ความคืบหน้าในการจัดซื้อที่ดินผืนใหม่สำหรับโครงการปลูกป่าให้ช้าง
ทางมูลนิธิพาช้างกลับบ้าน ขอขอบพระคุณผู้มีอุปการะคุณทุกท่านที่ได้มีส่วนในการบริจาคเงินเพื่อสนับสนุนในการจัดซื้อที่ดินผืนใหม่ของศูนย์บริบาลช้าง(Elephant Nature Park) อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ จนถึงปัจจุบันมียอดเงินบริจาคแล้วทั้งสิ้น 8,150 ยูโร หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 367,000 บาท โดยในเงินจำนวนนี้จะนำไปใช้สำหรับโครงการปลูกป่าให้ช้างในที่ดินผืนนี้ด้วย เป็นจำนวน 4,500 บาท หรือ 200,000 บาท
ทันที่ที่บรรลุข้อตกลงในเรื่องที่ดินทางมูลนิธิจะเริ่มทำการปรับปรุงที่ดินเพื่อเตรียมความพร้อมในการปลูกป่าในทันที ซึ่งในขณะนี้ในที่ดินยังเต็มไปด้วยแปลงกระหล่ำซึ่งเจ้าของเดิมได้ให้ชาวบ้านในชุมชนเช่าสำหรับทำการเกษตร โดยเฉพาะการปลูกกระหล่ำปลีและผักกาด แต่นับจากเดือนเมษายน เป็นต้นไป หลังจากที่เกษตรกรทำการเก็บเกี่ยวผลผลิตเพื่อนำไปจำหน่ายแล้วก็จะย้ายไปทำการเกษตรในพื้นที่อื่น ดังนั้นหลังภายในเดือนพฤษภาคม จะมีการเตรียมพื้นที่สำหรับการปลูกฟื้นฟูป่าต่อไป
ได้มีการสุ่มตัวอย่างดินในแปลงปลูกป่าไปวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการของคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อตรวจสอบคุณภาพของดิน รวมทั้งสารเคมีปนปื้อนในดินเนื่องจากการทำการเกษตรอย่างต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลานานหลายปี ซึ่งผลจากการทดสอบ พบว่า มีเพียงค่า หรือค่าความเป็นกรดเป็นด่างในดินต่ำกว่ามาตรฐานเล็กน้อย หรือกล่าวได้ว่าสภาพดินค่อนข้างมีความเป็นกรดเล็กน้อย ซึ่งสามารถแก้ไขได้โดยการใส่ปูนขาวซึ่งเป็นด่างลงไปในดิน เพื่อปรับสภาพของดินให้มีความเป็นกรดลดลง และพบว่าในดินมีความชื้นสูงและมีอินทรียวัตถุ และธาตุอาหาร ต่างๆในดินค่อนข้างสูงมากโดยเฉพาะธาตุฟอสฟอรัสและโปตัสเซียมอาจจะเนื่องมาจากการที่เกษตรกรได้ใช้ปุ๋ยเคมีเป็นจำนวนมากในการปลูกพืชผักต่างๆในแต่ละปีเพื่อเพิ่มผลผลิตนั่นเอง สำหรับในส่วนของการปนเปื้อนของยาฆ่าแมลงในดินนั้นยังอยู่ในระหว่างการทดสอบ คาดว่าจะทราบผลการวิเคราะห์ภายในเดือนพฤษภาคม ดังนั้นสำหรับการปลูกฟื้นฟูป่าในฤดูฝนที่จะถึงนี้ทางเราอาจจะไม่จำเป็นต้องปรับปรุงสภาพดินมากนักเพราะดินมีคุณภาพดีอยู่แล้ว แต่อาจจะมีการปรับไปใช้ปุ๋ยอินทรีย์แทนรวมทั้งงดการใช้ยาฆ่าแมลงแต่จะใช้วิธีควบคุมตามธรรมชาติเพื่อลดการใช้สารเคมีและยาฆ่าแมลงเนื่องจากสิ่งเหล่านี้อาจจะก่อให้เกิดสารพิษสะสมที่เป็นอันตรายต่อช้างได้
จนถึงขณะนี้ ทางศูนย์บริบาลช้างได้ดำเนินการจัดสร้างห้องน้ำสำหรับอาสาสมัครที่จะมาทำงาน และช่วยเหลือในการก่อสร้างเรือนเพาะชำรวมทั้งการปลูกต้นไม้ด้วย นอกจากนี้ได้มีการสร้างแนวกันไฟกว้างประมาณ 15 ฟุต โดยรอบแปลงปลูกป่าในช่วงฤดูแล้ง เพื่อป้องกันปัญหาไฟป่าที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีในพื้นที่ต่างๆรอบแปลงปลูกป่า
หลังจากเทศกรานต์สงกรานต์แล้ว ทางศูนย์ฯ จะเริ่มทำการก่อสร้างเรือนเพาะชำ พร้อมกับการอบรมเจ้าหน้าที่ที่จะมาผลิตกล้าไม้และดูแลเรือนเพาะชำ ดังนั้นทางเราจึงต้องการแรงงานอาสาสมัครที่มาเที่ยวที่ศูนย์บริบาลช้างจำนวนมากสำหรับการก่อสร้างเรือนเพาะชำเพื่อผลิตกกล้าไม้ และเราจะนำกล้าไม้ที่ผลิตทั้งหมดไปปลูกฟื้นฟูป่าเพื่อสร้างแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งหากินของช้าง รวมทั้งเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่นี้ต่อไป ซึ่งในอนาคตจะต้องกลายเป็นป่าตามธรรมชาติที่เปรียบเสมือนกับสวรรค์ของช้างอย่างแน่นอน
สำหรับอาสาสมัครที่ต้องการทำกิจกรรมในโครงการปลูกป่าให้ช้าง เราได้จัดทำโปรแกรมพิเศษไว้ให้กับท่าน เช่น การเดินป่าเพื่อสำรวจการติดดอกออกผลของต้นไม้ การเก็บเมล็ดไม้ในป่า การเพาะเมล็ดไม้ การทำงานในเรือนเพาะชำ การปลูกต้นไม้ในแปลงปลูกป่า การดูแลรักษากล้าไม้หลังการปลูกป่า รวมทั้งการให้ความรู้เกี่ยวกับเทคนิควิธีการต่างๆในการปลูกฟื้นฟูป่า เป็นต้น
ในปี 2552 นี้ ทางเราได้ตั้งเป้าหมายสำหรับการปลูกฟื้นฟูป่าให้ช้างไว้ดังนี้ จะทำการปลูกป่าให้ช้างในพื้นที่ 20 ไร่ โดยใช้จำนวนกล้าไม้จำนวน 20,000 กล้าไม้ ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่ค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับพื้นที่ทั้งหมดจำนวนกว่า 300 ไร่ แต่เนื่องจากทางเรามีแนวคิดที่ว่าการปลูกป่าในพื้นที่ไม่มากจนเกินไปแต่มีการดูแลอย่างดีหลังการปลูก(การตัดหญ้า และใส่ปุ๋ย) อย่างน้อย 2-3 ปีหลังจากการปลูกป่า จะทำให้กล้าไม้ที่ปลูกมีอัตราการรอดตายสูงและพื้นที่ป่าจะกลับมาภายในระยะอันรวดเร็ว นอกจากนี้การปลูกป่าในพื้นที่ขนาดใหญ่ต้องใช้ทั้งแรงงานและงบประมาณที่ค่อนข้างสูง ซึ่งเป็นข้อจำกัดที่สำคัญมากประการหนึ่งสำหรับมูลนิธิฯ ของเรา
ทันทีที่เรือนเพาะชำสร้างเสร็จแล้ว ทางมูลนิธิฯ จะเริ่มผลิตกล้าไม้คุณภาพสำหรับใช้ในโครงการปลุกฟื้นฟูป่าในแต่ละปี โดยในปัจจุบันเรือนเพาะชำเดิมที่ตั้งอยู่ในศูนย์บริบาลช้าง มีกล้าไม้ท้องถิ่นที่พร้อมปลูกแล้วทั้งสิ้น 4,000 กล้าไม้ นอกจากนี้เรายังจะได้รับการสนับสนุนกล้าไม้ป่าจากกรมป่าไม้อีกจำนวน 10,000 กล้าไม้ รวมทั้งจะต้องมีการจัดซื้อพืชอาหารช้างบางชนิดเพิ่มเติม เช่น เต่าร้าง หมาก และพืชตระกูลปาล์มต่างๆ เป็นต้น ซึ่งทางมูลนิธิฯ จะนำงินที่ได้รับจากากรบริจาคของทุกๆท่าน เพื่อไปใช้ในกิจกรรมต่างๆเหล่านี้ทั้งสิ้น โดยการบริจาคเงินจำนวน 10 ยูโร สำหรับการปลูกกล้าไม้จำนวน 10 ต้น หรือคิดเป็นต้นละ 1 ยูโร ดงันั้นเรามาร่วมแรงร่วมใจกันในการฟลิกฟื้นที่ดินนี้ให้กลายเป็นป่าตามธรรมชาติเพื่อเป็นแหล่งที่อยู่อาสัยและแหล่งหากินของช้างด้วยกันเถอะค่ะ
ถึงแม้ว่าทางมูลนิธิฯ จะได้ดำเนินการไปบางส่วนแล้ว แต่ในขณะเดียวกัน ทางเรายังต้องการการสนับสนุนจากท่านต่อไป ดังนั้นหากท่านสนใจจะบริจาคเงินเพิ่มเติมเพื่อใช้ในโครงการปลูกป่าให้ช้างสำหรับที่ดินผืนใหม่จำนวนกว่า 300 ไร่ ที่อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของศูนย์บริบาลช้าง ท่านสามารถบริจาคเงินสำหรับโครงการปลูกป่าให้ช้างสำหรับที่ดินแห่งนี้ ผ่านทางระบบออนไลน์ได้ที่นี่ https://www.allegoededoelen.nl/externalMod.php หรือคลิกบริจาคออนไลน์ที่ข้างล่างนี้ค่ะ
ขอขอบพระคุณทุกๆท่านมา ณ ที่นี้
อังตัวเน็ต แวนดี วอเตอร์

ห้องน้ำที่สร้างเสร็จแล้ว สำหรับรองรับนักท่องเที่ยวและเจ้าหน้าที่ที่ทำงานในเรือนเพาะชำ
พื้นที่แปลงปลูกกระหล่ำปลีจำนวนกว่า 300 ไร่ ที่จะเปลี่ยนให้เป็นป่าตามธรรมชาติสำหรับช้างต่อไป

ที่ดินสำหรับทำเป็นแปลงปลูกป่าภายหลังจากที่เกษตรกรทำการเก็บเกี่ยวผลผลิตเสร็จแล้ว

อาสาสมัครกลุ่มแรกที่ได้มีโอกาสมาเยี่ยมชมที่ดินผืนใหม่สำหรับจะทำการปลูกฟื้นฟูป่าให้ช้าง





