กิจกรรมปลูกป่าให้ช้างที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ จ.กาญจนบุรี มิถุนายน 2552

salakpra

วันที่ 18 มิถุนายน 2552 : วันปลูกป่าครั้งใหญ่ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี

สำหรับเป้าหมายของกิจกรรมปลูกป่าให้ช้างในวันนี้  คือ การปลูกพรรณไม้ท้องถิ่นที่สามารถช่วยฟื้นฟูป่าในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระให้กลับมาได้อย่างรวดเร็ว และเป็นแหล่งอาหารให้กับช้างป่า จำนวน 13,000 กล้าไม้ จากพรรณไม้ท้องถิ่นทั้งสิ้น 40 ชนิด  โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อฟื้นฟูป่าที่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหารของช้างป่า เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพของพรรณไม้ในป่าไผ่ รวมทั้งเพื่อลดปัญหาการกระทบกระทั่งระหว่างช้างป่ากับชาวบ้านที่อาศัยอยู่โดยรอบเขตฯสลักพระ หากในอนาคตเมื่อพื้นที่ป่าสลักพระมีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น และช้างป่ามีอาหารในป่าตามธรรมชาติอย่างพอเพียง ก็จะลดปัญหาที่ช้างป่าจะเข้าไปบุกรุกพื้นที่การเกษตรของชุมชนใกล้เคียงตามไปด้วย

กิจกรรมปลูกป่าให้ช้างเริ่มต้นในเวลา 9.00 น. โดยหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์ป่าสลักพระ ได้กล่าวต้อนรับ และอธิบายถึงความสำคัญของเขตฯสลักพระ พร้อมทั้งขอบคุณอาสาสมัครทุกท่านที่มาช่วยปลูกป่า จากนั้นคุณอังตัวเน็ต แวนดีวอเตอร์ ผู้อำนวยการมูลนิธิพาช้างกลับบ้านได้กล่าวถึงความเป็นมาของโครงการพาช้างกลับบ้าน และการดำเนินงานตลอด 2 ปีที่ผ่านมา โดยมีคุณจิตติน จากเครือข่ายอนุรักษ์ช้าง(ECN) เป็นผู้ดำเนินรายการและให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับพื้นที่ปลูกป่าและการเดินทางเข้าไปยังแปลงปลูกป่า

สำหรับอาสาสมัครทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่เข้าร่วมปลูกป่าให้ช้างในครั้งนี้ ทั้งสิ้นประมาณ 300 คน ประกอบไปด้วย ชาวบ้านในชุมชนใกล้เคียงกับพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ  ทหารจากค่ายสุรสีห์และมณฑลทหารบกที่ 9  นักเรียนจากวิทยาลัยเทคนิคกาญจนบุรี  นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมพระนครเหนือ และนักศึกษาชาวเนเธอร์แลนด์จากวิทยาลัย Green Campus ที่เมือง Helmond(ประเทศเนเธอร์แลนด์) อาสาสมัครกลุ่ม Dragonfly Thailand คอลัมนิสต์จากนิตรสาร Secret เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ และเครือข่ายอนุรักษ์ช้าง(ECN) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ทำงานร่วมกับมูลนิธิพาช้างกลับบ้านในโครงการปลูกป่าให้ช้างในครั้งนี้

เนื่องด้วยพื้นที่แปลงปลูกป่าในเขตฯ สลักพระได้แบ่งออกเป็น 3 แปลงย่อย ซึ่งแต่ละแปลงอยู่ห่างกันค่อนข้างมาก และต้องขับรถข้ามลำห้วยและทางลูกรังที่ขรุขระและเต็มไปด้วยโคลนเพื่อไปยังแต่ละแปลงปลูกป่า  ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะต้องจัดการลำเลียงทั้งอาสาสมัครที่มาปลูกป่า รวมทั้งอุปกรณ์ต่างๆในการปลูกป่า อาหารและเครื่องดื่ม เข้าไปยังแปลงปลูกป่าทั้ง 3 แปลงซึ่งต้องใช้เฉพาะรถขับเคลื่อน 4 ล้อ(4WD)เท่านั้นถึงจะข้ามลำห้วยต่างๆ เพื่อเข้าไปยังแปลงปลูกป่าในแต่ละแปลงได้  แต่อย่างไรก็ตามทันทีที่ไปถึงแปลงปลูกป่าในเวลาประมาณ 9.45 น. ได้มีการสาธิตวิธีการปลูกกล้าไม้ที่ถูกวิธีให้กับทุกคนได้รับทราบก่อน  จากนั้นอาสาสมัครส่วนใหญ่ก็ได้เริ่มทำงานด้วยขนกล้าไม้ไปยังหลุมต่างๆ และลงมือปลูกกล้าไม้ในทันที อย่างขมักเขม้นจน กระทั่งสามารถปลูกกล้าไม้ทั้งหมดประมาณ 11,000 กล้าไม้จนแล้วเสร็จในเวลาประมาณ 14.00 น. ส่วนกล้าไม้ที่เหลืออีกประมาณ 2,000 กล้าไม้ ทางมูลนิธิฯและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการปลูกให้แล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคม 2552   สำหรับการทำโครงการปลูกป่าให้ช้างในเขตฯสลักพระ จะเป็นลักษณะเของการฟื้นฟูป่าแบบค่อยเป็นค่อยไป กล่าวคือ การปลูกป่าในพื้นที่ที่ไม่มาก คือ ประมาณ 20 - 40 ไร่ต่อปี แต่ให้ความสำคัญในการดูแลกล้าไม้หลังการปลูก(ตัดหญ้าและใส่ปุ๋ย)อย่างเต็มที่ เพื่อช่วยให้กล้าไม้มีอัตราการรอดตายสูงและเจริญเติบโตได้ดี สามารถต่อสู้กับหญ้าและวัชพืชต่างๆได้ดี และช่วยทำให้พื้นที่ป่าตามธรรมชาติกลับคืนมาได้อย่างรวดเร็วขึ้น รวมทั้งเพื่อจะเป็นที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหารที่พอเพียงสำหรับช้างป่าที่อาศัยอยู่ในป่าสลักพระต่อไปในอนาคตอันใกล้

ก่อนหน้าวันปลูกป่า 2 สัปดาห์ ได้มีการเตรียมพื้นที่ก่อนการปลูกป่า โดยการจ้างชาวบ้านที่อยู่อาศัยในชุมชนใกล้เคียงกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระในการเข้ามาเตรียมแปลงปลูกป่า และยังเป็นการสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านในชุมชนใกล้เคียงด้วย สำหรับการเตรียมพื้นที่ก่อนการปลูกป่าเริ่มต้นจากการตัดและถางหญ้า รวมทั้งวัชพืชต่างๆ และต้นไผ่บางส่วนออกไปจากแปลงปลูกป่าทั้ง 3 แปลง หลังจากนั้นจึงทำการขุดหลุมปลูกจำนวนมากกว่า 13,000 หลุม กระจายอยู่ทั่วแปลงปลูกป่า(โดยไม่เรียงเป็นแถวเพให้มีสภาพใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุด) รวมทั้งทีมงานเหล่านี้ก็ได้จัดการลำเลียงกล้าไม้ ปุ๋ยอินทรีย์ และอุปกรณ์ปลูกป่าทั้งหมดเข้าไปไว้ให้ในแต่ละแปลงและก่อนหน้าวันปลูกป่า 2 วัน โดยมีการนำกล้าไม้และอุปกรณ์ต่างๆไปวางกระจายตามจุดต่างๆ ในแปลงปลูกป่าที่มีพื้นที่ค่อนข้างกว้างใหญ่  เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่อาสาสมัครที่เข้ามาร่วมปลูกป่า ดังนั้นจากการเตรียมงานก่อนล่วงหน้า และการวางแผนในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ จึงทำให้การปลูกกล้าไม้จำนวนมากเสร็จสิ้นลงในเวลาอันรวดเร็ว

สำหรับกล้าไม้ที่นำมาปลูกทั้งหมดกว่า 13,000 กล้าไม้ ผลิตโดยเจ้าหน้าที่เรือนเพาะชำของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ คือ คุณสมัย บ่อพิมาย(ลุงหวาน) และคุณรุ่งฟ้า บ่อพิมาย(น้องรุ่ง) ลูกสาว  ซึ่งเรือนเพาะชำแห่งนี้ ทางมูลนิธิพาช้างกลับบ้านให้การสนับสนุนในการก่อสร้างเรือนเพาะชำ กาจัดหาเจ้าหน้าที่สำหรับเรือนเพาะชำ และจัดหาวัสดุอุปกรณ์สำหรับการผลิตกล้าไม้ ซึ่งเรือนเพาะชำแห่งนี้ได้เริ่มดำเนินงานในการผลิตกล้าไม้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2551 เป็นต้นมา ซึ่งถือเป็นความภูมิใจของมูลนิธิฯ เนื่องจากเรือนเพาะชำแห่งนี้ ถึงแม้จะมีเจ้าหน้าที่เรือนเพาะชำเพียงแค่ 2 ท่านเท่านั้น และมีสิ่งที่ต้องทำมากมายไม่ว่าจะเป็นการเข้าไปเก็บเมล็ดไม้ในป่า การเพาะเมล็ดไม้ การดูแลกล้าไม้ในเรือนเพาะชำ แต่ทั้ง 2 ท่านก็ได้ดูแลกล้าไม้ในเรือนเพาะชำด้วยความรักและเอาใจใส่จริงๆ จนกระทั่งสามารถผลิตกล้าไม้ที่มีคุณภาพสำหรับโครงการปลูกป่าให้ช้างในปี 2552 ได้เป็นจำนวนมาก รวมทั้งยังคงดำเนินการผลิตกล้าไม้อย่างต่อเนื่องสำหรับปลูกฟื้นฟูป่าให้ช้างในปีต่อๆไปอีกด้วย

ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าทางมูลนิธิฯ ยังคงมีกิจกรรมที่จะต้องทำที่นี่อีกหลายประการด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการปลูกต้นไม้เพิ่มเติมในแปลงปลูกป่า การตรวจสอบจำนวนกล้าไม้ที่รอดตายและตรวจสอบอัตราการเจริญเติบโตของกล้าไม้แต่ละชนิด  การดูแลแปลงปลูกป่าภายหลังการปลูก(การตัดหญ้าและใส่ปุ๋ย)อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้งไปจนถึงสิ้นสุดฤดูฝนในปีนี้(ประมาณกลางเดือนตุลาคม 2552)  ซึ่งทางเราก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่ากล้าไม้ที่เราปลูกในช่วงต้นฤดูฝนนี้จะมีอัตราการรอดตายสูง สามารถเจริญเติบโตได้ดีอย่างรวดเร็วตลอดฤดูฝนนี้

นอกจากนี้ทางมูลนิธิพาช้างกลับบ้าน ยังคงมีความตั้งใจที่จะสนับสนุนโครงการปลูกป่าให้ช้างในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระต่อไป ซึ่งสถานที่นี้เป็นเสมือนแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งหากินที่สำคัญของช้างป่าจำนวนมากกว่า 170 เชือกในระยะยาว  และทางมูลนิธิฯ ขอขอบพระคุณหน่วยงาน Elephant Parade และ องค์กร Yves Rocher Foundation จากประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่ให้การสนับสนุนงบประมาณให้กับมูลนิธิพาช้างกลับบ้านสำหรับโครงการปลูกป่าให้ช้างที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าในปี 2552 (ครั้งนี้)

ประมวลภาพกิจกรรมวันปลูกป่าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี


อาสาสมัครทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติรวมตัวกันที่บริเวณด้านหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระในพิธีเปิดงานสำหรับกิจกรรมปลูกป่าให้ช้าง


อาสาสมัครปลูกป่าจากมูลนิธิพาช้างกลับบ้าน และกลุ่มนักศึกษาชาวเนเธอร์แลนด์จากวิทยาลัย Green Campus ที่มาร่วมปลูกป่าในครั้งนี้


คุณจิตตินจาก ECN กล่าวแนะนำคุณหวาน และคุณรุ่งฟ้า ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่เรือนเพาะชำสลักพระ ที่ได้ผลิตกล้าไม้ทั้งหมด 13,000 กล้าไม้สำหรับโครงการปลูกป่าให้ช้างในปี 2552 (ในครั้งนี้)

คุณอังตัวเน็ต แวนดีวอเตอร์ ผู้อำนวยการมูลนิธิพาช้างกลับบ้านกล่าวต้อนรับอาสาสมัครที่มาร่วมปลูกป่า และชี้แจงความเป็นมาของโครงการปลูกป่าให้ช้างในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ


อาสาสมัครเดินทางด้วยรถกระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ(4WD) ข้ามลำห้วยต่างๆเพื่อเข้าไปยังแปลงปลูกป่า


อาสาสมัครชาวเนเธอร์แลนด์กำลังขมักเขม้นปลูกต้นไม้


อาสาสมัครกำลังช่วยกันปลูกพรรณไม้จำนวน 40 ชนิด ทั้งสิ้น 5,000 กล้าไม้ ลงในแปลงปลูกป่าแปลงที่ 3 บนพื้นที่ลาดชัน


สภาพภายในเรือนเพาะชำเขตฯสลักพระ ที่เต็มไปด้วยเมล็ดไม้ป่าหลากหลายชนิดที่พร้อมจะนำไปเพาะเมล็ด เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการผลิตกล้าไม้ สำหรับโครงการปลูกป่าให้ช้างในปี 2553


บรรยากาศของเรือนเพาะชำในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระในวันที่มีฝนตกหนัก