“นกน้อย” ช้างตัวแรกบนเกาะสวนสัตว์ ณ อุทยานลำน้ำมาศ อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์

noknoi_met_mahout1นกน้อย” คือ ช้างตัวแรกที่ทางมูลนิธิพาช้างกลับบ้าน ร่วมกับชุมชนบ้านไผ่น้อย ได้ซื้อมาจากปางช้างแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อนำมาเลี้ยงและดูแล รวมทั้งเพื่อการทำทัวร์ช้างเชิงอนุรักษ์ ที่บริเวณอุทยานลำน้ำมาศ หรือ ที่คนในชุมชนเรียกกันว่า “เกาะสวนสัตว์ ” ซึ่งอยู่ในบริเวณพื้นที่บ้านไผ่น้อยและบ้านไผ่ใหญ่ อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ สำหรับชื่อที่ทางเราร่วมกันตั้งให้ช้างตัวนี้ คือ นกน้อย ซึ่งมาจากชื่อเต็มว่า นกน้อยที่มีอิสระเสรี  เนื่องจากเราหวังว่าเมื่อนำช้างมาอยู่ที่นี่ ช้างจะสามารถอาศัยอยู่ได้อย่างอิสระ โดยไม่ต้องถูกบังคับให้ทำงานหนักอีกต่อไป เหมือนกับนกน้อยที่มีอิสระเสรี สามารถบินไปไหนมาไหนได้ตามใจต้องการ   สำหรับนกน้อยเป็นช้างตัวเมีย มีอายุ 40 ปีแล้ว แต่ดูค่อนข้างแก่กว่าอายุจริง มากกว่าครึ่งชีวิตของนกน้อยต้องทำงานอย่างหนักมาโดยตลอด  

โดยตั้งแต่ปี 2524 เป็นต้นมา นกน้อยถูกนำไปทำงานในปางช้างแห่งหนึ่งใน อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ โดยในแต่ละวันนกน้อยมีหน้าที่ต้องนำนักท่องเที่ยวขึ้นขี่หลัง และพาเดินรอบป่าโดยการปีนเขาขึ้นและลง ไม่ต่ำกว่าวันละ 5 - 8 ช.ม จึงทำให้แต่ละวันนกน้อยต้องทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อย  จนกระทั่งในเดือนพฤศจิกายน 2551 ที่ผ่านมา หลังจากที่ทางมูลนิธิพาช้างกลับบ้าน ร่วมกับชุมชนบ้านไผ่น้อยได้มีการขอซื้อจากปางช้างเพื่อนำนกน้อยมาอาศัยอยู่ด้วยกันที่บ้านไผ่น้อย จึงทำให้นกน้อยมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เหมือนกับว่าทางชุมชนบ้านไผ่น้อยได้ให้ชีวิตใหม่แก่นกน้อยนั่นเอง

ภาพด้านบน ช้างนกน้อย และคนเลี้ยงช้างมือใหม่ ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านของบ้านไผ่น้อยที่อาสามาดูแลนกน้อย

และเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน 2551 เช่นกัน ทางมูลนิธิฯได้มีการนำคณะกรรมการในโครงการไปดูงานเกี่ยวกับการทำทัวร์ช้างด้วยวิธีที่แตกต่างที่ศูนย์บริบาลช้าง(Elephant Nature Park) อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้ชุมชนสำหรับการทำทัวร์ช้างที่บ้านไผ่น้อย และบ้านไผ่ใหญ่ต่อไปในภายหลัง รวมทั้งเพื่อให้ทำความเข้าใจร่วมกันถึงวิธีการที่ถูกต้องในการดูแลช้างด้วย  

ขณะนี้ทางถือเจ้าของที่แท้จริงของช้างนกน้อย ก็คือ ชาวบ้านในชุมชนบ้านไผ่น้อยนั่นเอง และได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการกองทุนช้างนกน้อยขึ้น ภายใต้โครงการธนาคารหมู่บ้านที่จัดตั้งขึ้นโดยการประสานงานของสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน(PDA) ศูนย์ลำปลายมาศ เพื่อที่จะให้ทางชุมชนได้มีการดูแลช้างในท้องถิ่น และสามารถสร้างรายได้จากช้างด้วยวิธีการที่แตกต่าง คือ การปล่อยให้ช้างอยู่อย่างอิสระ โดยไม่มีการนำช้างออกไปเร่ร่อนตามท้องถนนเพื่อหารายได้ หรือการขี่ช้าง รวมทั้งไม่มีการแสดงโชว์ของช้างด้วย แต่ที่นี่จะยึดแนวทางการทำทัวร์ช้างที่คล้ายคลึงกับที่ทางคณะกรรมการฯ ได้ไปดูงานที่ศูนย์บริบาลช้าง(Elephant Nature Park) จ.เชียงใหม่ นั่นเอง

และในปลายเดือนพฤศจิกายน 2551 ที่ผ่านมานี้เอง ได้มีกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวเนเธอร์แลนด์ จำนวน 15 คน ที่จัดหามาโดยคุณอังตัวเน็ต แวนดี วอเตอร์ ผู้อำนวยการมูลนิธิฯ ได้มาร่วมกิจกรรทัวร์ช้าง  ซึ่งถือว่าเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติกลุ่มได้มาเยี่ยมนกน้อยอย่างเป็นทางการ และได้มีการพักอาศัยกับชาวบ้านในชุมชนบ้านไผ่น้อยแบบโฮมสเตย์(Home Stay) เพื่อร่วมกิจกรรมต่างๆที่เกี่ยวกับช้าง รวมทั้งเรียนรู้และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่าง 2 ชาติ โดยทางชาวบ้านในชุมชน ร่วมกับสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน(PDA) ศูนย์ลำปลายมาศ ได้ให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดียิ่ง จึงทำให้การทำทัวร์ช้างในครั้งแรกนี้ ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี และสร้างความประทับใจกับนักท่องเที่ยวทุกท่านที่ได้มาเยี่ยมเยียนเป็นอย่างมาก จึงทำให้มีการติดต่อขอเข้ามาร่วมทัวร์ช้างอีก ในเดือนธันวาคม 2551 ที่จะถึงนี้ด้วย และแน่นอนที่สุดทางมูลนิธิฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ในอนาคตคงจะมีนักท่องเที่ยวกลุ่มต่างๆ ไม่เฉพาะชาวต่างประเทศเท่านั้น แต่จะมีนักท่องเที่ยวชาวไทยแวะเวียนเข้ามาเยี่ยมชมนกน้อยเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งทำกิจกรรมเกี่ยวกับทัวร์ช้างอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นสิ่งที่ยืนยันให้กับชุนชนที่นี่ได้มั่นใจว่าด้วยการทำทัวร์ช้างที่แตกต่างจะสามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชน รวมทั้งชุมชนสามารถดูแลช้างได้อย่างยั่งยืนต่อไป และเหนือสิ่งอื่นใด ทางเราจึงหวังเช่นกันว่าชุมชนที่นี่จะดูแลนกน้อยด้วยความรัก ความเมตตา และด้วยการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดีตลอดไป

ความเป็นมาของช้างนกน้อย

นกน้อยเกิดในปี 2511 ที่ อ.แม่สอด จ.ตาก และอาศัยอยู่ในหมู่บ้านของชาวปกากะญอ ตั้งแต่เกิดจนถึงอายุ 13 ปี ที่จริงแล้วนกน้อยสุขภาพแข็งแรงดี แต่อาจจะดูค่อนข้างผอม เนื่องจากนกน้อยต้องทำงานหนักเกือบทุกวัน

noknoi at hard work

 

 

 

 

 

 

นกน้อยสมัยที่เคยทำงานอยู่ในปางช้างแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่ปี 2524 จนถึงปี 2551 ก่อนที่มูลนิธิพาช้างกลับบ้านจะซื้อให้และนำมาเลี้ยงดูในชุมชนบ้านไผ่น้อยในเดือนพฤศจิกายน 2551 ที่ผ่านมา  โดยตลอดระยะเวลา 27 ปี ที่นกน้อยทำงานอยู่ในปางช้างแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ นกน้อยจะมีหน้านำนักท่องเที่ยวขึ้นขี่หลังและพานักท่องเที่ยวเดินท่องป่า รอบๆ ปางช้าง โดยต้องเดินขึ้นและลงเขา รวมทั้งข้ามแม่น้ำ ไม่ต่ำกว่าวันละ 8 ช.ม  ซึ่งเป็นที่ทราบกันว่ากระดูกสันหลังของช้างไม่ได้แข็งแรงมากอย่างที่พวกเราคิดกัน หากมีการขี่ช้างเป็นระยะเวลานานๆ จะทำให้กระดูกสันหลังของช้างแตกหรือเปราะได้ง่าย

1st Duitch gr. visited noknoi Nov.08

นักท่องเที่ยวชาวเนเธอร์แลนด์ จำนวน 15 คน เป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มแรกที่ได้มาเยี่ยมนกน้อย  หลังจากที่นกน้อยเพิ่งเดินทางจากจังหวัดเชียงใหม่มาอาศัยอยู่ที่อุทยานลำน้ำมาศก่อนหน้านี้เพียงแค่ 3 วัน จึงทำให้นกน้อยที่ยังไม่คุ้นเคยกับสภาพที่อยู่ใหม่ และต้องปรับตัวอีกมาก มีอาการซึม และไม่ค่อยสดใสเท่าที่ควร

Ann and noknoi

คุณอังตัวเน็ต แวนดี วอเตอร์ ผู้อำนวยการมูลนิธิฯ กำลังป้อนกล้วยให้นกน้อยกินอย่างเอร็ดอร่อย

คุณลุงกี ควาญช้างผู้มีประสบการณ์มากกว่า 30 ปี พร้อมทั้งควาญช้างมือใหม่ และนักท่องเที่ยวชาวเนเธอร์แลนด์ช่วยกันพานกน้อยเดินเล่นบริเวณรอบๆอุทยานลำน้ำมาศ แทนที่จะเป็นการพาคนขี่ช้างเดินท่องป่าเหมือนในอดีต ทำให้นกน้อยดูมีความสุขมากขึ้น

นกน้อยเริ่มค้นหาของกินรอบๆเกาะ

นกน้อยอาบน้ำครั้งแรกหลังจากมาอยู่ที่นี่

ติ๊ก สาธิตวิธีการปลูกต้นไม้ก่อนที่ทุกคนจะช่วยกันปลูกต้นไม้ให้นกน้อย

นักท่องเที่ยวช่วยกันปลูกต้นไม้ให้นกน้อยอย่างขมักเขม้น

นักท่องเที่ยวช่วยกันตัดหญ้าและมัดเป็นกองเพื่อนำมาให้เป็นอาหารของนกน้อย

วันนี้มีหญ้าเป็นอาหารสำหรับนกน้อยมากจริงๆ

นกน้อยได้เพื่อนใหม่แล้ว ดูท่าทางจะรักนกน้อยไม่น้อยทีเดียว