซนมาเล่นด้วยแรงๆ “ ดิฉันคิดในใจอย่างนั้น อันตัวเน็ตกล่าว แต่ถึงแม้ว่าลาล่าจะพยายามเดินอยู่ห่างๆ จากช้างยิ้มตลอดเวลา เพราะกลัวจะโดนผลักล้ม แต่เธอก็ยังพยายามที่จะมองหาว่าช้างยิ้มอยู่ที่ไหน หรือเมื่อช้างยิ้มเดินเลยไป เธอก็จะพยายามเดินตามไปเขาไปเช่นกัน ดูเหมือนว่าเธอก็สนใจในช้างยิ้มไม่น้อยเช่นกันนะ
สำหรับลาล่าแล้ว ดูเหมือนกับว่าเธอจะมีความคล้ายคลึงกับ โฮป ช้างหนุ่มน้อยวัย 8 ปี ที่อาศัยอยู่ที่ศูนย์บริบาลช้างมาตั้งแต่ต้น และ โฮปก็เป็นช้างที่ค่อนข้างจะมีความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับช้างที่เพิ่งมาอยู่ใหม่อยู่เสมอ และโฮปก็พยายามที่จะเล่นกับเธอทุกๆวันด้วยเช่นกัน เขาทั้งสองทำความรู้จักกันอย่างเกร็งๆนิดๆ ด้วยการใช้งวงสัมผัสกันไปมา ซึ่งก็ดูเหมือนว่าทั้งสองจะสนิทสนมกันมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งลาล่าดูเหมือนจะมีความสุขที่สุดเมื่อได้นอนเกลือกกลิ้งในบ่อโคลนคนเดียว แต่เธอก็ยังคงมองดูช้างเชือกอื่นๆอย่างระมัดระวังตัวอยู่ และยังไม่ยอมเล่นกับใคร แต่ก็คาดว่าคงจะใช้เวลาไม่นานนับจากนี้ ในการที่เธอจะสามารถเล่นในบ่โคลนร่วมกับช้างเชือกอื่นๆได้ และวันหนึ่งเธอก็คงจะได้อาศัยอยู่เป็นครอบครัวช้างโดยสมบูรณ์เสียที
ลาล่า และโฮป กำลังหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน
ลาล่ารู้ดีอยู่แล้วว่าจะขอกินขนมเยอะๆ จากควาญช้างนั้นต้องทำอย่างไรบ้าง
ช้างยิ้มพยายามที่เข้ามาเล่นกับลาล่าข้างๆบ่อโคลน








