เรื่องราวจากค่ายอาสาสมัครโครงการปลูกป่าให้ช้าง ครั้งที่ 1
หลังจากที่ได้มีการจัดค่าย อาสาสมัครโครงการปลูกป่าให้ช้าง ในระหว่างวันที่ 23 -25 มกราคม 2552 เป็นเวลา 2 วัน 1คืน โดยมีผู้เข้ากิจกรรมค่ายในครั้งนี้มาจากหลายแหล่งประกอบไปด้วย ทีมงานจากมูลนิธิพาช้างกลับบ้าน นักท่องเที่ยวชาวเนเธอร์แลนด์ เจ้าหน้าที่จาก PDA ศูนย์ลำปลายมาศ ชาวบ้านและกลุ่มเยาวชนจากบ้านไผ่น้อยและบ้านไผ่ใหญ่ เข้ามาร่วมกิจกรรมต่างๆที่จัดขึ้นเป็นจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 50 คน
วันที่ 1 เริ่มต้นทำกิจกรรมโดยการร่วมกันปลูกต้นกล้วยเพื่อเป็นอาหารให้ช้าง จำนวน 220 ต้น ในบริเวณเกาะลอย ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเกาะสวนสัตว์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่จะนำช้างนกน้อย รวมทั้งช้างเร่ร่อนเชือกอื่นๆให้ไปอาศัยอยู่อย่างอิสระบนเกาะนั้นต่อไปในอนาคตอันใกล้ ภายกลังจากการสร้างโรงเรือนให้กับช้าง รวมทั้งจะมีโครงการปลูกพืชอาหารช้างบนเกาะลอย ให้มีความหลากหลายมากขึ้น เพื่อให้ช้างมีอาหารอย่างเพียงพอต่อไป
งานได้เริ่มในเวลา 9.00 น. โดยคุณอังตัวเน็ต ได้กล่าวต้อนรับอาสาสมัครและได้มีการอธิบายสรุปถึงที่มาในการดำเนินโครงการปลูก ป่า รวมทั้งแนวคิดและวิธีการปลูกป่า เพื่อทำความเข้าใจกับทุกฝ่ายก่อนที่จะเริ่มงาน แต่เนื่องจากในขณะนี้ยังไม่มีสะพานข้ามไปยังเกาะลอย ดังนั้นอาสาสมัครทุกคนจึงช่วยกันลำเลียงต้นกล้วย ปุ๋ยอินทรีย์ จอบ เสียม ถังน้ำ และอุปกรณ์ที่จำเป็นต่างๆ ในการปลูกต้นกล้วยใส่ลงไปในเรือท้องแบนที่ได้รับความอนุเคราะห์จาก อบต.หนองคู และช่วยกันพายข้ามลำน้ำมาศไปยังเกาะลอย ทันทีที่ไปถึงเกาะลอย ได้มีมีการเลือกพื้นที่ปลูกต้นกล้วยในบริเวณที่ติดกับริมน้ำก่อน เนื่องจากในช่วงเวลาที่ปลูกเป็นช่วงฤดูแล้ง และฝนทิ้งช่วง จึงไม่มีน้ำฝนในการที่จะช่วยให้ต้นกล้วยเติบโตได้ดี ประกอบกับต้นกล้วยสามารถขึ้นได้ดีในบริเวณริมน้ำหรือในที่ลุ่มน้ำขังที่มีความชื้นสูง เนื่องจากต้นกล้วยต้องการน้ำในปริมาณที่มากในการเจริญเติบโตด้วย ดังนั้นจึงมีการแบ่งหน้าที่ออกเป็นฝ่ายต่างๆ โดยส่วนใหญ่ผู้ชายจะทำหน้าที่ขุดหลุมปลูกเป็นแนวยาวตลอดริมฝั่งน้ำ ในขณะที่ผู้หญิง และอาสาสมัครชาวเนเธฮร์แลนด์จะช่วยลำเลียงต้นกล้วยไปยังหลุมปลูก พร้อมทั้งปลูกต้นกล้วยลงในหลุมปลูก ในขณะที่เด็กเล็กจะช่วยกันใส่ปุ๋ยและรดน้ำต้นกล้วยที่ปลูกเสร็จเรียบร้อยแล้ว ถึงแม้ว่าสภาพอากาศในวันปลูกป่าจะค่อนข้างร้อนและมีแดดจัด แต่อาสาสมัครทุกคนก็ไม่ย่อท้อ ต่างฝ่ายต่างร่วมไม้ร่วมมือช่วยกันปลูกต้นกล้วยจนกระทั่งสามารถแล้วเสร็จภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว คือ ประมาณ 3 ชั่วโมงเท่านั้นทั้งๆที่บางคนยังไม่เคยมีประสบการณ์ในการปลูกป่ามาก่อนเลย นับว่าเป็นความร่วมแรงร่วมใจของทุกฝ่ายในการที่จะปลูกพืชอาหารให้ช้างจึงทำให้งานเสร็จกว่าเวลาที่คาดการณ์ไว้ จากนั้นทุกคนจึงเดินทางขึ้นเรือเพื่อข้ามกลับมายังฝั่งเกาะสวนสัตว์เพื่อรับประทานอาหารร่วมกันแบบปิคนิคบริเวณริมฝั่งน้ำในเวลาประมาณ 13.00 น.
กิจกรรมในตอนกลางคืน
ในช่วงค่ำ ได้มีการให้อาสาสมัครทุกคนมารวมตัวกันอีกครั้งภายในหมู่บ้านไผ่น้อย ซึ่งที่หมู่บ้านนี้ได้มีการเปิดบ้านให้นักท่องเที่ยวได้เข้าพักแบบโฮมสเตย์ รวมทั้งได้เรียนรู้การทำอาหารอีสานร่วมกับชาวบ้านด้วย จากนั้นในเวลาประมาณ 20.00 น. ได้มีพิธีการต้อนรับแขกอย่างเป็นทางการแบบประเพณีดั้งเดิมของชาวอีสาน โดยการบายศรีสู่ขวัญ มีผู้สูงอายุในชุมชนมากล่าวอวยพรและผูกข้อมือ รวมทั้งการนำผ้าขาวม้ามาผูกรอบเอว เพื่อแสดงถึงการต้อนรับด้วยน้ำใสใจจริงของคนที่นี่ และเป็นการต้อนรับเข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง
การแสดงของเด็กเยาวชนในชุมชน เริ่มต้นด้วยการรำอวยพร การเต้นแอโรบิกแดนซ์ สลับกับการแสดงของอาสาสมัครชาวเนเธอร์แลนด์ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนกันการแสดงกัน จากนั้นทุกคนได้มีโอกาสรับชมวีดีโอเกี่ยวกับการช่วยเหลือช้างของมูลนิธิพาช้างกลับบ้าน และปิดท้ายงานด้วยการร่วมกันรำวงรอบกองไฟระหว่างคนในชุมชนและอาสามสมัครชาวต่างชาติ ซึ่งสร้างความประทับใจได้อย่างมากให้กับชาวต่างชาติที่ได้มีโอกาสมาเห็นวัฒนธรรมในการต้อนรับของคนไทย จากนั้นในเวลาประมาณ 22.00 น. ทุกคนต่างแยกย้ายกันกลับบ้านพักด้วยความชื่นมื่น
วันที่ 2 เริ่มต้นยามเช้าด้วยการที่กลุ่มเยาวชนได้พาอาสาสมัครไปเยี่ยมชมตลาดเช้าในตัวอำเภอลำปลายมาศ รวมทั้งได้มีการซื้อกล้วย และผลไม้อื่นๆเพื่อนำไปเป็นอาหารของช้างนกน้อย จากนั้นทุกคนจึงรวมตัวกันไปให้อาหารช้างร่วมกัน ภายหลังจากเสร็จสิ้นการให้อาหารและใช้เวลากับช้างแล้ว อาสาสมัครทุกคนจึงได้มีส่วนร่วมในการทำงานในเรือนเพาะชำกล้าไม้ เช่น การเพาะเมล็ดไม้ และการปลูกต้นไม้ ที่จะนำไปใช้ในโครงการปลูกป่าให้ช้างในเดือนมิถุนายน 2552 ที่จะถึงนี้
ภายกลังจากที่รับประทานอาหารกลางวันร่วมกันแล้ว เวลาประมาณ 14.00 น. กลุ่มอาสาสมัครได้กล่าวลาทางชุมชน และได้มีการถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน ก่อนที่อาสาสมัครชาวเนเธอร์แลนด์จะเดินทางไปทำกิจกรรมอื่นๆ ต่อไปที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา บรรยากาศขณะกล่าวลากันเป็นไปด้วยน้ำตาแห่งความประทับใจ และมิตรภาพที่มีต่อกัน โดยมีการสวมกอดกันระหว่างนักท่องเที่ยวกับเจ้าของบ้านที่ตนได้ไปพักอาศัยอยู่ด้วย รวมทั้งมีการแลกเปลี่ยนที่อยู่กันระหว่างกลุ่มเยาวชนเพื่อจะได้เขียนจดหมายติดต่อกันภายหลังจากที่เดินทางกลับประเทศแล้ว
วันก่อนเดินทางกลับประเทศเนเธอร์แลนด์ นักท่องเที่ยวหลายคนได้กล่าวถึงความประทับใจที่มีต่อค่ายอาสาปลูกป่าให้ช้างในครั้งนี้มาก และมีบางคนตั้งใจจะเดินทางกลับมาร่วมทำกิจกรรมอีกในปีถัดไป พร้อมจะนำเรื่องราวที่น่าประทับใจนี้ไปบอกต่อๆกันไป เพื่อที่จะมีเพื่อนชาวต่างชาติคนอื่นๆ ที่มีใจรักช้าง เกิดความสนใจและต้องการจะเดินทางเข้ามาทำกิจกรรมที่นี้อีก ซึ่งทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่าการเข้าร่วมในกิจกรรมที่จัดขึ้นโดยมูลนิธิฯ จะเป็นแนวทางหนึ่งในการช่วยเหลือช้างไทยได้
ประมวลภาพกิจกรรมในค่ายอาสาสมัครโครงการปลูกป่าให้ช้าง ระหว่างวันที่ 23 - 25 มกราคม 2552
กิจกรรมการปลูกพืชอาหารให้ช้าง
เกาะลอย เป็นเกาะที่อยู่ภายในอุทยานลำน้ำมาศ มีเนื้อที่มากกว่า 20 ไร่ ซึ่งเป็นสถานที่ที่จะนำช้างเร่ร่อนที่ทางมูลนิธิฯ ช่วยเหลือนำกลับมาไปอาศัยอยู่อย่างอิสระร่วมกันภายหลังจากที่สร้างโรงเรือนช้างแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน 2552
อาสาสมัครช่วยกันขนต้นกล้วยจำนวน 220 ต้น รวมทั้งอุปกรณ์ที่จำเป็นในการปลุกป่าทั้งหมดใส่ในเรือท้องแบน เพื่อนำข้ามลำน้ำมาศไปปลูกที่บริเวณเกาะลอย
อาสาสมัครชาวเนเธอร์แลนด์ช่วยกันปลูกต้นกล้วยอย่างขมักเขม้นเพื่อเป็นอาหารให้กับช้าง
กลุ่มเยาวชนจากบ้านไผ่น้อยและบ้านไผ่ใหญ่เข้ามารวมกิจกรรมปลูกต้นกล้วยให้ช้างด้วย ทั้งช่วยกันขุดหลุม ขนต้นกล้วยไปยังแปลงปลูก รวมทั้งช่วยกันรดน้ำและใส่ปุ๋ย
ทีมงานจากมูลนิธิพาช้างกลับบ้าน ร่วมเป็นอาสาสมัครในการปลูกต้นกล้วยให้ช้างด้วย
กลุ่มอาสาสมัครเยี่ยมชมช้างนกน้อยขณะที่กินอาหาร(หญ้า)และดื่มน้ำจากลำน้ำมาศ
ช้างนกน้อยขณะที่ควาญช้างกำลังอาบน้ำให้
อาสาสมัครช่วยกันซื้ออาหารสำหรับเลี้ยงช้างนกน้อย
อาสาสมัครช่วยกันป้อนอาหารให้ช้างนกน้อย












