โครงการปลูกป่าให้ช้างในเขตฯสลักพระ จ.กาญจนบุรี สนใจสมัครด่วน!
การสำรวจพื้นที่ปลูกป่าแห่งใหม่ในเขตพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระสำหรับปี 2552
ในส่วนของการสำรวจพื้นที่แปลงปลูกป่าแห่งใหม่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ สำหรับปี 2552 จำนวนทั้งสิ้น 20 - 25 ไร่ สำหรับการปลูกกล้าไม้ท้องถิ่นที่ผลิตขึ้นเองจากเจ้าหน้าที่เรือนเพาะชำที่หน่วยพิทักษ์ป่าห้วยสะด่องโดยการสนับสนุนจากมูลนิธิพาช้างกลับบ้าน ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2551 เป็นต้นมา นับไปจนถึงวันปลูกป่าในเดือนมิถุนายน 2552 ที่จะถึงนี้ มีกล้าไม้ที่โตมีขนาดพร้อมปลูกแล้ว คิดเป็น 23 ชนิด จำนวนทั้งสิ้น 13,000 กล้าไม้ จากกล้าไม้ที่ผลิตได้ในเรือนเพาะชำทั้งสิ้น 25,000 กล้าไม้ ดังรายชื่อต้นไม้ที่จะนำไปปลูกดังต่อไปนี้ มะค่าโมง พฤกษ์(ตะคึก) ชัยพฤกษ์(คูณ) เพกา ชงโค มะกัก ตะคร้อหนาม ซ้อ(ร่มฟ้า) หมัน มะค่าแต้ ตาเสือ สมอพิเภก มะกอก หว้า ตะไล ทิ้งถ่อน พญาสัตบรรณ ตะเคียนทอง ตะแบก แค ประดู่ป่า ขี้เหล็กป่า และมะขามป้อม
การคัดเลือกพื้นที่ปลูกป่า
เนื่องจากแปลงปลูกป่าในปีที่แล้ว(2551) จำนวน 20 ไร่ ตั้งอยู่บริเวณด้านในของป่าสลักพระที่ติดกับหน่วยพิทักษ์ป่าสลักพระ ซึ่งอยู่ห่างจากถนนใหญ่ค่อนข้างมาก(13 ก.ม โดยประมาณ) นอกจากนี้เส้นทางที่เข้าไปในป่าเป็นไปอย่างยากลำบาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูฝน การเดินทางต้องใช้รถกระบะ 4WD เท่านั้นถึงจะเข้าไปได้ ตลอดเส้นทางเต็มไปด้วยกิ่งไผ่ที่โค่นล่มเนื่องจากช้างป่ากินไผ่เป็นอาหารและหักกิ่งไผ่ระเกะระกะกีดขวางทางเดินรถ นอกจากนี้ยังต้องขับรถข้ามลำห้วยจำนวนทั้งสิ้น 5 ลำห้วย และต้องเดินเท้าจากหน่วยพิทักษ์ป่าสลักพระเข้าไปยังแปลงปลูกป่าอีกประมาณ 1 กม. ซึ่งทำให้เกิดความยากลำบากมากในการขนส่งกล้าไม้ และอุปกรณ์ต่างๆที่ต้องปลูกป่าในช่วงฤดูฝน ทำให้การเดินทางเข้าไปในป่ายากลำบากมากขึ้น เนื่องจากถนนลื่นและน้ำในลำห้วยมีปริมาณมากและไหลแรง ทำให้ข้ามลำบาก รวมทั้งความไม่สะดวกในการเข้าไปดูแลหลังการปลูกและการเจริญเติบโตของกล้าไม้ เนื่องจากความยากลำบากทั้งในการเข้าถึงพื้นที่และการบริหารจัดการในการดูแลหลังการปลูก
ดังนั้นผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายจึงสรรหาพื้นที่ปลูกป่าแห่งใหม่ที่มีความสะดวกในการเข้าถึง ในเบื้องต้นทุกฝ่ายที่เข้าไปสำรวจพื้นที่ร่วมกันทั้งเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิพาช้างกลับบ้าน เจ้าหน้าที่ของเครือข่ายอนุรักษ์ช้าง(ECN) และเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ มีความเห็นร่วมกันในการที่จะเลือกพื้นที่แปลงปลูกป่าแห่งใหม่บริเวณรอยต่อระหว่างลำห้วยที่ 2 และลำห้วยที่ 3 ซึ่งเป็นเส้นทางที่จะเข้าไปในหน่วยพิทักษ์ป่าสลักพระที่อยู่ด้านใน ซึ่งเป็นป่าที่ช้างจะสามารถมาใช้ประโยชน์ได้ และสะดวกในการเดินทางเข้าไป โดยพื้นที่ปลูกป่าแห่งใหม่นี้ มีความเหมาะสมหลายประการ คือ
1. แปลงปลูกป่าแห่งใหม่อยู่ไม่ไกลจากหน่วยพิทักษ์ป่าห้วยสะด่องมากจนเกินไป(ไม่เกิน 3 กิโลเมตร) ซึ่งหน่วยฯ ห้วยสะด่องอยู่ติดกับถนนใหญ่ สามารถเข้าถึงได้โดยการเดินเท้า รถมอเตอร์ไซด์ และรถกระบะ ซึ่งทำให้สะดวกต่อการขนส่งกล้าไม้ และวัสดุอุปกรณ์ต่างๆไปยังแปลงปลูกป่า รวมทั้งอาสาสมัครที่จะมาปลูกป่าด้วย นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระยังสามารถเดินทางเข้าไปดูแลกล้าไม้ในแปลงปลูกหลังการปลูกป่าได้โดยสะดวกด้วย เนื่องจากจะต้องมีการติดตามดูแลแปลงปลูก รวมไปถึงการติดตามการเจริญเติบโตของกล้าไม้หลังการปลูกป่าอย่างน้อย 2 ปี จนกระทั่งป่าตามธรรมชาติกลับมาฟื้นตัวได้เอง ดังนั้นหากพื้นที่ปลูกป่าง่ายต่อการเข้าถึงและการดูแลรักษากล้าไม้ที่ปลูกไว้ ก็น่าจะมีความเหมาะสมกว่า
2. ลักษณะของพื้นที่ป่าบริเวณนี้ ส่วนใหญ่จะพื้นที่เปิดโล่ง มีทุ่งหญ้าสลับกับวัชพืชและพุ่มไม้ขนาดเล็ก พร้อมทั้งมีต้นไม้ใหญ่ตามธรรมชาติอยู่บ้างพอสมควรแต่ไม่หลากหลายชนิด ในขณะที่ป่าไผ่ที่อยู่ในบริเวณนี้มีปริมาณค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับพื้นที่อื่นๆของป่าสลักพระที่เต็มไปด้วยป่าไผ่ ดังนั้นหากเลือกปลูกป่าในบริเวณนี้ก็คาดว่าน่าจะได้ผลดีเนื่องจาก การปลูกป่าในพื้นที่โล่งจะทำให้กล้าไม้เจริญเติบโตได้ดีกว่าการปลูกกล้าไม้ใต้ร่มของป่าไผ่ และยังเป็นการเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ป่าธรรมชาติเดิมให้มีชนิดของพรรณไม้ที่หลากหลายมากขึ้นด้วย โดยเฉพาะชนิดที่เป็นอาหารของช้าง และดึงดูดสัตว์ป่าชนิดๆต่างที่เป็นตัวกระจายเมล็ดไม้ให้กลับเข้ามาในพื้นที่
3. การที่มีป่าไผ่จำนวนไม่มากในบริเวณแปลงปลูกป่า จะมีผลดีต่อการควบคุมไฟป่าในช่วงฤดูแล้ง เนื่องจากไม้ไผ่เป็นเชื้อเพลิงอย่างดีเมื่อเกิดไฟป่า นอกจากนี้พื้นที่ป่าบริเวณนี้ยังอยู่ติดกับลำห้วยทั้ง 2 ด้าน ซึ่งน่าจะเป็นแนวกันไฟที่ดีในการป้องกันไฟป่าที่จะเกิดขึ้นเป็นประจำในช่วงฤดูแล้งของทุกปี
สำหรับการตัดสินใจครั้งสุดท้ายเพื่อเลือกพื้นที่ปลูกป่าสำหรับปี 2552 อยู่ในระหว่างการปรึกษาหารือกับทางหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ เนื่องจากยังมีพื้นที่อื่นๆ ที่มีความเหมาะสมเช่นกันภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระซึ่งมีพื้นที่ค่อนข้างกว้างใหญ่ และต้องใช้เวลาในการสำรวจพอสมควร ซึ่งคาดว่าจะทราบพื้นที่ชัดเจนอีกครั้งภายในกลางเดือนพฤษภาคม หลังจากนั้นทางมูลนิธิฯ จะเข้าไปเตรียมการในส่วนของการเตรียมพื้นที่แปลงปลูกป่าต่อไปภายในปลายเดือนพฤษภาคม 2552 เช่น การเข้าไปวัดขนาดและทำขอบเขตแนวแปลงปลูกป่า ตัดถอนวัชพืชในแปลงปลูกป่าทั้งหมด โดยไม่ตัดกล้าไม้ธรรมชาติที่มีอยู่เดิม การเตรียมทำไม้ไผ่สำหรับกำหนดจุดปลูก รวมทั้งการตรวจสอบคุณภาพของกล้าไม้ และจัดหาอุปกรณ์ในการปลูกป่า เป็นต้น
วันปลูกป่าสำหรับโครงการปลูกป่าให้ช้างในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี
วันปลูกป่าสำหรับในส่วนของวันปลูกป่านั้น ขอเรียนแจ้งให้ผู้สนใจที่ต้องการเป็นอาสาสมัครปลูกป่าให้ช้างในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ในวันพฤหัสที่ 18 มิถุนายน 2552 ตั้งแต่เวลา 9.00 น. เป็นต้นไป โดยพบกันที่บริเวณด้านหน้าหน่วยพิทักษ์ป่าห้วยสะด่อง ซึ่งตั้งอยู่ที่ กม. 38 ถนนสาย ต.ลาดหญ้า ไปยังน้ำตกเอราวัณ(ถนนทางหลวงหมายเลข 3199)
การเดินทางไปยังแปลงปลูกป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี
1. โดยรถยนต์ส่วนตัว : จากอำเภอเมือง จ.กาญจนบุรี ให้ขับรถมุ่งหน้าไปยังถนนทางหลวงหมายเลข 323 จนถึงสามแยกตำบลแก่งเสี้ยน แล้วให้เลี้ยวไปยังถนนทางหลวงหมายเลข 3199 ผ่านไปยังตำบลลาดหญ้า เข้าสู่ตำบลวังด้ง ผ่านเขื่อนท่าทุ่งนา ผ่านศูนย์รวมตะวันไปประมาณ 3 ก.ม จะเจอหน่วยพิทักษ์ป่าห้วยสะด่องซึ่งตั้งอยู่ที่ กม. 38 ทางด้านซ้ายมือของถนนที่มุ่งหน้าไปยัง อ.ศรีสวัสดิ์ คลิกดูแผนที่ได้ที่นี่
2. โดยรถโดยสารประจำทาง : การเดินทางจากตัวเมืองกาญจนบุรี ไปยัง หน่วยพิทักษ์ป่าห้วยสะด่อง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี : จากสถานีขนส่ง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี มีรถประจำทางสายกาญจนบุรี - น้ำตกเอราวัณ ค่าโดยสารประมาณ 30 บาท หน่วยห้วยสะด่องตั้งอยู่ที่ ก.ม 38 (อ้างอิงจากเว็บไซด์ของชมรม Friends of Salakpra คลิกที่นี่ http://www.friendsofsalakphra.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538709503 )
ค่าใช้จ่าย
สำหรับการมาร่วมโครงการปลูกป่าให้ช้างนั้น ทางมูลนิธิฯ จะสนับสนุนค่าเดินทาง(รถปิคอัพ)จากหน่วยพิทักษ์ป่าห้วยสะด่องเข้าไปยังแปลงปลูกป่าที่อยู่ด้านในป่าสลักพระทั้งไปและกลับ รวมทั้งอาหารกลางวัน ขนม น้ำดื่ม อุปกรณ์ต่างๆในการปลูกป่า กล่องยาสำหรับปฐมพยาบาลเบื้องต้น (First Aid kit) โดยทางมูลนิธิฯ ใคร่ขอให้ทางกลุ่มอาสาสมัครสนับสนุนค่าใช้จ่ายส่วนตัวในการเดินทางมายังจังหวัดกาญจนบุรีด้วยตัวของท่านเอง หากท่านต้องการที่จะพักค้างคืน ทางเราสามารถจัดที่พักให้ทุกท่านได้(เต็นท์)ภายในศูนย์อนุรักษ์ช้าง(ELephant World) ซึ่งอยู่ติดกับแม่น้ำแควใหญ่ ห่างจากเขตฯ สลักพระ ประมาณ 30 นาที โดยมีค่าใช้จ่าย 1,500 บาท/คน/คืน สำหรับเป็นค่าอาหารและที่พัก รวมทั้งเป็นเงินสนับสนุนค่าอาหารช้างภายในศูนย์ฯ
ข้อแนะนำในวันปลูกป่า
เนื่องจากป่าสลักพระเป็นป่าที่ค่อนข้างอยู่ลึก และเต็มไปด้วยป่าไผ่และวัชพืชที่มีหนามแหลมคม ประกอบกับอากาศที่ร้อนจัดตลอดทั้งวัน ดังนั้นจึงจะเรียนประชาสัมพันธ์ให้อาสาสมัครทุกท่านแต่งกายด้วยชุดรัดกุม คือ เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว รองเท้าผ้าใบ พร้อมกับให้เตรียมถุงมือ หมวกกันแดด และแว่นตากันแดดมาด้วย(ถ้าจำเป็น) เพื่อความสะดวกและปลอดภัยสำหรับอาสาสมัครทุกท่าน
การลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการปลูกป่าให้ช้าง
ขอให้อาสาสมัครทุกท่านที่สนใจ กรุณาส่ง E-mail มาลงทะเบียน พร้อมกับแจ้งจำนวนผู้สนใจเข้าร่วมโครงการ ที่คุณดุษฎี(ติ๊ก) E-mail : dutsadee.nilubol@bring-the-elephant-home.org หรือ โทรศัพท์มาแจ้งความจำนงได้ที่คุณติ๊ก โทร (089)554-9980 หรือที่คุณอังตัวเน็ต แวนดี วอเตอร์ โทร (081) 568-0571 โดยด่วนที่สุด ภายในวันที่ 17 มิถุนายน 2552
************ ขอเรียนเชิญทุกท่านมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการปลูกป่าให้กับช้างไทยของเราด้วยกันนะคะ *************


