ควาญพา ” พังกำไล ” ช้างสุรินทร์ไปผสมพันธุ์ที่พัทยารถคว่ำช้างขาหักคนตาย 1 คน

สิบล้อบรรทุกช้างเบรกแตก-เกียร์หลุด แหกโค้งตกเขาพลิกคว่ำ “พังกำไล” ช้างเมืองสุรินทร์ กระเด็นออกนอกรถกระแทกพื้นเจอกระบะรถทับซ้ำ ขาหักสองข้างลุกไม่ได้นอนน้ำตาไหลส่ายงวงขอความช่วยเหลือ จนท.ใช้เวลา 12 ชั่วโมง นำรถเครนยกไป รพ. ส่วนคนดับ 1 เจ็บ 5

ที่มา : หนังสือพิมพ์คมชัดลึกออนไลน์ ฉบับวันที่ 29 พฤษภาคม 2552

อุบัติเหตุทางรถยนต์นำมาสู่ความตายของคน ส่วนช้างอาการสาหัสครั้งนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 28 พฤษภาคม พ.ต.อ.อธิก ลาภานุพัฒน์ ผู้กำกับการ (ผกก.) สภ.ตาพระยา รับแจ้งเกิดเหตุรถบรรทุกช้างพลิกคว่ำ บนถนนสายตาพระยา-โนนดินแดง กม.77-78 บริเวณเขาช่องตะโก หมู่ 5 ต.ทัพราช อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว ทำให้มีผู้บาดเจ็บหลายคน และช้างถูกกระบะรถทับอาการสาหัส รุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.ท.ศักดิ์ชัย ภูเดช สว.สส.สภ.ตาพระยา เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ และเจ้าหน้าที่ป่าไม้  ที่เกิดเหตุเป็นทางโค้งลงเขา พบรถบรรทุกสิบล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว ทะเบียน 81-8712 สุรินทร์ พลิกคว่ำอยู่บริเวณล่องน้ำไหล่ทาง มีผู้บาดเจ็บจำนวน  6 คน นอนร้องครวญครางขอความช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่ต้องเร่งนำส่งโรงพยาบาลตาพระยา 

ส่วนช้างเชือกหนึ่งที่บรรทุกมาในรถถูกกระบะรถคันดังกล่าวทับ สภาพนอนตะแคงขวา หน้าติดพื้นร่องน้ำ ขาหน้าทั้งสองข้างหัก มีแผลฉกรรจ์ ไม่สามารถลุกขึ้นได้ นอนส่ายงวงไปมา และมีน้ำตาไหลออกมาเป็นระยะๆ เจ้าหน้าที่นำน้ำมาลูบหน้าและรูปหัว ระหว่างรอรถเครนมายกไปรักษาที่โรงพยาบาล

ด้านนายสมศักดิ์ ศาลางาม อายุ 30 ปี ภูมิลำเนาอยู่ที่ ต.ตระโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ ควาญช้างและเป็นเจ้าของช้างเชือกนี้ เล่าว่า ช้างเชือกนี้เพศเมียชื่อ “กำไล” อายุกว่า 10 ปี น้ำหนักประมาณ  2 ตัน ก่อนเกิดเหตุเขาและญาติรวม 7 คน นำพังกำไลขึ้นรถบรรทุกสิบล้อ โดยมีนายบุญธรรม หอมหวน อายุ 51 ปี เป็นคนขับ เพื่อจะนำช้างไปผสมพันธุ์ที่ปางช้างของสวนช้างสยาม เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เมื่อรถมาถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นรอยต่อระหว่าง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ กับ อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว ซึ่งเป็นทางลงเขารถเกิดเบรกแตกและเกียร์หลุด คนขับไม่สามารถบังคับรถได้ทำให้รถแหกโค้งพลิกคว่ำ ส่งผลให้มีคนบาดเจ็บ 6 คน ส่วนตนไม่เป็นอะไร

ทั้งนี้ ผู้บาดเจ็บทราบชื่อต่อมาคือ นายบุญธรรม น.ส.วารุณี วาดี อายุ 24  ปี นางเหลือ ศาลางาม อายุ 51  ปี นายโชติ ทรัพย์มาด อายุ 26 ปี นายไพรวัลย์ ชมเวียน อายุ 17 ปี และ ด.ช.เจษฎากร ศาลางาม อายุ 2 ขวบ โดยทั้งหมดเป็นญาติกัน ล่าสุด มีรายงานว่านางเหลือทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตแล้วที่โรงพยาบาลตาพระยา

“ที่น่าเป็นห่วงคือพังกำไลที่ถูกกระบะรถทับที่ขาด้านหน้าทั้งสองข้าง ไม่สามารถขยับได้ ขณะนี้ได้ประสานไปยังโรงพยาบาลช้าง จ.สุรินทร์ มาตรวจดูอาการแล้ว” นายสมศักดิ์กล่าวด้วยความกังวล

ต่อมาทหารและเจ้าหน้าที่อีกหลายหน่วยงาน นำรถเครนเตรียมมายกกระบะรถสิบล้อออกจากพังกำไล เพื่อนำช้างไปโรงพยาบาล แต่ยังไม่สามารถหาเครื่องช่วยพยุงหรือเครื่องช่วยยกช้างได้ จึงเร่งประสานไปยังหน่วยงานที่มีเครื่องมืออย่างเร่งด่วน

กระทั่งเวลา 11.00 น. วันที่ 29 พฤษภาคม ส.พญ.ภัทร เชื้อพลายเวช ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและสุขภาพช้างแห่งชาติ นำคณะสัตวแพทย์ เดินทางมาตรวจอาการพังกำไล เบื้องต้นสัตวแพทย์ได้ให้น้ำเกลือ พร้อมทั้งฉีดยาแก้ปวดและยาลดความเครียดให้แก่พังกำไลเพื่อพยุงอาการ จากนั้นเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลช้าง จ.สุรินทร์ นำรถบรรทุกมาถึงที่เกิดเหตุ และยกพังกำไลขึ้นรถบรรทุก โดยมีเครื่องช่วยพยุงประคองไว้ตลอดเวลา จากนั้นทีมสัตวแพทย์ร่วมกันตรวจสภาพพังกำไลอย่างละเอียดอีกครั้ง

“จากการตรวจสอบพบว่า พังกำไลมีอาการหนักและน่าห่วงเกินกว่าที่จะนำไปรักษาที่โรงพยาบาลช้าง จ.สุรินทร์ จึงส่งพังกำไลไปรักษาที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม เนื่องจากมีอุปกรณ์และเครื่องมือครบถ้วน โดยออกเดินทางในเวลา 14.00 น.” ส.พญ.ภัทรกล่าว